<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมชาย ชวนอุดม Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<atom:link href="https://www.phtnet.org/tag/สมชาย-ชวนอุดม/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.phtnet.org/tag/สมชาย-ชวนอุดม/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Jun 2020 04:25:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/07/cropped-icon-1-150x150.png</url>
	<title>สมชาย ชวนอุดม Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<link>https://www.phtnet.org/tag/สมชาย-ชวนอุดม/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ชุดนวดแบบไหลตามแกน</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2018/06/835/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Jun 2018 03:27:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาย ชวนอุดม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=835</guid>

					<description><![CDATA[<p>รศ.ดร.สมชาย ชวนอุดม กลุ่มวิจัยวิศวกรรมประยุกต์เพื่อพืชเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2018/06/835/">ชุดนวดแบบไหลตามแกน</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-836" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor.jpg" alt="ชุดนวดแบบไหลตามแกน" width="1080" height="608" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor.jpg 1080w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-300x169.jpg 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-1024x576.jpg 1024w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-768x432.jpg 768w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-270x151.jpg 270w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><a href="https://www.phtnet.org/service/view-speciallist.asp?dID=84">รศ.ดร.สมชาย ชวนอุดม</a><br />
กลุ่มวิจัยวิศวกรรมประยุกต์เพื่อพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</p>
<p><strong>ชุดนวด </strong>เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่ส่งผลต่อสมรรถนะในการทำงาน ทั้งทางด้านความสูญเสีย ประสิทธิภาพและความสามารถในการทำงานโดยเฉพาะกับเครื่องนวดและเครื่องเกี่ยวนวด และเปรียบเสมือนหัวใจของการทำงานของเครื่องทั้งสอง ซึ่งชุดนวดนี้เป็นส่วนที่ทำให้เมล็ดพืชหลุดออกจากรวง ฉะนั้นการนวดจึงมีความสำคัญทั้งต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิต การนวดที่รุนแรงเกินไปจะทำให้เมล็ดแตกหักเสียหายมาก การนวดที่เบาเกินไปก็จะทำให้มีเมล็ดบางส่วนไม่ถูกนวดมากขึ้นและถูกขับทิ้งกลายเป็นความสูญเสียผลผลิตสูงจากการทำงานของชุดนวด สำหรับเครื่องนวดและเครื่องเกี่ยวนวดในประเทศไทยส่วนใหญ่นิยมใช้ชุดนวดข้าวแบบไหลตามแกน</p>
<h3>1.หลักการนวด</h3>
<p>หลักการนวดเมล็ดพืชของชุดนวดทั้งในเครื่องนวดและเครื่องเกี่ยวนวดมีหลักการนวดใหญ่ๆ อยู่ 3 หลักการ คือการนวดแบบรัศมี แบบไหลตามแนวรัศมี และแบบไหลตามแกน ดังแสดงในภาพที่ 1ก โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-837" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-1.jpg" alt="หลักการนวดเมล็ดพืช" width="461" height="412" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-1.jpg 461w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-1-300x268.jpg 300w" sizes="(max-width: 461px) 100vw, 461px" /></p>
<p><strong>1.1 หลักการนวดแบบไหลตามแนวรัศมี</strong></p>
<p>เป็นหลักการนวดที่พืชจะถูกป้อนเข้าไปในชุดนวดและถูกนวดบริเวณตามแนวรัศมีที่สัมผัสในช่วงสั้นๆ ด้วยเวลาอันรวดเร็ว (ภาพที่ 1ข) ดังนั้นจึงต้องใช้ความเร็วในการนวดที่สูงกว่าการนวดแบบไหลตามแกนมาก ซึ่งหลักการนวดแบบนี้ต้องใช้ตะแกรงเขย่าฟางช่วยในการแยกเมล็ดออกจากฟาง ซึ่งส่งผลให้ในการออกแบบชุดนวดทั้งสำหรับเครื่องนวดและเครื่องเกี่ยวนวดมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก อาจเหมาะกับการใช้งานในประเทศที่มีพื้นที่เพาะปลูกแบบแปลงขนาดใหญ่ เช่นในประเทศแถบอเมริกาเหนือ หรือออสเตรเลียเป็นต้น</p>
<p><strong>1.2 หลักการนวดแบบไหลตามแกน</strong></p>
<p>เป็นหลักการนวดที่พืชจะถูกป้อนเข้าไปในชุดนวดและถูกตีหมุนซ้ำไปรอบตะแกรงนวดพร้อมทั้งไหลไปตามแนวแกนเพลาลูกนวดดังแสดงในภาพที่ 1ค ส่วนเมล็ดและฟางถูกแยกโดยการกรองผ่านตะแกรงนวดและฟางจะถูกขับออกที่ช่องขับฟางโดยการบังคับของครีบวงเดือนที่ติดอยู่ด้านบนของชุดนวด ดังนั้นจำนวนครั้งในการนวดจึงขึ้นอยู่กับจำนวนของครีบวงเดือน ทำให้พืชจะถูกนวดหลายครั้งด้วยความเร็วการไหลออกจากชุดนวดที่ไม่สูงนัก ดังนั้นทั้งเครื่องนวดและเครื่องเกี่ยวนวดที่ใช้หลักการนี้ในการออกแบบชุดนวดสามารถออกแบบให้ชุดนวดมีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา ราคาถูกและซ่อมแซมได้ง่าย จึงเหมาะกับการใช้งานในประเทศที่มีแปลงเพาะปลูกขนาดเล็ก เช่นประเทศในแถบทวีปเอเชีย โดยเฉพาะกับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น สำหรับประเทศไทยได้นำเครื่องนวดข้าวแบบไหลตามแกนจากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) เข้ามาและปรับปรุงแก้ไขจนเหมาะสมกับการใช้งาน รวมทั้งการประยุกต์ใช้งานกับเครื่องเกี่ยวนวดและเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรในประเทศอย่างกว้างขวาง</p>
<p><strong>1.3 หลักการนวดแบบรัศมี</strong></p>
<p>เป็นหลักการนวดที่คล้ายกับโม่หินบดที่พืชจะถูกป้อนเข้าไปในชุดนวดที่ตรงกลางของแกน ส่วนลูกนวดจะหมุนเฉือนเมล็ดให้ออกจากฟาง ดังแสดงในภาพที่ 1ง ในหลักการนวดแบบนี้มีข้อจำกัดมาก เช่น ความสามารถในการทำงานค่อนข้างน้อยและต้องใช้ความเร็วในการนวดค่อนสูงมากเมื่อเทียบกับหลักการนวดอีกสองแบบ และเมล็ดแตกหักจากการนวดแบบนี้มีค่อนข้างสูง ดังนั้นในปัจจุบันจึงไม่ค่อยมีการใช้งานชุดนวดในหลักการนวดแบบนี้</p>
<h3>2.ประเภทของลูกนวด</h3>
<p>ลูกนวดที่ใช้ในการนวดเมล็ดพืชมีหลายแบบ แต่สามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 4 แบบ ดังนี้</p>
<p><strong>2.1 ลูกนวดแบบแถบนวด (Rasp-Bar Rotor)</strong> ลูกนวดประกอบด้วยเหล็กยาวแบนมีลอน ดังแสดงในภาพที่ 2 ซึ่งจะทำหน้าที่ในการนวดพืชที่เข้ามาในห้องนวด โดยจะขนานไปกับแกนลูกนวด ลูกนวดจะถูกขับด้วยความเร็วประมาณ 150 ถึง 1,500 รอบต่อนาที ส่วนตะแกรงนวดอยู่ด้านล่างของลูกนวดและมีส่วนโค้งขนานไปกับลูกนวด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-838" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-2.jpg" alt="ลูกนวดแบบแถบนวด-ลูกนวดแบบซี่นวด" width="598" height="286" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-2.jpg 598w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-2-300x143.jpg 300w" sizes="(max-width: 598px) 100vw, 598px" /></p>
<p><strong>2.2 ลูกนวดแบบซี่นวด (Spike-Tooth Rotor)</strong> ลูกนวดแบบนี้จะมีซี่นวดติดกับโครงลูกนวด จำนวนแถวและระยะห่างขึ้นกับการออกแบบสำหรับพืชแต่ละชนิด (ภาพที่ 3) ซึ่งขณะที่ลูกนวดหมุนซี่ของลูกนวดจะเข้าไปฟาดตีกับพืชทำให้เกิดการนวดพืชขึ้น แต่จะทำให้เกิดเศษฟางมากขึ้น ลูกนวดแบบนี้เกือบทั้งหมดใช้กับเครื่องนวดและเครื่องเกี่ยวนวดในประเทศไทย</p>
<p><strong>2.3 ลูกนวดแบบเหล็กฉาก (Angle-Bar Rotor)</strong> ลูกนวดจะมีเหล็กฉากติดกับดุมลูกนวด ซึ่งวางเฉียงทำมุมกับแกนของลูกนวด เป็นเกลียวไปตามความโค้งของลูกนวด โดยมีแผ่นยางประกบไว้ด้านหน้าเพื่อลดแรงกระแทก เหล็กฉากนี้จะมีติดอยู่ที่ตะแกรงนวดด้วย (ภาพที่ 4)</p>
<p><strong>2.4 ลูกนวดแบบเส้นลวดโค้ง (Wire Loop Rotor)</strong> เป็นลูกนวดทึบที่มีซี่นวดทำจากเส้นลวดดัดโค้งเรียงรอบลูกนวด ดังแสดงในภาพที่ 5 ลูกนวดแบบนี้นิยมใช้ในชุดนวดของเครื่องนวดและเครื่องเกี่ยวนวดแบบนวดคอรวง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-839" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-3.jpg" alt="ลูกนวดแบบเหล็กฉาก-ลูกนวดแบบเส้นลวดโค้ง" width="600" height="300" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-3.jpg 600w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-3-300x150.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3>3.ส่วนประกอบของชุดนวดแบบไหลตามแกน</h3>
<p>จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทั้งประเทศไทยและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นิยมใช้ชุดนวดแบบไหลตามแกน ดังนั้นในที่นี้จึงกล่าวถึงส่วนประกอบหลักของชุดนวดแบบไหลตามแกน ซึ่งประกอบด้วยลูกนวดและตะแกรงนวด ดังนี้</p>
<p><strong>3.1 ลูกนวด </strong>เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ฟาด ตี และหมุนเหวี่ยงพืชให้ฟาด ตี หรือครูดกับตะแกรงนวดเพื่อแยกเมล็ดออกจากรวง มีอุปกรณ์ประกอบด้วย เพลาลูกนวด แถบยึดซี่นวด ซี่นวด และใบพัดขับฟาง (ภาพที่ 6) โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p><strong>1) เพลาลูกนวด</strong> อยู่ตรงกลางของลูกนวดเป็นส่วนที่รับแรงและทำให้หมุนจนเกิดการทำงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-840" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-4.jpg" alt="ส่วนประกอบของชุดนวดแบบไหลตามแกน" width="583" height="391" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-4.jpg 583w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-4-300x201.jpg 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-4-272x182.jpg 272w" sizes="auto, (max-width: 583px) 100vw, 583px" /></p>
<p><strong>2) แถบซี่นวด</strong> อยู่ขอบของลูกนวดเป็นแถบเหล็กแบนใช้ยึดซี่นวด</p>
<p><strong>3) ซี่นวด</strong> ยึดติดอยู่กับแถบซี่นวดเป็นส่วนที่ใช้ฟาดหรือตีต้นพืช</p>
<p><strong>4) ใบพัดขับฟาง</strong> อยู่ด้านท้ายของลูกนวดมีลักษณะเป็นแผ่นเหล็กหนา มีหน้าที่ขับส่งฟางที่ผ่านการนวดแล้วให้ออกไปจากชุดนวดที่ช่องขับฟาง ใบพัดขับฟางมีหลายลักษณะทั้งแบบเป็นใบสี่เหลี่ยมผืนผ้าเกือบเต็มช่องออกฟาง แบบแผ่นครึ่งของช่องออกฟาง และแบบผ่าเฉียง</p>
<p><strong>3.2 ตะแกรงนวด </strong>ทำหน้าที่รับการฟาดต้นพืชจากลูกนวดทำให้เมล็ดหลุดออกจากรวง และแยกเมล็ดให้ออกจากฟางหลังการนวดโดยให้เมล็ดลอดผ่านตะแกรงนวดลงไปยังชุดทำความสะอาด ประกอบด้วย ตะแกรงนวดบน ตะแกรงนวดล่าง และครีบวงเดือน (ภาพที่ 6) โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p><strong>1) ตะแกรงบน</strong> มีลักษณะเป็นตะแกรงลวดยาวยึดโดยสันตะแกรงอยู่เหนือลูกนวด มีครีบวงเดือนติดอยู่เป็นระยะๆ เท่ากันประมาณ 4 ถึง 6 ครีบ เรียงไปตามความยาวของลูกนวด</p>
<p><strong>2) ตะแกรงล่าง</strong> อยู่ด้านล่างของลูกนวด มีลักษณะเป็นตะแกรงลวดยาวยึดโดยสันตะแกรงเช่นเดียวกับตะแกรงนวดบนและมีความยาวเท่ากับตะแกรงบน ทำหน้าที่รองรับการฟาดตีพืชของลูกนวดเพื่อทำให้เมล็ดหลุดออกจากรวง</p>
<p><strong>3) ครีบวงเดือน</strong> เป็นอุปกรณ์ที่ยึดอยู่กับตะแกรงนวดบน ทำหน้าที่บังคับให้พืชที่ถูกตีหมุนอยู่ในชุดนวดให้ไหลไปตามความยาวของแกนเพลาลูกนวด ฉะนั้นความเร็วในการไหลของวัสดุจึงขึ้นอยู่กับมุมของครีบวงเดือน</p>
<h3>4.ลักษณะการทำงานของชุดนวดแบบไหลตามแกน</h3>
<p>จากหลักการนวดที่มีทั้งสามแบบ แต่หลักการนวดแบบไหลตามแกนจะเหมาะกับการใช้งานในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นในบทนี้จึงนำหลักการนวดแบบนี้อธิบายลักษณะการทำงานเพื่อให้เห็นภาพการทำงานที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นโดยมีรายละเอียดลักษณะของการทำงานของชุดนวดแบบไหลตามแกนดังนี้</p>
<p>การทำงานของชุดนวดมีลักษณะการทำงานคือ ลูกนวดทำการฟาดตี และหรือหมุนเหวี่ยงข้าวให้ฟาดตีกับตะแกรงนวดเพื่อแยกเมล็ดออกจากรวง ส่วนเมล็ดที่ถูกนวดแล้วถูกแยกออกจากชุดนวดโดยผ่านตะแกรงนวดล่างเป็นส่วนใหญ่ ดังแสดงในภาพที่ 7 และมีเมล็ดบางส่วนที่ถูกเหวี่ยงแล้วหลุดผ่านตะแกรงนวดบน ตะแกรงนวดทั้งสองนี้ยังทำหน้าที่กรองฟางไม่ให้ไหลปนไปกับเมล็ด เมล็ดที่ผ่านตะแกรงนวดตกลงไปยังชุดทำความสะอาด ส่วนฟางถูกตีหมุนและถูกครีบวงเดือนบังคับให้ไหลตามแกนเพลาลูกนวดไปถูกขับทิ้งที่ช่องขับฟาง ดังแสดงในภาพที่ 8 โดยมุมครีบวงเดือนจากแนวเพลาลูกนวดที่มีความเอียงมากทำให้วัสดุอยู่ในชุดนวดเป็นเวลาอันสั้นเพราะครีบวงเดือนบังคับให้วัสดุถูกขับทิ้งส่งผลต่อการนวดและการคัดแยกเมล็ดออกจากฟางที่ไม่ดีซึ่งมีผลต่อความสูญเสียจากชุดนวดที่เพิ่มขึ้น ส่วนมุมครีบวงเดือนจากแนวเพลาลูกนวดที่มีความเอียงน้อยทำให้วัสดุมีเวลาอยู่ในชุดนวดนานขึ้น ซึ่งทำให้มีการนวดและคัดแยกได้นานขึ้นส่งผลต่อความสูญเสียจากชุดนวดที่ลดลง แต่ก็ทำให้ความสามารถในการทำงานของชุดนวดลดลงเนื่องจากต้องใช้กำลังในการนวดที่เพิ่มขึ้น ส่วนเมล็ดที่ผ่านตะแกรงนวดจะตกลงสู่ชุดทำความสะอาดเพื่อแยกเศษข้าวลีบ ฝุ่น และเศษฟางให้ออกจากเมล็ดข้าวก่อนการส่งไปบรรจุยังถังเก็บเมล็ดหรือกระสอบต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-841" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-5.jpg" alt="การทำงานของชุดนวดแบบไหลตามแกน" width="462" height="627" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-5.jpg 462w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-5-221x300.jpg 221w" sizes="auto, (max-width: 462px) 100vw, 462px" /></p>
<p>จากลักษณะการนวดแบบไหลตามแกนนี้ การนวดและการคัดแยกจะเกิดขึ้นตลอดทั้งความยาวของชุดนวด ดังแสดงในภาพที่ 9 ซึ่งเป็นการทดสอบชุดนวดที่มีความยาว 170 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลูกนวดขนาด 508 มิลลิเมตร (20 นิ้ว) ระยะช่องว่างระหว่างซี่ตะแกรงนวด 20 มิลลิเมตร อัตราการป้อน 16 ตันต่อชั่วโมง ความเร็วเชิงเส้นปลายซี่นวด 20 เมตรต่อวินาที นวดข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 ที่มีความชื้นของเมล็ด 27.4 เปอร์เซ็นต์ฐานเปียก อัตราส่วนเมล็ดต่อฟางโดยน้ำหนักสด 0.71 โดยชุดนวดมีช่วงช่องป้อนยาว 80 เซนติเมตรแรก และช่วงถัดไปเรียกว่าช่วงท้ายจนถึงใบพัดขับฟางยาว 90 เซนติเมตร เห็นได้ว่าในช่วงช่องป้อนมีวัสดุที่ถูกตีเพื่อการแยกเมล็ดให้ลอดผ่านตะแกรงนวดสูงถึงประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะส่งผลต่อการทำความสะอาดหรือสภาวะการเกินภาระของตะแกรงที่รองรับเมล็ดที่ต้องทำความสะอาดในช่วงนี้ ส่วนช่วงท้ายปริมาณเมล็ดที่ลอดผ่านตะแกรงนวดจะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ และส่วนที่เหลือที่ไม่สามารถลอดผ่านตะแกรงนวดจะเป็นความสูญเสียจากชุดนวด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-842" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-6.jpg" alt="ปริมาณเมล็ดที่ลอดผ่านตะแกรงนวดที่ระยะช่องตามความยาวชุดนวด" width="613" height="438" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-6.jpg 613w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-rotor-6-300x214.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 613px) 100vw, 613px" /></p>
<h3>5.สรุป</h3>
<p><strong>หลักการนวด มีหลักการ 3 แบบคือ การนวดแบบรัศมี แบบไหลขวางแกน และแบบไหลตามแกน</strong> โดยมีประเภทของลูกนวด มี 4 แบบหลักๆ คือ ลูกนวดแบบแถบนวด แบบซี่นวด แบบเหล็กฉาก และแบบเส้นลวดโค้ง สำหรับส่วนประกอบของชุดนวดแบบไหลตามแกน ประกอบไปด้วย ลูกนวดที่มีเพลาลูกนวด แถบยึดซี่นวด ซี่นวด และใบพัดขับฟาง และ ตะแกรงนวดที่มีตะแกรงนวดบน ตะแกรงนวดล่าง และครีบวงเดือน โดยลักษณะการทำงานของชุดนวดแบบไหลตามแกน เป็นการทำงานที่พืชจะถูกป้อนเข้าไปในชุดนวดและถูกตีหมุนซ้ำไปรอบตะแกรงนวดพร้อมทั้งไหลไปตามแนวแกนเพลาลูกนวด ส่วนเมล็ดและฟางถูกแยกโดยการกรองผ่านตะแกรงนวดและฟางจะถูกขับออกที่ช่องขับฟาง</p>
<blockquote><p>บทความนี้ <a href="https://www.phtnet.org/2018/06/813/">ตีพิมพ์ลงใน Postharvest Newsletter ปีที่ 17 ฉบับที่ 2 เมษายน – มิถุนายน 2561</a></p></blockquote>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<ul>
<li>จักร จักกะพาก และ ยาซุมะสะ โคงะ.  2528.  เครื่องจักรกลเกษตร. คุรุสภาลาดพร้าว, กรุงเทพฯ. Griffin, G.A. 1981. Combine Harvesting. Ed 2nd, Deere &amp; Company, Moline, Illinois, USA. John Deere. 2011. Rasp Bar Cylinder and Concave. [Online]. Available source: <a href="http://salesmanual.deere.com">http://salesmanual.deere.com</a>. [25 December 2011].</li>
<li>Khan, A.U. 1986. The Asian Axial-Flow Threshers. Proceeding of the International conference on Small Farm Equipment for Developing Countries. USA: McGraw-Hill.</li>
