สมบัติทางกายภาพที่สำคัญของข้าวไร่หลังการเก็บเกี่ยว
ปาริชาติ เทียนจุมพล ณัฏฐวัฒณ์ หมื่นมาณี และ นิธิยา รัตนาปนนท์
วารสารวิทยาศาสตร์เกษตร 48 (3) (พิเศษ): 287-290. (2560)
2560
บทคัดย่อ
เมื่อนำข้าวเปลือกของข้าวไร่จำนวน 6 พันธุ์ ได้แก่ ขาวโป่งไคร้ ซิวแม่จัน เจ้าฮ่อ น้ำรู เจ้าลีซอ และเจ้าขาว มาตรวจสอบสมบัติทางกายภาพที่สำคัญ ได้แก่ ขนาดเมล็ด น้ำหนัก 1,000 เมล็ด ความชื้น สีของข้าวเปลือก มุมกอง สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน ความหนาแน่นรวม และความหนาแน่นเนื้อ พบว่า ข้าวเปลือกของข้าวไร่แต่ละพันธุ์มีสมบัติทางกายภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P£0.05) ได้แก่ ขนาดของเมล็ดข้าวเปลือก ทั้งความยาว ความกว้าง และความหนา มีค่าเฉลี่ยของทั้ง 6 พันธุ์ อยู่ในช่วง 8.78-11.12, 2.48-3.77 และ 1.94-2.49 มิลลิเมตร ตามลำดับ ข้าวไร่พันธุ์ขาวโป่งไคร้มีเมล็ดขนาดใหญ่ที่สุดและพันธุ์น้ำรูมีเมล็ดขนาดเล็กที่สุด น้ำหนักข้าวเปลือก 1,000 เมล็ด มีค่าอยู่ในช่วง 24.51-45.79 กรัม ความชื้นอยู่ในช่วง 10.01-11.65% สีเปลือก มีค่า L* อยู่ในช่วง 54.47-63.05, ค่า C* อยู่ในช่วง 26.88-30.97 และค่า H° อยู่ในช่วง 72.91-79.90 ข้าวเปลือกมีมุมกองอยู่ในช่วง 33.5-39.8° สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานบน วัสดุ 3 ชนิด ได้แก่ ไม้ อะลูมิเนียม และสายพาน มีค่าอยู่ในช่วง 0.39-0.46, 0.37-0.48, 0.56-0.79 ตามลำดับ ส่วนความหนาแน่นรวมและความหนาแน่นเนื้อมีค่าอยู่ในช่วง 0.46-0.55 และ 1.06-1.30 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ตามลำดับ สมบัติทางกายภาพของข้าวไร่เป็นลักษณะเฉพาะของข้าวแต่ละสายพันธุ์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการจำแนกสายพันธุ์ข้าว และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่มีประสิทธิภาพ อาทิ ความชื้นและสีของเมล็ดใช้ในการเลือกระบบการลดความชื้น ขนาดเมล็ด น้ำหนักเมล็ด มุมกอง ความหนาแน่นรวม และความหนาแน่นเนื้อใช้ประโยชน์ในการออกแบบโรงเก็บ ส่วนสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานใช้สำหรับการเตรียมระบบการลำเลียงเมล็ด ซึ่งต้องเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสม