͢¢ԷҡѧPostharvest Technology Information NetworkPostharvest TechnologyɵҪԡ͢纺촡ɵҹŧҹԨ

แนะนำหน่วยงาน

  • หน้าหลัก
  • ประชาสัมพันธ์ศูนย์ฯ
  • ความเป็นมา
  • วัตถุประสงค์
  • โครงสร้างการบริหาร
  • คณะกรรมการอำนวยการ
  • คณะกรรมการบริหาร
  • ภาคีสถาบันอุดมศึกษาและวิจัย
  • ติดต่อศูนย์ ฯ

บริการต่าง ๆ

  • PHTNET E-Learning
  • Postharvest Newsletter
  • เครื่องมือวิทยาศาสตร์
  • ห้องปฏิบัติการ
  • รายชื่อผู้ประกอบการ
  • ฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ
  • หลักสูตรวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว
  • รูปภาพความเสียหายหลังการเก็บเกี่ยว
  • มาตรฐานสินค้าเกษตร และระเบียบการส่งออก
  • ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • สถาบันวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • กรมส่งเสริมการเกตร
  • กรมวิชาการเกษตร
  • สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
  • อุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร
  • สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ
  • ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย
  • สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.)

หน้าแรก > ข่าวเกษตรประจำวัน

ปลูก "อโวคาโด" สายพันธุ์แฮซ ผลไม้ ศก.บุกตลาดไทย-ตปท.

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 53

ปลูก "อโวคาโด" สายพันธุ์แฮซ ผลไม้ ศก.บุกตลาดไทย-ตปท.

ภาคเหนือตอนบนมีโครงการหลวงถึง 36 แห่ง แต่ที่โครงการหลวงบ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการหลวงที่มีความแตกต่างไปจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอื่นๆ เพราะที่นี่เจ้าหน้าที่กำลังเดินหน้าส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกสวนอโวคาโด ผลไม้ซึ่งเป็นที่จับตามองว่ามีลู่ทางการตลาดที่กำลังเติบโตไปได้ไกลทั้งในและต่างประเทศ


ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสม เนื่องจากอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร จึงทำให้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง นำผล "อโวคาโดสายพันธุ์แฮซ (Hass)" พืชเศรษฐกิจความหวังในอนาคตมาให้เกษตรกรได้ทดลองปลูก ซึ่งเป็น 1 ใน 50 สายพันธุ์ที่ดีที่สุดของโลก ที่ "ชัตชนะ สุขเทศ" ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง นำมาจากประเทศนิวซีแลนด์

หลังโครงการหลวงนำเมล็ดมาทดลองปลูกผ่านแปลงสาธิตจนให้ผลเป็นที่แน่ใจแล้วว่าเหมาะกับพื้นที่และสภาพอากาศของบ้านปางเกี๊ยะ อ.แม่แจ่ม ในความดูแลของโครงการหลวงปางอุ๋ง จึงตัดกิ่งนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิกโครงการทดลองปลูก เป็นรุ่นแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยมีเกษตรกร 5 ราย สนใจหันปลูกอย่างจริงจัง

"เหตุที่เกษตรกรน้อยรายสนใจทำสวนอโวคาโด เพราะส่วนใหญ่ยึดอาชีพปลูกกะหล่ำปลี พืชผักเมืองหนาว เพียง 3 เดือนก็สามารถมีรายได้ ขณะที่อโวคาโดต้องใช้เวลาถึง 3 ปี จึงออกผล และเก็บผลผลิตได้ปีละครั้ง แต่พ้น 3 ปีไปจะสร้างรายได้ให้แก่ผู้ปลูกอย่างต่อเนื่อง เพราะผลผลิตต่อต้นจะเพิ่มขึ้นทุกปี เราจึงมีแผนส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก" ชัตชนะ กล่าว

ชัตชนะ บอกว่า การให้ผลของอโวคาโดนั้น มีผลผลิตเฉลี่ยที่ 20-80 กิโลกรัมต่อต้น ขณะที่ราคาจำหน่ายสูงมาก จำหน่ายปลีกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 100 บาท โดยเฉพาะสายพันธุ์แฮซเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคสูงมาก เนื่องจากมีรสชาติดี คุณสมบัติโดดเด่นกว่าพันธุ์อื่น เมื่อเด็ดจากต้นผิวเปลือกสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มภายใน 2-3 วัน นั่นหมายถึงสุกพร้อมรับประทาน