<li>Quick, G.R. 1978. Development of Rotary and Axial Thresher/Separators. In: Grain and Forage Harvesting. Proceedings of the 1<sup>st</sup> International Grain and Forage Conference. 25-29 Sep 1977; Scheman Center, Iowa State University, Ames, Iowa, USA: p. 151-164.</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2018/06/835/">ชุดนวดแบบไหลตามแกน</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเก็บเกี่ยวข้าวโพดและปัญหาในการเก็บเกี่ยว</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2015/12/268/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Dec 2015 03:17:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[วารี ศรีสอน]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาย ชวนอุดม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=268</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230; รศ.ดร.สมชาย ชวนอุดม1,นางสาววารี ศรีสอน1, 1  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2015/12/268/">การเก็บเกี่ยวข้าวโพดและปัญหาในการเก็บเกี่ยว</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-269" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize.jpg" alt="การเก็บเกี่ยวข้าวโพดและปัญหาในการเก็บเกี่ยว" width="1080" height="608" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize.jpg 1080w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-300x169.jpg 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-1024x576.jpg 1024w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-768x432.jpg 768w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-270x151.jpg 270w" sizes="auto, (max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>โดย &#8230; รศ.ดร.สมชาย ชวนอุดม<sup>1,</sup>นางสาววารี ศรีสอน<sup>1,</sup></p>
<p><sup>1</sup> กลุ่มวิจัยวิศวกรรมประยุกต์เพื่อพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</p>
<p>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชไร่ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย เป็นพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ โดยประเทศไทยสามารถผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ประมาณปีละ 5 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 4 หมื่นล้านบาท แต่ปริมาณที่ผลิตได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศประมาณปีละ 700-800 ล้านบาท (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2556) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเร่งรัดเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ ซึ่งปัญหาในการผลิตข้าวโพดของประเทศไทยส่วนหนึ่งเกิดจากต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในขั้นตอนการเก็บเกี่ยว</p>
<h3>การเก็บเกี่ยวข้าวโพดของเกษตรกรสามารถจำแนกออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้</h3>
<p><strong>1.การเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคน (ภาพที่ 1)</strong> ซึ่งมีทั้งแบบเก็บฝักที่ยังไม่ปอกเปลือก คือการหักฝักข้าวโพดออกจากต้นโดยไม่ปอกเปลือก และเก็บฝักแบบปอกเปลือกโดยจะใช้ไม้ปลายแหลมกรีดปอกเปลือกออก แล้วหักฝักข้าวโพดโยนกองรวมกันไว้บนพื้นดิน ในเข่งหรือกระสอบ ซึ่งการเก็บฝักแบบไม่ปอกเปลือกมีค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 800-1,000 บาท/ไร่ ส่วนการเก็บฝักแบบปอกเปลือกมีค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 1,000-1,500 บาท/ไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่สภาพพื้นที่และผลผลิต ซึ่งค่าใช้จ่ายประกอบด้วยค่าแรงงานปลิดฝัก และค่าขนย้ายออกจากแปลงซึ่งมีทั้งการขนย้ายโดยใช้รถบรรทุกและแรงงานคน ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มีค่ามากกว่า 1 ใน 3 ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด เนื่องจากใช้คนเป็นหลักในการหักปลิดเก็บข้าวโพดทีละฝักและการขนย้ายรวบรวมเพื่อเก็บรักษาหรือจำหน่ายในรูปของฝักข้าวโพด จึงต้องใช้แรงงานจำนวนมากและเสียเวลาค่อนข้างสูง นอกจากนี้เกษตรกรบางรายจะเก็บรักษาฝักข้าวโพดไว้รอราคาที่สูงขึ้นแล้วจึงนำออกจำหน่ายทั้งฝัก บางรายจะกะเทาะด้วยเครื่องกะเทาะข้าวโพดแล้วจำหน่ายในรูปของเมล็ดข้าวโพด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-270 size-full" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-2.jpg" alt="การเก็บเกี่ยวข้าวโพดโดยใช้แรงงานคน" width="481" height="344" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-2.jpg 481w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-2-300x215.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 481px) 100vw, 481px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2.การเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องปลิดฝักข้าวโพด (ภาพที่ 2)</strong> แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ เครื่องปลิดฝักข้าวโพด และเครื่องปลิดและปอกเปลือกหุ้มฝักข้าวโพด โดยเครื่องปลิดฝักข้าวโพดทั้ง 2 แบบ ต่อพ่วงกับรถแทรกเตอร์ และเครื่องปลิดและรูดเปลือกหุ้มฝักข้าวโพด มีกลไกเหมือนกันกับเครื่องปลิดฝักข้าวโพด แต่จะมีชุดลำเลียง และชุดรูดเปลือก โดยเครื่องนี้จะติดพ่วงด้านข้างของรถแทรกเตอร์ หลังจากนั้นจึงค่อยรวบรวมฝักเพื่อเก็บรักษาหรือจำหน่าย และมีรูปแบบหลังการเก็บรักษาเช่นเดียวกับการเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-271 size-full" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-3.jpg" alt="เครื่องปลิดฝักข้าวโพด" width="567" height="414" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-3.jpg 567w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-3-300x219.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 567px) 100vw, 567px" /></p>
<p><strong>3.การเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด (ภาพที่ 3)</strong> ซึ่งมีบริษัทผลิตเครื่องเกี่ยวนวดข้าวในไทยดัดแปลงเครื่องเกี่ยวนวดข้าวให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ทั้งข้าวและข้าวโพด โดยเครื่องจะมีขนาดใหญ่ มีสมรรถนะในการทำงานดี และมีความรวดเร็ว เนื่องจากเครื่องเกี่ยวนวดข้าวโพด ประกอบด้วยชุดเก็บเกี่ยว ชุดกะเทาะข้าวโพด และชุดคัดแยกและทำความสะอาด ทำงานได้เบ็ดเสร็จในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับพื้นที่ราบขนาดใหญ่ นิยมใช้ในเขตภาคกลางของประเทศ เช่น นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี เมื่อเก็บเกี่ยวได้เมล็ดข้าวโพดแล้วจะต้องขนย้ายออกจากพื้นที่เพื่อนำไปจำหน่ายโดยทันที</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-272 size-full" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-4.jpg" alt="เครื่องเกี่ยวนวดข้าวโพด" width="604" height="339" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-4.jpg 604w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-4-300x168.jpg 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-4-270x151.jpg 270w" sizes="auto, (max-width: 604px) 100vw, 604px" /></p>
<h3>ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวข้าวโพดโดยทั่วไปทั้ง 3 ลักษณะ สามารถสรุปได้ดังแสดงในภาพที่ 4</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-273" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-5.jpg" alt="ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวข้าวโพด" width="622" height="604" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-5.jpg 622w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/08/article-postharvest-maize-5-300x291.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 622px) 100vw, 622px" /></p>
<h3>ปัญหาในการเก็บเกี่ยวข้าวโพด</h3>
<p>การเก็บเกี่ยวข้าวโพดในประเทศไทย มีทั้งการใช้แรงงานคนและเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวข้าวโพดดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ในการทดสอบและ/หรือการใช้งานจริงยังเกิดปัญหาที่ต้องแก้ไข ซึ่งสามารถสรุปปัญหาที่เกิดจากการเก็บเกี่ยว ได้ดังนี้</p>
<ol>
<li>
<h3>ปัญหาจากการเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคน</h3>
</li>
</ol>
<p>การเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคนนอกจากปัญหาในการขาดแคลนแรงงานแล้ว ปัญหาด้านค่าใช้จ่ายสำหรับการจ้างแรงงานค่อนข้างสูง เนื่องจากค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้แล้วการเก็บเกี่ยวข้าวโพดโดยใช้แรงงานคนเป็นการเก็บฝักเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีการกะเทาะเมล็ด ต้องนำฝักข้าวโพดมากะเทาะเมล็ดอีกครั้ง ซึ่งเป็นการทำงานหลายขั้นตอน ไม่เบ็ดเสร็จในครั้งเดียว รวมทั้งต้องดูแลรักษาข้าวโพดในระหว่างรอการกะเทาะไม่ให้เสื่อมคุณภาพและ/หรือถูกสัตว์และแมลงเข้าทำลาย</p>
<ol start="2">
<li>
<h3>ปัญหาจากการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องปลิดฝักข้าวโพด</h3>
</li>
</ol>
<p>การใช้เครื่องปลิดฝักข้าวโพดได้มีส่วนเข้าช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยว ซึ่งในบางพื้นที่ต้องการเก็บรักษาฝักข้าวโพดไว้เพื่อรอราคา แต่การใช้งานยังมีในวงจำกัดทั้งนี้เนื่องจากในบางพื้นที่ต้องการได้เครื่องที่สามารถทำงานเบ็ดเสร็จได้ในครั้งเดียว คือเก็บเกี่ยวและได้ข้าวโพดออกมาเป็นเมล็ดโดยเฉพาะในเขตภาคกลาง แต่เครื่องในลักษณะนี้เป็นเพียงเก็บเกี่ยวฝักข้าวโพดเท่านั้น และในการใช้งานของเครื่องแบบนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องรูปแบบของการเก็บเกี่ยวที่จะเข้าเก็บฝักบริเวณขอบแปลงที่ค่อนข้างลำบาก เพราะต้องถูกลากจูงด้วยแทรกเตอร์</p>
