͢¢ԷҡѧPostharvest Technology Information NetworkPostharvest TechnologyɵҪԡ͢纺촡ɵҹŧҹԨ

แนะนำหน่วยงาน

  • หน้าหลัก
  • ประชาสัมพันธ์ศูนย์ฯ
  • ความเป็นมา
  • วัตถุประสงค์
  • โครงสร้างการบริหาร
  • คณะกรรมการอำนวยการ
  • คณะกรรมการบริหาร
  • ภาคีสถาบันอุดมศึกษาและวิจัย
  • ติดต่อศูนย์ ฯ

บริการต่าง ๆ

  • PHTNET E-Learning
  • Postharvest Newsletter
  • เครื่องมือวิทยาศาสตร์
  • ห้องปฏิบัติการ
  • รายชื่อผู้ประกอบการ
  • ฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ
  • หลักสูตรวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว
  • รูปภาพความเสียหายหลังการเก็บเกี่ยว
  • มาตรฐานสินค้าเกษตร และระเบียบการส่งออก
  • ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • สถาบันวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • กรมส่งเสริมการเกตร
  • กรมวิชาการเกษตร
  • สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
  • อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร
  • สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ
  • ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย
  • สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.)

หน้าแรก > ข่าวเกษตรประจำวัน

ปลูก "จามจุรี" เลี้ยงครั่งบนคันนา สูตรจัดการพื้นที่วิธี "เปรียวจันทร์"

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 53

ปลูก "จามจุรี" เลี้ยงครั่งบนคันนา สูตรจัดการพื้นที่วิธี "เปรียวจันทร์"

"เงินไม่สำคัญเท่าการมีคุณภาพชีวิตที่ดี" หลักคิดของเกษตรกรดีเด่นระดับชาติ เจ้าของรางวัลชนะเลิศประเภทเกษตรทฤษฎีใหม่ จากการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงครั้งที่ 2 "เปรียวจันทร์ ต๊ะต้นยาง" วัย 43 ปี เจ้าของศูนย์การเรียนรู้เกษตรบ้านสันทราย ต.เชียงเคี่ยน อ.เทิง จ.เชียงราย ที่วันนี้มีความสุขอย่างเต็มเปี่ยมทั้งกายและใจ หลังเจริญรอยตามพ่อตามวิถีพอเพียง


บนเนื้อที่กว่า 70 ไร่ ถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ พร้อมประยุกต์พื้นที่บางส่วนตามแนวคิดของตัวเอง โดยเฉพาะพื้นที่นากว่า 30 ไร่ ที่แบ่งเป็นแปลง ๆ อย่างชัดเจน โดยคันนานั้นจะใหญ่กว่าคันนาทั่วไป ซึ่งเจ้าของผืนนาบอกว่า สำหรับปลูกต้นจามจุรีหรือก้ามปูเพื่อเลี้ยงครั่ง ซึ่งตลาดกำลังมีความต้องการเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีการซื้อขายในสนนราคากิโลกรัมละ 80-120 บาท สามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี

"การปลูกต้นก้ามปูบนคันนานั้น นอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เลี้ยงครั่งแล้ว ยังเป็นแนวกันลมให้ต้นข้าวด้วย ที่สำคัญใบก้ามปูที่ร่วงหล่นเป็นปุ๋ยชั้นดีสำหรับนาข้าวอีกด้วย" เปรียวจันทร์เผย

แม้รายได้จากครั่งและผลผลิตจากพืชนิดอื่นๆ จะไม่มากและเป็นกอบเป็นกำเฉกเช่นการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเหมือนในอดีต แต่สิ่งที่เธอและครอบครัวได้คือความหลากหลาย มีรายได้ตลอดทั้งปีและเกือบจะไม่มีรายจ่ายในแต่ละวัน ที่สำคัญจะไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เนื่องจากทุกอย่างเป็นอินทรีย์ 100%

เปรียวจันทร์ย้อนอดีตอันขมขื่นให้ฟังว่า หลังจากยึดการทำเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นอาชีพหลักและคิดว่าการใช้สารเคมีและยาปราบศัตรูพืชที่หาได้ตามท้องตลาดจะช่วยสร้างความสะดวกสบายในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น แต่แนวทางดังกล่าวกลับสร้างแต่ภาระและความทุกข์ยากให้ตนเองและคนในครอบครัว รายได้จากการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวัง สุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวเริ่มย่ำแย่จากสารเคมีที่นำมาใช้ในแปลงเกษตร

เมื่อความทุกข์จากเหตุการณ์ต่างๆ ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ทุกคนในครอบครัวจึงหันหน้าเข้าหากันและร่วมคิดเพื่อหาแนวทางขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ในที่สุดก็คิดว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือทางสว่างที่จะนำพาครอบครัวรอดพ้นจากปัญหาต่างๆ และเป็นแนวทางที่สามารถสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี

นับตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา เธอและครอบครัวจึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคนิคทางการเกษตรแบบต่างๆ มาผสมผสานกันแบบลงตัว ได้แก่ การทำนา การปลูกผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น อีกทั้งมีการเลี้ยงสัตว์และขุดสระน้ำภายในแปลง นอกจากนี้ยังเลิกใช้สารเคมีทุกชนิดและเรียนรู้ที่จะทำปุ๋ยหมักชีวภาพและน้ำยาปราบศัตรูพืชที่ทำจากวัสดุธรรมชาติด้วยตนเอง

"แนวคิดในการบริหารจัดพื้นที่ เราไม่ได้ยึดเงินเป็นตัวตั้ง แต่จะทำอย่างไรให้ชีวิตอยู่ได้ โดยวิธีดำเนินการคือ มุ่งมั่นเพาะปลูกเพื่อบริโภคภายในครอบครัว ไม่เน้นผลิตเพื่อจำหน่าย นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือ ต้องทำทุกอย่างเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่คนในบ้าน ละเว้นสารเคมีทุกชนิด ใช้ธรรมชาติช่วยสร้างธรรมชาติให้มากที่สุด ส่วนการบริหารจัดการภายในแปลงจะเน้นสร้างความเกื้อกูลซึ่งกันและกันของระบบนิเวศ" เจ้าของรางวัลเกษตรทฤษฎีใหม่กล่าวย้ำ

เปรียวจันทร์ ต๊ะต้นยาง เจ้าของรางวัลชนะเลิศประเภทเกษตรทฤษฎีใหม่แห่งบ้านสันทราย จึงนับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการยึดอาชีพด้านการเกษตรตามแนวพระราชดำริ โดยใช้องค์ความรู้ทางด้านการเกษตรที่ตนเองประสบความสำเร็จไปสู่ชุมชนใกล้เคียงและบุคคลที่สนใจอย่างไม่ท้อถอย โดยยึดหลักคิดที่ว่า เงินไม่สำคัญเท่าการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก วันที่ 16 ธันวาคม 2553
http://www.komchadluek.net/detail/20101216/82849/ปลูกจามจุรีเลี้ยงครั่งบนคันนาสูตรจัดการพื้นที่วิธีเปรียวจันทร์.html

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • นำเลี้ยงปูนิ่ม-พัฒนาท่องเที่ยว วิถีสร้างอาชีพของ วชช.เพื่อชุมชน
  • 'ไม้ผลแปลกและหายาก' ที่น่าปลูกในปี พ.ศ.2554
  • คาดลำไยปีหน้าราคาพุ่ง "ธีระ" ฟุ้งแผนบริหารจัดการดี มุ่งเน้นเดินตามกลไกตลาด
  • ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ลดต้นทุนการผลิตได้
  • วช.หนุนวิจัยปลานิล "จิตรลดา3" คุณภาพเหมาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์
  • บริหารนำเข้ากาแฟสำเร็จรูป สกัดผลกระทบเปิดเสรีอาฟตา กษ.จับตาล้นตลาด-ราคาร่วง
  • วิจัย "ดีเอ็นเอ" แตงกวา มก.พัฒนา ต้านราน้ำค้าง
  • ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

    Postharvest Technology Innovation Center

    เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว | ข่าวเกษตร | บทความ | ฐานข้อมูลงานวิจัย | วีดีโอ | Postharvest Technology