"ตอนนี้มีผู้ปลูกอโวคาโดพันธุ์แฮซรวมแล้ว 70 ไร่ ผลผลิตปีแรกส่งป้อนตลาด 3 ตัน มูลค่า 3 แสนบาท ขณะที่ความต้องการของตลาดยังมีอีกมาก เฉพาะตอนนี้ส่งขายผลสดผ่านโครงการหลวงในประเทศยังไม่พอ ตลาดต่างประเทศนั้นไม่ต้องพูดถึง มีความต้องการสูงมาก เพราะนอกจากเพื่อบริโภคผลสดแล้ว ในหลายประเทศยังนำอโวคาโดไปใช้เป็นส่วนประกอบผลิตเครื่องสำอางด้วย"


ทั้งนี้ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋งตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะเพิ่มผลผลิตอโวคาโดให้ได้มากถึง 100 ตัน คิดเป็นมูลค่า 10 ล้านบาท โดยจะขยายพื้นที่ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกมากขึ้น เพราะนอกจากรายได้ที่แน่นอน ไม่ต้องใช้สารเคมีแล้ว ยังมีอายุให้ผลเก็บเกี่ยวยาวนานถึง 30 ปี

ดังรอยยิ้มของ ศักดิ์ แสงศรทวีศักดิ์ ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง วัย 36 ปี เกษตรกรผู้ปลูกอโวคาโดรุ่นแรกมาแล้ว 5 ปี เป็นเพียง 1 ใน 5 รายที่หันมาปลูกบนพื้นที่ 3 ไร่ รวม 160 ต้น ซึ่งขณะนี้ให้ผลผลิตเพิ่มจำนวนมากขึ้น ดกเต็มทุกต้น

"ที่สวนตอนนี้มีผลอโวคาโดไม่ต่ำกว่าต้นละ 80 กิโลกรัม หลังอดทนคอย รอปลูกได้ครบ 3 ปี แรกเริ่มมีรายได้ปีละ 4 หมื่นบาท แต่พอพ้นไปอีกปีรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลขยับขึ้นเป็น 1 แสนบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก สามารถเก็บขายได้ในระยะยาว ส่วนเรื่องการปลูกนั้นง่ายมาก ปลูกมา 5 ปีไม่เคยต้องพึ่งสารเคมีเลย" ศักดิ์ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

พร้อมกันนี้ ชาวเขาเผ่าม้งเจ้าของสวนได้บอกถึงเป้าหมายของผลผลิตอโวคาโดในปีนี้ว่า บนพื้นที่ 3 ไร่ จำนวน 160 ต้น คาดว่าจะได้น้ำหนักมากถึง 2,000 กิโลกรัม ในการเก็บเกี่ยวที่จะจบลงกลางเดือนธันวาคมนี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก วันที่ 2 ธันวาคม 2553
http://www.komchadluek.net/detail/20101202/81404/ปลูกอโวคาโดสายพันธุ์แฮซผลไม้ศก.บุกตลาดไทยตปท..html

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • นำเลี้ยงปูนิ่ม-พัฒนาท่องเที่ยว วิถีสร้างอาชีพของ วชช.เพื่อชุมชน
  • 'ไม้ผลแปลกและหายาก' ที่น่าปลูกในปี พ.ศ.2554
  • คาดลำไยปีหน้าราคาพุ่ง "ธีระ" ฟุ้งแผนบริหารจัดการดี มุ่งเน้นเดินตามกลไกตลาด
  • ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ลดต้นทุนการผลิตได้
  • วช.หนุนวิจัยปลานิล "จิตรลดา3" คุณภาพเหมาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์
  • บริหารนำเข้ากาแฟสำเร็จรูป สกัดผลกระทบเปิดเสรีอาฟตา กษ.จับตาล้นตลาด-ราคาร่วง
  • วิจัย "ดีเอ็นเอ" แตงกวา มก.พัฒนา ต้านราน้ำค้าง
  • ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

    Postharvest Technology Innovation Center

    เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว | ข่าวเกษตร | บทความ | ฐานข้อมูลงานวิจัย | วีดีโอ | Postharvest Technology