<ol start="3">
<li>
<h3>ปัญหาจากการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวนวดข้าวโพด</h3>
</li>
</ol>
<p>เครื่องเกี่ยวนวดข้าวโพดเป็นเครื่องที่มีส่วนประกอบของชุดปลิดและลำเลียงฝัก ชุดกะเทาะ และชุดคัดแยกและทำความสะอาด ทำงานได้เบ็ดเสร็จในเครื่องเดียว ดังนั้นจึงสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว แต่ข้อจำกัดของเครื่องแบบนี้ คือมีขนาดใหญ่ ราคาแพง และการทำงานเหมาะกับพื้นที่ราบขนาดใหญ่ แต่พื้นที่เชิงเขาที่มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวนมากอาจจะไม่เหมาะสม นอกจากนี้การขับเคลื่อนด้วยตัวเองใช้ช่วงล่างโดยเฉพาะโซ่และใบแทรคในการขับบนพื้นดินที่แห้งและมีหินหรือกรวดอาจจะทำให้โซ่และใบแทรคเกิดการสึกหรออย่างรวดเร็ว รวมทั้งการเคลื่อนย้ายเครื่องที่มีขนาดใหญ่ต้องใช้รถบรรทุกเครื่องจักรขนาดใหญ่ในการขนย้าย ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และเมื่อทำการเก็บเกี่ยวได้เมล็ดข้าวโพดแล้วต้องทำการจำหน่ายโดยทันที เพราะเกษตรกรไม่นิยมเก็บรักษาเมล็ดข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด เพราะเมล็ดยังมีความชื้นสูงขณะเก็บเกี่ยว รวมทั้งการบรรจุในภาชนะหรือรถบรรทุกในระหว่างเก็บเกี่ยวและรอการขนย้าย จึงเกิดการหายใจซึ่งส่งผลให้เมล็ดคายน้ำและความร้อนออกมา ซึ่งมีผลให้เมล็ดเสื่อมคุณภาพอย่างรวดเร็ว ทำให้เกษตรกรต้องนำเมล็ดมาตากแดดถ้าต้องการเก็บรักษาเมล็ด ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและเวลาดำเนินการเพิ่มมากขึ้น</p>
<h3>บทสรุป</h3>
<p>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยที่มีการผลิตหลายขั้นตอน การเก็บเกี่ยวเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่มีอยู่ 3 ลักษณะ คือ การเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคน การเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องปลิดฝักข้าวโพด และการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวนวดข้าวโพด</p>
<p>สำหรับการเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคนมีปัญหาในด้านการขาดแคลนแรงงานและค่าจ้างแรงงานที่ค่อนข้างสูง ส่วนการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องปลิดฝักข้าวโพดมีข้อจำกัดด้านที่ต้องใช้แทรกเตอร์ในการลากจูงซึ่งจะค่อนข้างลำบากในการเก็บเกี่ยวขอบแปลงและการทำงานที่ไม่เบ็ดเสร็จในครั้งเดียว ส่วนการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวนวดข้าวโพดมีข้อจำกัดในเรื่องการขนย้ายเครื่องที่มีขนาดใหญ่ และการสึกหรอของช่วงล่างที่มีค่อนข้างสูง และเมล็ดที่เก็บเกี่ยวได้มีความชื้นค่อนข้างสูง</p>
<h3>เอกสารอ้างอิง</h3>
<ul>
<li><strong> </strong>หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ. 2556. ปลูกข้าวโพด นาน้ำใต้ดินตื้น อีกทางเลือกแก้จน คนอีสาน.  [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: <a href="http://www.thairath.co.th/content/347342">http://www.thairath.co.th/content/347342</a>.</li>
<li>กลุ่มบริษัทเกษตรพัฒนา.  มปป.  เครื่องเกี่ยวนวดข้าวโพด.  [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: <a href="http://www.kpn.co.th/">http://www.kpn.co.th/</a>. (20 พฤษภาคม 2557).</li>
<li>วิชา หมั่นทำการ. มปป. เครื่องเก็บเกี่ยวข้าวโพดติดรถแทรกเตอร์ 4 ล้อ. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.clinictech.most.go.th/online/pages/techlist_display.asp?tid=803. (20 พฤษภาคม 2557).</li>
<li>สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2556. ข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตร: ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2554-2556. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา:  <a href="http://www.oae.go.th/download/prcai/DryCrop/maize52-54.pdf">http://www.oae.go.th/download/prcai/DryCrop/maize52-54.pdf</a>.  (5 มิถุนายน 2557).</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2015/12/268/">การเก็บเกี่ยวข้าวโพดและปัญหาในการเก็บเกี่ยว</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครื่องเกี่ยวนวดข้าวไทย</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2012/06/123/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Jun 2012 08:02:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาย ชวนอุดม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=123</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230; ผศ.ดร.สมชาย ชวนอุดม ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/06/123/">เครื่องเกี่ยวนวดข้าวไทย</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โดย &#8230; ผศ.ดร.สมชาย ชวนอุดม<br />
ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว : หน่วยงานร่วมมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 40002</p>
<p>ข้าวเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของไทย การผลิตข้าวมีหลายขั้นตอน การเก็บเกี่ยวเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิต จากปริมาณการผลิตข้าวที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของประเทศไทยหากเกิดความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวจะส่งผลต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งในด้านปริมาณและมูลค่าเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันการใช้เครื่องเกี่ยวนวดกำลังได้รับความนิยมจากเกษตรกรอย่างแพร่หลายและมีการใช้งานขยายไปทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งเครื่องเกี่ยวนวดข้าวนี้เป็นเครื่องจักรที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นต้นกำลังในการขับเคลื่อนและทำงาน ในการทำงานรวมขั้นตอนของการเกี่ยว นวด และทำความสะอาดไว้ในเครื่องเดียวกัน มีการทำงานอย่างต่อเนื่องและเบ็ดเสร็จในตัวเองประกอบไปด้วยกระบวนการตัด ลำเลียง นวด คัดแยกเมล็ดออกจากฟาง และทำความสะอาดข้าวเปลือก โดยมีถังรองรับข้าวเปลือกที่ผ่านกระบวนการทั้งหมดแล้วหรือมีการบรรจุข้าวเปลือกลงในภาชนะบรรจุอื่น มีการทำงานที่เบ็ดเสร็จในตัวเอง มีสมรรถนะการทำงานที่ดีและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ในบางพื้นที่ที่มีแปลงนาขนาดเล็กหรือมีต้นไม้มากไม่เหมาะแก่การใช้งานเครื่องเกี่ยวนวดก็ได้มีการรวมแปลงเพื่อให้เป็นแปลงมีขนาดใหญ่ขึ้น และหรือมีการตัดและขุดต้นไม้ที่อยู่ในนาออก ทั้งนี้เพราะการใช้เครื่องเกี่ยวนวดช่วยให้เกษตรกรลดความสูญเสียผลผลิตและลดค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวเมื่อเทียบกับวิธีการใช้แรงงานคน อีกทั้งยังเป็นการทำงานที่เบ็ดเสร็จไม่ยุ่งยาก รวดเร็ว และสามารถนำข้าวไปจำหน่ายได้ทันที อีกทั้งเกษตรกรหลายรายมีอาชีพอื่นนอกจากการเพาะปลูกข้าวจึงจำเป็นต้องเร่งรีบเก็บเกี่ยวเพื่อที่จะมีเวลาไปประกอบอาชีพนั้นๆ</p>
<p>นอกจากนี้ผลพลอยได้อีกด้านหนึ่งจากการใช้เครื่องเกี่ยวนวดคือการมีโอกาสช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ต้นข้าวหรือข้าวสารเต็มเม็ดจากวิธีเก็บเกี่ยวโดยแรงงานคนอีกประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เพราะการเก็บเกี่ยวโดยแรงงานคนต้องมีการตากแผ่ฟ่อนข้าว ยิ่งตากนานเท่าไหร่ยิ่งทำให้เปอร์เซ็นต์ต้นข้าวลดลงเนื่องจากความแตกต่างที่ค่อนข้างมากของสภาพอากาศในเวลากลางวันและกลางคืนในฤดูเก็บเกี่ยว (วินิต และคณะ, 2542) ส่วนการใช้เครื่องเกี่ยวนวดเกษตรกรนิยมขายข้าวทันทีภายหลังการเก็บเกี่ยว โรงสีที่รับซื้อจะต้องนำข้าวที่มีความชื้นสูงไปอบลดความชื้น ในการอบลดความชื้นจะทำให้เมล็ดข้าวไม่ถูกกระทบ กระเทือนมากเท่ากับจากการตากแผ่ในแปลงนาส่งผลให้ได้เปอร์เซ็นต์ต้นข้าวที่สูงกว่า</p>
<p>ประเทศไทยพัฒนาเครื่องเกี่ยวนวดมาจากเครื่องของต่างประเทศ ชุดหัวเกี่ยวและระบบลำเลียงพัฒนามาจากเครื่องเกี่ยวนวดของประเทศทางแถบตะวันตก โดยนำชิ้นส่วนทั้งของเครื่องเกี่ยวนวด รถยนต์หรือเครื่องจักรกลต่างๆ มาดัดแปลง ส่วนชุดนวดและชุดทำความสะอาดดัดแปลงมาจากเครื่องนวดแบบไหลตามแกนของไทยซึ่งเป็นการพัฒนาและปรับปรุงมาจากเครื่องนวดแบบไหลตามแกนของสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ หรือ International Rice Research Institute (IRRI) ประเทศไทยได้พัฒนาและปรับปรุงเครื่องเกี่ยวนวดข้าวจนเหมาะกับสภาพการทำงานในประเทศได้เป็นอย่างดี แล้วยังส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศอีกด้วย คาดว่าในปัจจุบันมีเครื่องเกี่ยวนวดใช้งานในประเทศมากกว่า 10,000 เครื่อง โดยเกือบทั้งหมดเป็นเครื่องที่พัฒนาและผลิตขึ้นในประเทศไทย (ภาพที่ 1) และใช้งานในลักษณะของการรับจ้างเกี่ยวนวดแบบเหมาจ่ายต่อหน่วยพื้นที่ มีขนาดหน้ากว้างของหัวเกี่ยวประมาณ 3 เมตร สามารถเกี่ยวนวดข้าวได้ประมาณ 20 ถึง 40 ไร่ต่อวัน ทั้งยังสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ทั้งข้าวสภาพต้นตั้งและสภาพต้นล้ม และสามารถเก็บเกี่ยวได้ทั้งพันธุ์ข้าวเจ้าและข้าวเหนียว เครื่องเกี่ยวนวดข้าวนี้มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a57_1.png" alt="เครื่องเกี่ยวนวดข้าว" width="500" height="366" /><br />
