͢¢ԷҡѧPostharvest Technology Information NetworkPostharvest TechnologyɵҪԡ͢纺촡ɵҹŧҹԨ

แนะนำหน่วยงาน

  • หน้าหลัก
  • ประชาสัมพันธ์ศูนย์ฯ
  • ความเป็นมา
  • วัตถุประสงค์
  • โครงสร้างการบริหาร
  • คณะกรรมการอำนวยการ
  • คณะกรรมการบริหาร
  • ภาคีสถาบันอุดมศึกษาและวิจัย
  • ติดต่อศูนย์ ฯ

บริการต่าง ๆ

  • PHTNET E-Learning
  • Postharvest Newsletter
  • เครื่องมือวิทยาศาสตร์
  • ห้องปฏิบัติการ
  • รายชื่อผู้ประกอบการ
  • ฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ
  • หลักสูตรวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว
  • รูปภาพความเสียหายหลังการเก็บเกี่ยว
  • มาตรฐานสินค้าเกษตร และระเบียบการส่งออก
  • ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • สถาบันวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • กรมส่งเสริมการเกตร
  • กรมวิชาการเกษตร
  • สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
  • อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร
  • สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ
  • ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย
  • สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.)

หน้าแรก > ข่าวเกษตรประจำวัน

ทีทรีปลูกได้ดีในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 51

ทีทรีปลูกได้ดีในประเทศไทย ต้นกำเนิดของน้ำมันทีทรี มาจากพืชในประเทศนิวซีแลนด์ รู้จักกันดีในชื่อ “มานูก้า” (Manuka) และมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Leptospermm scoparium แต่ชาวเมารีชนพื้นเมืองของนิวซีแลนด์เรียกกันว่า ทีทรี พวกเขาใช้พืชชนิดนี้เป็นยารักษาโรคตามธรรมชาติ โดยใช้เปลือกและใบนำมาชงดื่มเป็นชา

ทีทรี เป็นพืชที่ปัจจุบันอุตสาหกรรมภายในประเทศไทยมีความต้องการ เนื่องจากความนิยมพุ่งรับกระแสบริโภคผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ รวมทั้งธุรกิจสปาที่กำลังเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยที่มีน้ำมันทีทรี เป็นส่วนประกอบ เช่น แชมพู ครีมนวดผม ครีมบำรุงผิว สบู่ โฟมล้างหน้า และผ้าอนามัย เป็นต้น

สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตรได้ร่วมมือกับสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ศึกษาการผลิตน้ำมัน ทีทรีในสภาพนิเวศเกษตรของประเทศไทย พบว่า ทีทรีสามารถปลูกได้ดีในประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบระดับความสูงต่าง ๆ กันโดยในพื้นที่สูงตั้งแต่ 900-1,200 เมตร จากระดับทะเล สภาพอากาศค่อนข้างเย็นมีศักยภาพที่สามารถปลูกทีทรีได้เป็นอย่างดี น้ำมันหอมระเหยที่ได้สีขาวใส กลิ่นหอมสดชื่น มีปริมาณน้ำมัน 1.78-2.84 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับวิธีการกลั่นและลักษณะของกิ่งและใบที่นำ มากลั่น ว่าเป็นกิ่งหรือใบสดหรือแห้ง องค์ประกอบทางเคมี พบว่า อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของประเทศออสเตรเลียที่กำหนดไว้

น้ำมันหอมระเหยทีทรี นับเป็นน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากธรรมชาติที่สำคัญที่สุดชนิด หนึ่งรองลงมาจากน้ำมันลาเวนเดอร์ และเหมาะที่จะมีติดตัวไว้ในการเดินทาง เพื่อใช้สำหรับชำระล้างสิ่งสกปรกที่ได้รับจากบาดแผล เช่น มีดบาด ซึ่งจะทำให้แผลหายเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถแก้อาการเจ็บคอได้ดี เพียงแต่นำมาผสมน้ำและกลั้วคอเมื่อเริ่มรู้สึก อาการเจ็บคอ และใช้สูดดมเมื่อเริ่มเป็นหวัด คัดจมูก หรือผู้มีอาการแพ้อากาศ เนื่องจากเครื่องปรับอากาศ อาการโพรงจมูกอักเสบหรือไซนัส น้ำมัน ทีทรีจะทำให้จมูกโล่ง หายใจได้สะดวกขึ้น และช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา หรืออาการอักเสบเนื่องจากไวรัสได้ รวมทั้งยังมีคุณสมบัติในการป้องกันและต่อต้านเชื้อโรคที่เป็นจุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ ได้อีกด้วย และสามารถใช้รักษาโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น เชื้อราที่เท้า หรือโรคผิวหนังจำพวก กลาก เกลื้อน และอาการแผลเปื่อยในปากที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา บริเวณลิ้นและลำคอ ได้เป็นอย่างดี

มีคุณสมบัติในการบำรุงกำลัง กระตุ้นและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น รักษาอาการหวัดและไข้หวัด เป็นยากันแมลงกัด ต่อย หรือแก้อาการคันที่เกิดจากแมลงได้อีกด้วย หูดสามรถรักษาให้หายได้โดยการใช้น้ำมันทีทรี หยดลงตรงกึ่งกลางของหูด ลดและรักษาเมื่อผิวหนังมีอาการตึงและรู้สึกปวดแสบปวดร้อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดตุ่มหรือแผลพุพองตามมา เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น เริม หรืองูสวัด โรคอีสุกอีใส เป็นต้น ช่วยรักษาสุขภาพ เหงือกและฟัน กลิ่นปากและลมหายใจหอมสะอาด ได้อย่างดีเยี่ยม รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว สามารถลบให้จางหายได้อย่างวิเศษ ประโยชน์ด้านผิวพรรณ แก้สิว ลดความมันบนผิวหน้า แก้รังแค ทาแก้แมลงกัดต่อย ลดอาการคัน แก้เท้ามีกลิ่น ระบบประสาทและจิตใจ ช่วยให้สดชื่นมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะหลังเกิดอาการช็อก ช่วยให้คนไข้หลังผ่าตัดฟื้นตัวได้เร็วและลดโอกาสติดเชื้อ

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร.0-2579-2291หรือฝ่ายเทคโนโลยีชีวมวลและพลังงานชีวภาพ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร. 0-2942-8600-3

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 25 กรกฎาคม 2551
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=171253&NewsType=1&Template=1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • รวมอาชีพเกษตรกรรม ทำง่ายรายได้งาม ปี 2551
  • ม.บูรพาต่อยอดงานวิจัย "หิ้งสู่ห้าง" เพิ่มมูลค่า "ปลาสลิด" บ้านแพ้ว
  • กรมข้าวเตือนนครนายกเฝ้าระวัง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดที่นา
  • ลดพิษของโลหะหนักในปลาด้วยวิตามินซี
  • เร่งปลูกถั่วเขียว พันธุ์ "ชัยนาท 80" นำร่องเหนือล่าง
  • ไทยเยี่ยมโคลนนิ่งกระทิงป่าได้สำเร็จ
  • "เจริญ คุ้มสุภา" ปลูกมะม่วงนอกฤดูขายญี่ปุ่น
  • ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

    Postharvest Technology Innovation Center

    เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว | ข่าวเกษตร | บทความ | ฐานข้อมูลงานวิจัย | วีดีโอ | Postharvest Technology