การใช้สารเคมีกลุ่มปลอดภัย (GRAS) ควบคุมโรคขั้วหวีเน่าในกล้วยไข่ส่งออก
ชุติมา วิธูรจิตต์ รัมม์พัน โกศลานันท์ และ นารีรัตน์ สุนทรธรรม
วารสารวิทยาศาสตร์เกษตร 48 (3) (พิเศษ): 109-112. (2560)
2560
บทคัดย่อ
กล้วยไข่เป็นที่รู้จัก นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย มีการส่งออกไปยังต่างประเทศมาก แต่ในปีพ.ศ. 2555 ปริมาณการส่งออกกล้วยสดลดลงเหลือเพียง 21,890 เมตริกตัน และมีแนวโน้มลดลงอีก เนื่องจากโรคขั้วหวีเน่า (crown rot) และพบการตกค้างของสารเคมีคาร์เบนดาซิมบนผลทำให้ประเทศคู่ค้า เช่น ประเทศจีนไม่ยอมรับกล้วยไข่จากประเทศไทย ดังนั้นการทดลองนี้จึงใช้สารเคมีกลุ่มปลอดภัย (Generally Recognized As Safe (GRAS)) เพื่อลดการตกค้างของสารเคมี ทดแทนสารเคมีในปัจจุบันและเป็นทางเลือกสำหรับผู้ปลูกและส่งออกกล้วยไข่ โดยกล้วยไข่ที่แสดงอาการขั้วหวีเน่ามีสาเหตุจากเชื้อรา Lasiodiplodia theobromae (L. theobromae) จึงนำมาทดสอบประสิทธิภาพของสารกลุ่มปลอดภัย GRAS 3 ชนิด ได้แก่ CH3COOH NaHCO3 และ C6H6O2 เปรียบเทียบกับคาร์เบนดาซิม และน้ำนึ่งฆ่าเชื้อ (ชุดควบคุม) ต่อการยับยั้งการเจริญเติบโตของ L. theobromae บนอาหาร PDA ที่อุณหภูมิห้อง (250C) เป็นเวลา 7 วัน พบว่า CH3COOH NaHCO3 และคาร์เบนดาซิมทุกความเข้มข้นสามารถยับยั้งการเจริญของเส้นใยของ L. theobromae ได้100% เมื่อเทียบกับชุดควบคุม ส่วน C6H6O2 ยับยั้งเส้นใยเชื้อราได้ 25.17-89.28% และทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งการเกิดโรคขั้วหวีเน่าบนหวีกล้วยไข่โดยการจุ่มหวีกล้วยไข่ใน CH3COOH ความเข้มข้น 0.5% 1.0% และ 2.0% NaHCO3ความเข้มข้น 3% 5% และ7% C6H6O2 ความเข้มข้น 0.5% 1.0% และ 1.5% และคาร์เบนดาซิม ความเข้มข้น 750 ppm และน้ำนึ่งฆ่าเชื้อเป็นชุดควบคุม นำไปเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 140C เป็นเวลา 10 วัน พบว่าน้ำนึ่งฆ่าเชื้อและคาร์เบนดาซิม สามารถยับยั้งการเกิดโรคขั้วหวีเน่าได้ดีที่สุด เกิดโรค 20 และ 21.33%ตามลำดับ รองลงมาคือ C6H6O2 0.5% CH3COOH1.0% NaHCO3 5% เกิดโรค 25.33 30.697 และ 37.33% ตามลำดับ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันเมื่อนำกล้วยไข่มาวางต่อที่อุณหภูมิห้อง (350C) เป็นเวลา 5 วัน จะพบว่าน้ำนึ่งฆ่าเชื้อและคาร์เบนดาซิมสามารถยับยั้งการเกิดโรคขั้วหวีเน่าได้ดีที่สุด เกิดโรค 53.33 และ 54.67% รองลงมาคือ NaHCO33% C6H6O2 0.5% และ CH3COOH 0.5% เกิดโรค 65.33 66.67 และ 77.33% ตามลำดับ จากการสังเกตพบว่ากล้วยไข่ที่จุ่มสารกลุ่ม GRAS จะสุกเร็วกว่าปกติ ทำให้เกิดโรครุนแรงมากกว่าชุดควบคุมและคาร์เบนดาซิม