<b>ภาพที่ 1</b> เครื่องเกี่ยวนวดข้าวที่พัฒนาและผลิตขึ้นภายในประเทศ</p>
<h3>เครื่องยนต์ต้นกำลัง</h3>
<p>เครื่องยนต์ต้นกำลัง เป็นเครื่องยนต์ดีเซล ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องยนต์มือสองจากต่างประเทศซึ่งมีราคาถูกกว่าเครื่องยนต์ใหม่แล้วนำมาปรับแต่งสภาพใหม่ ดังแสดงในภาพที่ 2 ปัจจุบันขนาดของต้นกำลังที่นิยมใช้อยู่ระหว่าง 180 ถึง 260 กำลังม้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a57_2.png" alt="เครื่องยนต์ต้นกำลัง" width="500" height="359" /><br />
<b>ภาพที่ 2</b> เครื่องยนต์ต้นกำลังของเครื่องเกี่ยวนวดข้าว</p>
<h3>ชุดช่วงล่าง</h3>
<p>ชุดช่วงล่าง ทำหน้าที่รองรับส่วนต่างๆ ของเครื่องเกี่ยวนวดทั้งหมด และยังเป็นส่วนที่ยึดเกาะกับพื้นเพื่อให้เกิดการเคลื่อนที่ มีลักษณะเหมือนรถแทรคเตอร์ตีนตะขาบ ซึ่งประกอบไปด้วย โครงเครื่องล่าง โซ่ ล้อขับ ล้อนำ ลูกกลิ้งโซ่บน ลูกกลิ้งโซ่ล่าง และตีนตะขาบ ดังแสดงในภาพที่ 3 ในการเลือกขนาดของชุดช่วงล่างควรเลือกให้เหมาะสมกับน้ำหนักและการทำงานของเครื่อง นอกจากนี้ในการออกแบบขนาดของตีนตะขาบต้องสัมพันธ์กับน้ำหนักของตัวเครื่องและการบรรทุกเพื่อที่จะได้มีแรงกดพื้นนาในขณะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เครื่องจมในที่นาและหรือการทำให้เกิดปัญหาดินหล่ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a57_3.png" width="500" height="249" /><br />
<b>ภาพที่ 3</b> ชุดช่วงล่าง</p>
<h3>ชุดถ่ายทอดกำลังและขับเคลื่อน</h3>
<p>ชุดถ่ายทอดกำลังและขับเคลื่อน เป็นตัวที่ถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังระบบขับกลไกต่างๆ การขับอุปกรณ์ส่วนใหญ่ใช้พูเล่ย์กับสายพาน ส่วนการขับเคลื่อนของเครื่องปัจจุบันนิยมใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยน้ำมันหรือระบบที่ถ่ายทอดกำลังไปยังชิ้นส่วนต่างๆ โดยใช้น้ำมันไฮดรอลิคเป็นตัวกลางหรือระบบไฮโดรสแตติคในการถ่ายทอดกำลังผ่านมอเตอร์ไฮดรอลิคไปหมุนล้อขับ (ภาพที่ 4) เพื่อให้เครื่องเกี่ยวนวดเคลื่อนที่ส่งผลให้การควบคุมความเร็วของส่วนต่างๆ เป็นอิสระต่อกัน ทำให้มีความคล่องตัวในการทำงานสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a57_4.png" alt="มอเตอร์ไฮดรอลิคขับเคลื่อน" width="441" height="337" /><br />
<b>ภาพที่ 4</b> มอเตอร์ไฮดรอลิคขับเคลื่อน</p>
<h3>ชุดหัวเกี่ยว</h3>
<p>ชุดหัวเกี่ยว เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ตัด รวบรวมและลำเลียงต้นพืชส่งเข้าชุดคอลำเลียง (ภาพที่ 5) เพื่อส่งต่อไปยังชุดนวด ประกอบด้วยล้อโน้มทำหน้าที่เกาะต้นพืชที่ล้มและหรือโน้มต้นพืชที่ตั้งให้เข้ามาหาชุดใบมีด ชุดใบมีดตัดต้นพืชและถูกล้อโน้มโน้มส่งต่อเข้ามายังเกลียวลำเลียงหน้าเพื่อรวบรวมต้นพืชมายังส่วนกลางของชุดหัวเกี่ยว สำหรับส่งเข้าชุดคอลำเลียงเพื่อกวาดพาต้นพืชที่เกลียวลำเลียงหน้าส่งเข้ามา และพาส่งต่อไปยังชุดนวด ในปัจจุบันได้มีการนำระบบไฮโดรสแตติคมาเป็นต้นกำลังในการขับชุดหัวเกี่ยวเพื่อให้สามารถปรับความเร็วของชุดหัวเกี่ยวให้มีความสัมพันธ์กับลักษณะของต้นข้าวและความเร็วในการขับเคลื่อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a57_5.png" alt="ชุดหัวเกี่ยว" width="500" height="266" /><br />
<b>ภาพที่ 5</b> ชุดหัวเกี่ยว</p>
<h3>ชุดนวด</h3>
<p>ชุดนวด เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการแยกเมล็ดให้ออกจากรวง การนวดเป็นการทำให้เมล็ดพืชหลุดออกจากรวง ฉะนั้นการนวดจึงมีความสำคัญทั้งต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิต ถ้าการนวดที่รุนแรงเกินไปจะทำให้เมล็ดแตกหักเสียหายมาก แต่ถ้าการนวดรุนแรงน้อยเกินไปก็จะทำให้มีเมล็ดบางส่วนไม่ถูกนวดและอาจทำให้ความสูญเสียมีค่าสูง เครื่องเกี่ยวนวดในประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้ชุดนวดข้าวแบบไหลตามแกน มีลักษณะการทำงานแบบเดียวกับชุดนวดของเครื่องนวดข้าว ประกอบด้วยลูกนวด ตะแกรงนวดล่างและตะแกรงนวดบน ดังแสดงในภาพที่ 6 ส่วนใหญ่นิยมใช้ชุดนวดขนาดความยาว 6 ฟุต เนื่องจากมีความสามารถในการนวดสูงทันกับการทำงานของเครื่องเกี่ยวนวดที่เกือบทั้งหมดใช้งานในลักษณะของการรับจ้างเกี่ยวนวด ผู้ประกอบการรับจ้างเกี่ยวนวดมักรีบเร่งทำงานเพื่อให้ได้พื้นที่เก็บเกี่ยวมากที่สุดเท่าที่พึงกระทำได้ เนื่องจากอัตราค่าจ้างเกี่ยวนวดเป็นแบบเหมาจ่ายต่อหน่วยพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสูญเสียจากระบบการนวดที่เพิ่มขึ้นจากอัตราการป้อนที่สูงจากการรีบเร่งเกี่ยวนวด นอกจากนี้ผู้ประกอบการมักปรับแต่งเครื่องเกี่ยวนวดโดยเฉพาะมุมครีบวงเดือนจากแนวเพลาเพื่อให้ชุดนวดสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วโดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นเห็นได้ว่าการทำงานของชุดนวดนอกจากส่งผลต่อความสูญเสียแล้วยังส่งผลต่อความสามารถในการทำงานของเครื่องเกี่ยวนวดอีกด้วย เพื่อให้ทราบถึงการทำงานของชุดนวดจึงควรทราบถึงส่วนประกอบของชุดนวดที่สำคัญมีดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a57_6.png" alt="ชุดนวด" width="500" height="283" /><br />
<b>ภาพที่ 6</b> ชุดนวด</p>
<h3>ชุดทำความสะอาด</h3>
<p>ชุดทำความสะอาด ประกอบด้วย ตะแกรงทำความสะอาด ทำหน้าที่แยกเศษหรือท่อนฟางหลังการนวดให้ออกจากเมล็ดทำงานรวมกับชุดพัดลมที่อยู่ใต้ตะแกรงทำความสะอาด (ภาพที่ 7) โดยชุดพัดลมทำหน้าที่เป่าเศษฝุ่น ข้าวลีบ เศษฟาง และสิ่งเจือปนอื่นๆ ให้แยกจากเมล็ดออกไปท้ายเครื่อง ส่วนรวงที่ถูกนวดไม่หมดหรือท่อนฟางถูกเขย่าจนหลุดออกไปจากตะแกรงทำความสะอาดลงสู่เกลียวลำเลียงเพื่อลำเลียงกลับไปนวดซ้ำ ส่วนเมล็ดที่ผ่านตะแกรงและพัดลมทำความสะอาดร่วงลงไปยังเกลียวลำเลียงผลผลิตเพื่อนำผลผลิตไปบรรจุกระสอบหรือถังเก็บเมล็ดต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a57_7.png" alt="ตะแกรงทำความสะอาด" width="500" height="235" /><br />
<b>ภาพที่ 7</b> ตะแกรงทำความสะอาด</p>
<h3>ชุดลำเลียง</h3>
<p>ชุดลำเลียง มีอุปกรณ์ที่สำคัญ คือ ชุดคอลำเลียง (ภาพที่ 8) มีโซ่ และคานสำหรับลากหรือกวาดต้นข้าวที่ถูกตัดจากชุดหัวเกี่ยวส่งเข้าไปยังชุดนวด ส่วนชุดเกลียวลำเลียงผลผลิต (ภาพที่ 9) ใช้ลำเลียงข้าวเปลือกที่ผ่านการนวดและทำความสะอาดแล้วไปบรรจุกระสอบหรือลงถังเก็บเมล็ด และชุดเกลียวลำเลียงกลับไปนวดซ้ำ (ภาพที่ 10) ทำหน้าที่ลำเลียงรวงที่นวดไม่หมดให้วนกลับเข้าไปยังชุดนวดเพื่อทำการนวดซ้ำต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a57_8.png" alt="ชุดคอลำเลียง" width="341" height="259" /><br />
<b>ภาพที่ 8</b> ชุดคอลำเลียง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a57_9.png" alt="ชุดเกลียวลำเลียงข้าวเปลือกหลังทำความสะอาด" width="385" height="255" /><br />
<b>ภาพที่ 9</b>ชุดเกลียวลำเลียงข้าวเปลือกหลังทำความสะอาด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a57_10.png" alt="ชุดเกลียวลำเลียงกลับไปนวดซ้ำ" width="372" height="257" /><br />
<b>ภาพที่ 10</b>ชุดเกลียวลำเลียงกลับไปนวดซ้ำ</p>
<p>เครื่องเกี่ยวนวดเป็นเครื่องที่ต้องใช้การทำงานของอุปกรณ์หลายส่วนไปพร้อมกันและต้องสัมพันธ์กันด้วยความลงตัวเพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดการติดขัดในขณะปฏิบัติงานหรือเกิดความสูญเสียต่อทั้งปริมาณและคุณภาพของผลผลิตที่ค่อนข้างสูง ตัวอย่างเช่น ถ้าเครื่องเกี่ยวนวดขับเคลื่อนด้วยด้วยความเร็วมากเกินไปส่งให้มีอัตราการป้อนที่สูงชุดนวดอาจทำการนวดและแยกเมล็ดไม่ทันทำให้ชุดนวดขับเมล็ดทิ้งที่ช่องขับฟางส่งให้มีความสูญเสียเพิ่มขึ้น หรือชุดทำความสะอาดมีได้รับอัตราการป้อนมากเกินไปเกิดการทำงานเกินภาวะ (overload) อาจทำให้เมล็ดข้าวลอดผ่านรูตะแกรงไม่ทันทำให้เมล็ดล้นตะแกรงและถูกนำกลับไปนวดซ้ำส่งผลให้เมล็ดแตกหักเสียหายเพิ่มขึ้น เป็นต้น ดังนั้นการศึกษาความสัมพันธ์ของการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ของเครื่องเกี่ยวนวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องเกี่ยวนวดให้ดียิ่งขึ้น</p>
<p><b>เอกสารอ้างอิง</b><br />
วินิต ชินสุวรรณ, สมชาย ชวนอุดม, วสุ อุดมเพทายกุล, วราจิต พยอม, ณรงค์ ปัญญา. ความสูญเสียในการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิโดยใช้แรงงานคนและใช้เครื่องเกี่ยวนวด. วารสารวิจัย มข. 2542; 4(2): 4-7.</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/06/123/">เครื่องเกี่ยวนวดข้าวไทย</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัจจัยการทำงานที่มีผลต่อความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2012/03/119/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 07:56:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาย ชวนอุดม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=119</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230; ผศ.ดร.สมชาย ชวนอุดม ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/03/119/">ปัจจัยการทำงานที่มีผลต่อความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โดย &#8230; ผศ.ดร.สมชาย ชวนอุดม<br />
ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว : หน่วยงานร่วมมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 40002</p>
<p><a href="https://www.phtnet.org/research/durable-cereal.asp?id_name=k001">ข้าว</a> เป็นพืชที่มีความสำคัญต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของไทย การผลิตข้าวมีหลายขั้นตอน โดยการเก็บเกี่ยวเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิต ปริมาณการผลิต ข้าวที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของประเทศไทย หากเกิดความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวจะส่งผลต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมากทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า ในปัจจุบันการใช้เครื่องเกี่ยวนวดกำลังได้รับความนิยมจากเกษตรกรอย่างแพร่หลายและมีการใช้งานขยายไปทุกภูมิภาคของประเทศ ในบางพื้นที่ที่มีแปลงนาขนาดเล็กหรือมีต้นไม้มากไม่เหมาะแก่การใช้งานเครื่องเกี่ยวนวด ก็ได้มีการรวมแปลงเพื่อให้เป็นแปลงมีขนาดใหญ่ขึ้นและ/หรือมีการตัดและขุดต้นไม้ที่อยู่ในนาออก ทั้งนี้เพราะการใช้เครื่องเกี่ยวนวดช่วยให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายจากวิธีการเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคน นอกจากนี้ยังเป็นการทำงานที่เบ็ดเสร็จไมยุ่งยาก รวดเร็ว และไม่ต้องจัดการอะไรภายหลังการเก็บเกี่ยวมากนัก สามารถนำข้าวไปจำหน่ายได้ทันที อีกทั้งเกษตรกรหลายรายมีอาชีพอื่นนอกจากการเพาะปลูกข้าวจึงจำเป็นต้องเร่งรีบเก็บเกี่ยวเพื่อที่จะมีเวลาไปประกอบอาชีพนั้นๆ ผลพลอยได้อีกด้านหนึ่งจากการใช้เครื่องเกี่ยวนวดคือการมีโอกาสช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ต้นข้าวจากวิธีเก็บเกี่ยวโดยแรงงานคนอีกประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ (วินิต และคณะ, 2542: สมชาย, 2543) ทั้งนี้เพราะการเก็บเกี่ยวโดยแรงงานคนต้องมีการตากแผ่ฟ่อนข้าว ยิ่งตากนานเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เปอร์เซ็นต์ต้นข้าวลดลงเนื่องจากความแตกต่างที่ค่อนข้างมากของสภาพอากาศในเวลากลางวันและกลางคืนในฤดูเก็บเกี่ยวเกษตรกรนิยมขายข้าวทันทีภายหลังการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวนวดโรงสีที่รับซื้อจะต้องนำข้าวที่มีความชื้นสูงไปอบลดความชื้น ซึ่งการอบลดความชื้นทำให้เมล็ดข้าวไม่ถูกกระทบกระเทือนมากเท่ากับจากการตากแผ่ในแปลงนาส่งผลให้ได้เปอร์เซ็นต์ต้นข้าวที่สูงกว่าในปจัจุบันคาดว่ามีเครื่องเกี่ยวนวดข้าวใช้งานอยู่ภายในประเทศประมาณ 10,000 เครื่อง (วินิต, 2553) โดยเกือบทั้งหมดผลิตในประเทศไทย และใช้งานในลักษณะของการรับจ้างเกี่ยวนวดแบบเหมาจ่ายต่อหน่วยพื้นที่</p>
<p><strong>เครื่องเกี่ยวนวด</strong>เป็นเครื่องที่มีระบบการทำงานทั้งเกี่ยวนวด และทำความสะอาดอยู่ในเครื่องเดียว ประเทศไทยพัฒนาเครื่องเกี่ยวนวดมาจากเครื่องของต่างประเทศ ชุดหัวเกี่ยวและระบบลำเลียงพัฒนามาจากเครื่องเกี่ยวนวดของประเทศทางแถบตะวันตก โดยนำชิ้นส่วนทั้งของเครื่องเกี่ยวนวด รถยนต์หรือเครื่องจักรกลต่าง ๆ มาดัดแปลง ส่วนชุดนวดและชุดทำความสะอาดดัดแปลงมาจากเครื่องนวดแบบไหลตามแกนของไทยซึ่งเป็นการพัฒนาและปรับปรุงมาจากเครื่องนวดแบบไหลตามแกนของสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ หรือ International Rice Research Institute (IRRI) ประเทศไทยได้พัฒนาและปรับปรุงเครื่องเกี่ยวนวดข้าว (ภาพที่ 1) จนเหมาะกับสภาพการทำงานในประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a55_1.png" alt="เครื่องเกี่ยวนวดข้าว" width="430" height="220" /><br />
<em><strong>ภาพที่ 1 เครื่องเกี่ยวนวดที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศ</strong></em></p>
<p>สมรรถนะการทำงานของเครื่องเกี่ยวนวดข้าวเป็นสิ่งที่สำคัญโดยเฉพาะสมรรถนะด้านความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยว ในการทำงานของเครื่องเกี่ยวนวดข้าว ชุดการทำงานที่ส่งผลต่อความสูญเสียของผลผลิตแบ่งออกได้เป็น 3 ชุด คือ ชุดหัวเกี่ยว ชุดนวด และชุดทำความสะอาด ดังนั้นบทความนี้จึงนำเสนอถึงลักษณะการทำงานที่ส่งผลต่อความสูญเสียการเก็บเกี่ยวของชุดการทำงานทั้งสาม</p>
<h3>ปัจจัยที่มีผลต่อความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด</h3>
<p><strong>เครื่องเกี่ยวนวดข้าวเป็นเครื่องที่มีระบบการทำงานทั้งเกี่ยวและนวด รวมทั้งการทำความสะอาดอยู่ภายในเครื่องเดียว ชุดการทำงานหลัก ที่ทำให้เกิดความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวมี 3 ชุด ดังนี้</strong></p>
<p><strong>ชุดหัวเกี่ยว</strong> ในการทำงานประกอบด้วย ล้อโน้มทำหน้าที่เกาะต้นพืชที่ล้มและหรือโน้มต้นพืชที่ตั้งให้เข้ามาหาชุดใบมีด ชุดใบมีดตัดต้นพืชและถูกล้อโน้โน้มส่งต่อเข้ามายังเกลียวลำเลียงหน้า เพื่อรวบรวมต้นพืชมายังส่วนกลางของชุดหัวเกี่ยวสำหรับส่งเข้าชุดคอลำเลียงเพื่อกวาดพาต้นพืชส่งต่อไปยังชุดนวด (ภาพที่ 2) จากลักษณะการทำงานดังกล่าว ปัจจัยเนื่องจากการทำงานของชุดหัวเกี่ยวที่สำคัญที่มีผลต่อความสูญเสียจากการเกี่ยว มีดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a55_2.png" alt="ชุดหัวเกี่ยว" width="428" height="221" /><br />
<strong><em>ภาพที่ 2 การทำงานของชุดหัวเกี่ยว</em></strong></p>
<ul class="listitem">
<li>ดัชนีล้อโน้ม หรืออัตราส่วนความเร็วเชิงเส้นปลายซี่ล้อโน้มกับความเร็วขับเคลื่อนเป็นปัจจัยการทำงานที่สำคัญ การเก็บเกี่ยวที่ใช้ดัชนีล้อโน้มต่ำเกินไปทำให้การกวักข้าวที่ถูกตัดแล้วเข้ามายังชุดหัวเกี่ยวไม่ทันเกิดการร่วงหล่นก่อนถูกส่งเข้ามายังชุดหัวเกี่ยวและการทำงานที่ใช้ดัชนีล้อโน้มสูงเกินไปทำให้ล้อโน้มกวักตีข้าวมากเกินไปทำให้ข้าวร่วงออกจากรวง จากการศึกษาของวินิต และคณะ (2547) พบว่าดัชนีล้อโน้มในช่วง 2.5 ถึง 4.5เหมาะสมกับการเก็บเกี่ยวข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และพันธุ์ชัยนาท 1 ทั้งในสภาพข้าวต้นตั้งและต้นล้ม</li>
<li>ความเร็วของใบมีดตัด ในการเก็บเกี่ยว ต้นข้าวจะไม่ถูกตัดและถูกชุดใบมีดรูดรวงส่งผลต่อเมล็ดที่ร่วงหล่นเมื่อใช้ความเร็วของใบมีดต่ำเกินไปแต่เมื่อใช้ความเร็วของใบมีดตัดสูงเกินไปจะทำให้ชุดหัวเกี่ยวเกิดการสั่นสะเทือนสูงมีผลให้ต้นข้าวขณะที่ถูกตัดเกิดการสั่นสะเทือนส่งผลต่อการร่วงหล่นที่เพิ่มขึ้น</li>
<li>อายุการทำงานของใบมีดตัด ใบมีดที่มีอายุการทำงานมากจะมีความคมของใบมีดน้อยกว่าใบมีดที่มีอายุการทำงานน้อย ความคมของใบมีดที่น้อยทำให้การตัดต้นข้าวไม่ดีนักบางครั้งทำให้เกิดการรูดรวงส่งผลต่อความสูญเสีย</li>
<li>&#8211; ความชื้นของเมล็ด เมล็ดที่มีความชื้นสูงจะมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเมล็ดกับรวงสูงกว่าเมล็ดที่มีความชื้นต่ำ ทำให้ในขณะเก็บเกี่ยวแรงยึดเหนี่ยวนี้จึงมีผลต่อความสูญเสียจากการเกี่ยว</li>
</ul>
<p><strong>ชุดนวด</strong> เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการแยกเมล็ดให้หลุดจากฟางโดยการทำการฟาดตีของลูกนวดและหรือหมุนเหวี่ยงข้าวให้ฟาดตีกับตะแกรงนวดเพื่อแยกเมล็ดออกจากรวง ส่วนเมล็ดที่ถูกนวดแล้วถูกแยกออกจากชุดนวดโดยผ่านตะแกรงนวดที่ทำหน้าที่ในการกรองฟางไม่ให้ไหลปนไปกับเมล็ด เมล็ดที่ผ่านตะแกรงนวดตกลงไปยังชุดทำความสะอาด ส่วนฟางถูกตีหมุน และถูกครีบวงเดือนบังคับให้ไหลตามแกนเพลาลูกนวดไปถูกขับทิ้งที่ช่องขับฟาง โดยลักษณะการทำงานของชุดนวดดังแสดงในภาพที่ 3 จากลักษณะการทำงานชุดนวดจึงเป็นส่วนที่สำคัญทั้งต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิต ถ้าการนวดที่รุนแรงเกินไปจะทำให้เมล็ดแตกหักเสียหายมาก แต่ถ้าการนวดรุนแรงน้อยเกินไปก็จะทำให้มีเมล็ดบางส่วนไม่ถูกนวดและอาจทำให้ความสูญเสียมีค่าสูง โดยปัจจัยเนื่องจากการทำงานของชุดนวดที่สำคัญที่มีผลต่อความสูญเสียจากชุดนวดมีดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a55_3.png" alt="ชุดนวด" width="507" height="320" /><br />
<strong><em>ภาพที่ 3 หลักการทำงานของชุดนวดแบบไหลตามแกน ที่มา: Khan (1986)</em></strong></p>
<ul class="listitem">
<li>ความเร็วลูกนวด ในการนวดข้าว ลูกนวดที่มีความเร็วสูงจะทำให้มีความรุนแรงในการนวดสูงทำให้เมล็ดหลุดออกจากรวงได้ดีกว่าลูกนวดที่มีความเร็วต่ำ นอกจากนี้ความเร็วที่สูงของลูกนวดทำให้มีแรงเหวี่ยงภายในชุดนวดสูงเช่นกันส่งให้เมล็ดที่ถูกนวดแล้วมีแรงเหวี่ยงสูงจึงถูกเหวี่ยงให้หลุดผ่านตะแกรงนวดได้ดีกว่าลูกนวดที่มีความเร็วต่ำ แต่ความเร็วที่สูงส่งผลต่อปริมาณเมล็ดที่สูงเช่นกันเนื่องจากความรุนแรงในการนวดที่มีค่าสูง</li>
<li>มุมครีบวงเดือนจากแนวเพลาลูกนวด ความเร็วในการไหลตามแกนของวัสดุในชุดนวดขึ้นอยู่กับมุมของครีบวงเดือน มุมครีบจากแนวเพลาลูกนวดที่มีค่าสูงทำให้วัสดุมีความเร็วในการไหลตามแกนได้ช้ากว่ามุมครีบที่มีค่าต่ำ ความเร็วของวัสดุที่มีค่าต่ำทำให้วัสดุมีเวลาในการถูกนวดและคัดแยกเมล็ดออกจากฟางมากกว่าความเร็วที่มีค่าสูง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความสูญเสีย</li>
<li>อัตราการป้อน มีผลต่อความสูญเสียเนื่องจากการเพิ่มอัตราการป้อนเป็นการเพิ่มวัสดุเข้าไปในชุดนวดต่อหน่วยเวลาที่เท่ากันส่งผลให้ชุดนวด ทำการนวดและการคัดแยกเมล็ดออกจากฟางไม่ทันซึ่งมีผลต่อความสูญเสียจากชุดนวดที่เพิ่มขึ้น</li>
<li>ความชื้นของเมล็ด มีผลต่อความสูญเสียจากชุดนวดเนื่องมาจากความชื้นของเมล็ดที่สูงทำให้มีความเสียดทานระหว่างเมล็ดกับฟางสูง รวมทั้งมีแรงยึดระหว่างเมล็ดกับรวงที่สูงเช่นกัน ซึ่งส่งต่อการนวดและการคัดแยกเมล็ดออกจากฟางในชุดนวดทำได้ยากกว่าข้าวที่มีความชื้นของเมล็ดต่ำ</li>
<li>อัตราส่วนเมล็ดต่อฟาง มีผลต่อความสูญเสียจากชุดนวดเนื่องมาจากอัตราส่วนเมล็ดต่อฟางที่เพิ่มขึ้นเป็นการลดปริมาณฟางที่เข้าไปนวดส่งผลให้ชุดนวด ทำการนวดและคัดแยกเมล็ดออกจากฟางได้ง่ายขึ้นซึ่งส่งผลต่อความสูญเสียที่ลดลง</li>
</ul>
<p>จากการศึกษาของ สมชาย (2550) พบว่า สำหรับข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ถ้าต้องการให้มีความสูญเสียจากชุดนวดไม่เกิน 1เปอร์เซ็นต์ ควรใช้ความเร็วลูกนวดไม่น้อยกว่า 18 เมตรต่อวินาทีและอัตราการป้อนไม่เกิน 14 ตันต่อชั่วโมง ส่วนมุมครีบวงเดือนจากแนวเพลาลูกนวดไม่น้อยกว่า 67 องศา เก็บเกี่ยวที่ความชื้นของเมล็ดไม่เกิน 23 เปอร์เซ็นต์ฐานเปียก และอัตราส่วนเมล็ดต่อฟางไม่น้อยกว่า 0.80 ส่วนข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 ถ้าต้องการ ควรใช้ความเร็วลูกนวดไม่น้อยกว่า 18 เมตรต่อวินาที มุมครีบวงเดือนจากแนวเพลาลูกนวดไม่น้อยกว่า 67 องศา เก็บเกี่ยวข้าวที่ความชื้นของเมล็ดไม่เกิน 24 เปอร์เซ็นต์ฐานเปียก และใช้อัตราการป้อนไม่เกิน 10 ตันต่อชั่วโมง</p>
<p><strong>ชุดทำความสะอาด</strong> ประกอบอุปกรณ์ที่สำคัญ 2 ส่วนคือ ตะแกรงทำความสะอาด (ภาพที่ 4) ทำหน้าที่แยกเศษหรือท่อนฟางให้ออกจากเมล็ดที่ผ่านตะแกรงนวดลงมาหลังการนวดโดยการเขย่าไป-มา อุปกรณ์นี้ทำงานรวมกับชุดพัดลมที่อยู่ใต้ตะแกรงทำความสะอาด โดยชุดพัดลมเป่าเศษฝุ่น ข้าวลีบ เศษฟาง และสิ่งเจือปนอื่น ๆ ที่มีน้ำหนักเบากว่าเมล็ดข้าวเปลือกให้แยกจากเมล็ดออกไปท้ายเครื่องผ่านแผ่นกั้นท้ายตะแกรงทำความสะอาด ส่วนรวงที่ถูกนวดไม่หมดหรือท่อนฟางถูกเขย่าจนหลุดออกไปจากตะแกรงทำความสะอาดลงสู่เกลียวลำเลียงเพื่อลำเลียงกลับไปนวดซ้ำ ส่วนเมล็ดที่ผ่านตะแกรงและพัดลมทำความสะอาดร่วงลงไปยังเกลียวลำเลียงผลผลิต เพื่อนำผลผลิตไปบรรจุกระสอบหรือถังเก็บเมล็ดต่อไป โดยปัจจัยเนื่องจากการทำงานของชุดนวดที่สำคัญที่มีผลต่อความสูญเสียจากชุดนวดมีดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a55_4.png" alt="Cleaning Unit" width="577" height="272" /><br />
<strong><em>ภาพที่ 4 Cleaning unit ที่มา: พินัย และคณะ (2546)</em></strong></p>
<ul class="listitem">
<li>ความลาดเอียงของตะแกรง ตะแกรงที่มีความลาดเอียงต่ำจะทำให้เมล็ดไหลผ่านตะแกรงเร็วเกินไปส่งผลให้ความสูญเสียมีค่าเพิ่มขึ้น ส่วนตะแกรงที่มีความลาดเอียงสูงเกินไปทำให้พื้นที่ของรูตะแกรงในแนวดิ่งที่เมล็ดจะสามารถลอดผ่านได้ลดลง ส่งผลให้เมล็ดลอดผ่านได้ยากขึ้นมีผลต่อความสูญเสียที่เพิ่มขึ้น จากการศึกษาของวินิต และคณะ (2546) พบว่าตะแกรงทำความสะอาดควรมีความลาดเอียงระหว่าง 8 ถึง 11 องศาจากแนวระดับ</li>
<li>ความเร็วของตะแกรง มีผลต่อความสูญเสียจากการทำความสะอาด เนื่องจากความเร็วของตะแกรงที่สูงทำให้เมล็ดไหลผ่านตะแกรงได้เร็วกว่าความเร็วของตะแกรงที่ต่ำ ส่งผลให้เมล็ดลอดผ่านตะแกรงได้ไม่ทันและถูกขับทิ้ง โดยความเร็วของตะแกรงที่เหมาะสมควรใช้งานระหว่าง 0.58 ถึง 0.66 เมตรต่อวินาที (วินิต และคณะ, 2546)</li>
<li>ขนาดรูตะแกรง เมล็ดสามารถลอดผ่านรูตะแกรงที่มีขนาดใหญ่ได้ดีกว่ารูตะแกรงที่มีขนาดเล็ก แต่สิ่งเจือปนก็สามารถลอดผ่านได้ดีเช่นกัน เครื่องเกี่ยวนวดข้าวโดยทั่วไปนิยมใช้รูตะแกรงขนาด 16 ถึง 19 มิลลิเมตร</li>
<li>ความเร็วลมทำความสะอาด ความเร็วของลมสูงนอกจากจะพัดพาเอาสิ่งเจือปนออกได้ดีและทำให้ผลผลิตที่ได้มีความสะอาดสูงแต่ก็สามารถพัดพาเอาเมล็ดออกมากเช่นกันเมื่อใช้ความเร็วลมสูงทำให้มีความสูญเสียจากการทำความสะอาดในระดับสูง จากการศึกษาของวินิต และคณะ (2541) ควรใช้ความเร็วลมทำความสะอาดระหว่าง 7.5 ถึง 8.3 เมตรต่อวินาที</li>
<li>ความชื้นของเมล็ด มีผลต่อความเสียดทาน และน้ำหนักของวัสดุ ความชื้นที่สูงทำให้มีความเสียดทานระหว่างเมล็ดและสิ่งเจือปนสูง รวมทั้งน้ำหนักของวัสดุมีผลทำให้ลมทำความสะอาดเป่าสิ่งเจือปนและเมล็ดออกได้ยาก ส่งผลต่อความสูญเสียที่มีค่าต่ำ แต่ทำให้มีเปอร์เซ็นต์ความสะอาดมีค่าต่ำตามไปด้วย</li>
<li>อัตราการป้อน หรือปริมาณผลผลิตที่ถูกทำความสะอาดต่อหน่วยเวลาเมื่อมีค่าสูงทำให้การทำความสะอาดไม่ทันเกิดมีเมล็ดล้นออกจากตะแกรงทำความสะอาด และปริมาณเมล็ดที่มากทำให้ไปอุดตันช่องที่ลมจะทำความสะอาดรวมกับตะแกรงส่งผลให้ความแรงของลมลดลง ซึ่งมีผลต่อความสูญเสียที่ลดลงแต่ทำให้การกำจัดมีสิ่งเจือปนออกจากผลผลิตลดลงตามไปด้วย</li>
<li>ความสูงของแผ่นกั้นท้ายตะแกรงทำความสะอาด อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่ในการกั้นวัสดุที่ถูกเป่าออกท้ายตะแกรง แผ่นกั้นท้ายที่สูงจะทำหน้าที่ในการดักเมล็ดได้ดีกว่าแผ่นกั้นท้ายที่ต่ำส่งผลให้มีความสูญเสียจากการทำความสะอาดน้อยกว่า แต่สามารถดักสิ่งเจือปนที่จะถูกเป่าออกได้เช่นกัน และสิ่งเจือปนที่ถูกดักไว้จะตกลงสู่เกลียวลำเลียงกลับไปนวดซ้ำ ถ้าสิ่งเจือปนถูกดักมากจะมีผลให้เกลียวลำเลียงเกิดการติดขัดได้</li>
</ul>
<p>ความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวเป็นสิ่งที่สำคัญ ผู้ปฏิบัติงานในการใช้เครื่องเกี่ยวนวดควรมีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับผลของปัจจัยที่มีต่อความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยว และปฏิบัติงานตามสภาพการทำงาน ตลอดจนความเหมาะสมทั้งของเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย</p>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<p>&#8211; พินัย ทองสวัสดิ์วงศ์ และคณะ. 2546. คูมื่อการใช้เครื่องนวดข้าวเกษตรพัฒนา.พิมพ์ครั้งที่ 4. บริษัทเกษตรพัฒนาจำกัด.<br />
&#8211; วินิต ชินสุวรรณ, นิพนธ์ ป้องจันทร์, สมชาย ชวนอุดม, วราจิต พยอม. 2547. ผลของดัชนีล้อโน้มที่มีต่อความสูญเสียในการเกี่ยวของเครื่องเกี่ยวนวด ข้าว. ว.สมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย (ว. สวกท.). 10(1):7-9.<br />
&#8211; วินิต ชินสุวรรณ, นิพนธ์ ป้องจันทร์, สมชาย ชวนอุดม, วราจิต พยอม. 2546. ผลของความลาดเอียงและความเร็วของตะแกรงทำความสะอาดที่มีต่อ สมรรถนะการทำความสะอาดของเครื่องนวดข้าวแบบไหลตามแกน. ว.สวกท. 10(1):25-30.<br />
&#8211; วินิต ชินสุวรรณ, ณรงค์ ปัญญา, ศรีสมร ทวีโชคชาญชัย. 2541. การศึกษาปัจจัยสำหรับออกแบบเครื่องทำความสะอาดข้าวเปลือกหอมมะลิในระดับกลุ่มเกษตรกร. ว. วิจัย มข. 3(2): 19-30.<br />
&#8211; วินิต ชินสุวรรณ. 2553. การศึกษาประเมินประสิทธิภาพเครื่องเกี่ยวนวดข้าวเพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มศักยภาพในการส่งออก. รายงานโครงการวิจัยฉบับสมบูรณ์ เสนอต่อ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)<br />
&#8211; วินิต ชินสุวรรณ, สมชาย ชวนอุดม, วสุ อุดมเพทายกุล, วราจิต พยอม, ณรงค์ ปัญญา. 2542. ความสูญเสียในการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิโดยใช้แรงงานคนและใช้เครื่องเกี่ยวนวด. ว. วิจัย มข. 4(2): 4-7.<br />
&#8211; สมชาย ชวนอุดม. 2550. การทำนายความสูญเสียจากระบบการนวดของเครื่องเกี่ยวนวดข้าวแบบไหลตามแกน. วิทยานิพนธป์ ริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องจักรกลเกษตร. มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น. 190 หน้า<br />
&#8211; สมชาย ชวนอุดม. 2543. การศึกษาความสูญเสียจากระบบการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิโดยแรงงานคนและการเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องจักรกลเกษตร. มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น. 104 หน้า.<br />
&#8211; Khan, A.U. 1986. The Asian Axial-Flow Threshers. Proceeding of the International Conference on Small Farm Equipment for Developing Countries. USA: McGraw-Hill.</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/03/119/">ปัจจัยการทำงานที่มีผลต่อความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2011/04/92/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Apr 2011 07:00:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาย ชวนอุดม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=92</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230; ดร.สมชาย ชวนอุดม ศูนย์วิจัยเครื่องจักรกลเกษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2011/04/92/">ความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #0066ff;"><strong>โดย &#8230; ดร.สมชาย ชวนอุดม</strong></span><br />
ศูนย์วิจัยเครื่องจักรกลเกษตรและวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว<br />
ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a42_1.png" alt="เครื่องเกี่ยวนวดข้าว" width="600" height="241" /></p>
<p><strong><a href="https://www.phtnet.org/research/durable-cereal.asp?id_name=k001">ข้าว</a></strong> เป็นพืชที่มีความสำคัญต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของไทย การผลิตข้าวมีหลายขั้นตอน การเก็บเกี่ยวเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิต จากปริมาณการผลิตข้าวที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของประเทศไทย หากเกิดความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวจะส่งผลต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งในด้านปริมาณและมูลค่าเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันการใช้เครื่องเกี่ยวนวดกำลังได้รับความนิยมจากเกษตรกรอย่างแพร่หลายและมีการใช้งานขยายไปทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งเครื่องเกี่ยวนวดข้าวนี้เป็นเครื่องจักรที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นต้นกำลังในการขับเคลื่อนและทำงาน ประกอบไปด้วยกระบวนการตัด ลำเลียง นวด คัดแยกเมล็ดออกจากฟาง และทำความสะอาดข้าวเปลือก โดยมีถังรองรับข้าวเปลือกที่ผ่านกระบวนการทั้งหมดแล้ว หรือมีการบรรจุข้าวเปลือกลงในภาชนะบรรจุอื่น มีการทำงานที่เบ็ดเสร็จในตัวเอง มี สมรรถนะการทำงานที่ดีและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ในบางพื้นที่ที่มีแปลงนาขนาดเล็กหรือมีต้นไม้มากไม่เหมาะแก่การใช้งานเครื่องเกี่ยวนวดก็ได้มีการรวมแปลงเพื่อให้เป็นแปลงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและหรือมีการตัดและขุดต้นไม้ที่อยู่ในนาออก ทั้งนี้เพราะการใช้เครื่องเกี่ยวนวดช่วยให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายจากวิธีการเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคน นอกจากนี้ยังเป็นการทำงานที่เบ็ดเสร็จ ไม่ยุ่งยาก รวดเร็ว และสามารถนำข้าวไปจำหน่ายได้ทันที อีกทั้งเกษตรกรหลายรายมีอาชีพอื่นนอกจากการเพาะปลูกข้าวจึงจำเป็นต้องเร่งรีบเก็บเกี่ยวเพื่อที่จะมีเวลาไปประกอบอาชีพนั้นๆ นอกจากนี้ผลพลอยได้อีกด้านหนึ่งจากการใช้เครื่องเกี่ยวนวดคือการมีโอกาสช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ต้นข้าวหรือข้าวสารเต็มเมล็ดจากวิธีเก็บเกี่ยวโดยแรงงานคนอีกประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ (วินิต ชินสุวรรณ และคณะ, 2542) ทั้งนี้เพราะการเก็บเกี่ยวโดยแรงงานคนต้องมีการตากแผ่ฟ่อนข้าว ยิ่งตากนานเท่าไหร่ยิ่งทำให้เปอร์เซ็นต์ต้นข้าว ลดลงเนื่องจากความแตกต่างที่ค่อนข้างมากของสภาพอากาศในเวลากลางวันและกลางคืนในฤดูเก็บเกี่ยว ส่วนการใช้เครื่องเกี่ยวนวดเกษตรกรนิยมขายข้าวทันทีภายหลังการเก็บเกี่ยว โรงสีที่รับซื้อจะต้องนำข้าวที่มีความชื้นสูงไปอบลดความชื้น ในการอบลดความชื้นจะทำให้เมล็ดข้าวไม่ถูกกระทบกระเทือนมากเท่ากับจากการตากแผ่ในแปลงนา ส่งผลให้ได้เปอร์เซ็นต์ต้นข้าวที่สูงกว่า ในปัจจุบันคาดว่ามีเครื่องเกี่ยวนวดข้าวใช้งานประมาณ 10,000 เครื่อง อยู่ภายในประเทศ โดยเกือบทั้งหมดผลิตในประเทศไทย และใช้งานในลักษณะของการรับจ้างเกี่ยวนวดแบบเหมาจ่ายต่อหน่วยพื้นที่</p>
<p><strong>เครื่องเกี่ยวนวด </strong>เป็นเครื่องที่มีระบบการทำงานทั้งเกี่ยว นวด และทำความสะอาดอยู่ในเครื่องเดียว ประเทศไทยพัฒนาเครื่องเกี่ยวนวดมาจากเครื่องของต่างประเทศ ชุดหัวเกี่ยวและระบบลำเลียงพัฒนามาจากเครื่องเกี่ยวนวดของประเทศทางแถบตะวันตก โดยนำชิ้นส่วนทั้งของเครื่องเกี่ยวนวด รถยนต์หรือเครื่องจักรกลต่าง ๆ มาดัดแปลง ส่วนชุดนวดและชุดทำความสะอาดดัดแปลงมาจากเครื่องนวดแบบไหลตามแกนของไทยซึ่งเป็นการพัฒนาและปรับปรุงมาจากเครื่องนวดแบบไหลตามแกน ของสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ หรือ International Rice Research Institute (IRRI) ประเทศไทยได้พัฒนาและปรับปรุงเครื่องเกี่ยวนวดข้าว จนเหมาะกับสภาพการทำงานในประเทศ</p>
<h3>ความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด</h3>
<p><strong>เครื่องเกี่ยวนวดข้าวมีอุปกรณ์ที่ส่งผลต่อความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวที่สำคัญ 3 ส่วน ดังนี้</strong></p>
<p><strong>1) ชุดหัวเกี่ยว</strong> ในการทำงานประกอบด้วย ล้อโน้มทำหน้าที่เกาะต้นพืชที่ล้มและหรือโน้มต้นพืชที่ตั้งให้เข้ามาหาชุดใบมีด ชุดใบมีดตัดต้น พืชและถูกล้อโน้มโน้มส่งต่อเข้ามายังเกลียวลำเลียงหน้าเพื่อรวบรวมต้นพืชมายังส่วนกลางของชุดหัวเกี่ยวสำหรับส่งเข้าชุดคอลำเลียงเพื่อกวาดพาต้นพืชส่งต่อไปยังชุดนวด</p>
<p><strong>2) ชุดนวด</strong> เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการแยกเมล็ดให้หลุดจากฟาง โดยการทำการฟาดตีของลูกนวดและหรือหมุนเหวี่ยงข้าวให้ฟาดตีกับตะแกรงนวดเพื่อแยกเมล็ดออกจากรวง ส่วนเมล็ดที่ถูกนวดแล้วถูกแยกออกจากชุดนวดโดยผ่านตะแกรงนวดที่ทำหน้าที่ในการกรองฟางไม่ให้ไหลปนไปกับเมล็ด เมล็ดที่ผ่านตะแกรงนวดตกลงไปยังชุดทำความสะอาด</p>
<p><strong>3) ชุดทำความสะอาด</strong> ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่สำคัญ 2 ส่วนคือ ตะแกรงทำความสะอาดทำหน้าที่แยกเศษหรือท่อนฟางหลังการนวดให้ออกจากเมล็ด ทำงานรวมกับชุดพัดลมที่อยู่ใต้ตะแกรงทำความสะอาด โดยชุดพัดลมเป่าเศษฝุ่น ข้าวลีบ เศษฟาง และสิ่งเจือปนอื่น ๆ ให้แยกจากเมล็ดออกไปท้ายเครื่อง</p>
<p>ในการผลิตข้าวของประเทศมีพันธ์ุข้าวที่ใช้ในการเพาะปลูกหลากหลายพันธ์ุ แต่สามารถแบ่งเป็นกลุ่มพันธ์ุข้าวใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่มพันธ์ุข้าว คือ ข้าวพันธ์ุพื้นเมือง และข้าวพันธ์ุลูกผสม ซึ่งพันธ์ุข้าวเหล่านี้ก็มีผลต่อความสูญเสียเช่นเดียวกัน</p>
<p>จากการสำรวจความสูญเสียจากการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าวสำหรับข้าวพันธ์ุขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งเป็นพื้นเมืองที่สำคัญที่สุดของไทยในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวพันธ์ุชัยนาท 1 ซึ่งเป็นข้าวพันธ์ุลูกผสมที่สำคัญของไทยในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม ดังแสดงในตารางที่ 1</p>
<p><strong>ตารางที่ 1 ความสูญเสียเฉลี่ยจากการเก็บเกี่ยวข้าว โดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a42_2.png" alt="ความสูญเสียเฉลี่ยจากการเก็บเกี่ยวข้าว " width="565" height="251" /></p>
<p>จากตารางที่ 1 เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวพันธ์ุชัยนาท 1 พบว่าการทำงานของชุดนวดส่งผลต่อความสูญเสียมากที่สุดถึงร้อยละ 91 ของความสูญเสียรวมจากการเก็บเกี่ยวข้าวพันธ์ุชัยนาท 1 หรือคิดเป็นความสูญเสีย 6.20 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิต ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ค่อนข้างสูง ส่วนการทำงานของชุดหัวเกี่ยว และชุดทำความสะอาดส่งผลต่อความสูญเสียไม่มากนักเท่ากับร้อยละ 4.8 และ 4.2 ของความสูญเสียรวมจากการเก็บ<br />
เกี่ยวข้าวพันธ์ุชัยนาท 1 ตามลำดับ ผลของความสูญเสียแตกต่างจากการเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวดสำหรับข้าวพันธ์ุขาวดอกมะลิ 105 ที่ความสูญเสียส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานของชุดหัวเกี่ยวที่มีความสูญเสียร้อยละ 58.8 ของความสูญเสียรวมจากการเก็บเกี่ยวข้าวพันธ์ุขาวดอกมะลิ 105 หรือคิดเป็นความสูญเสีย 1.86 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิต รองลงมาเป็นความสูญเสียที่เกิดจากการทำงานของชุดนวด และชุดทำความสะอาดเท่ากับร้อยละ 34.2 และ 7.0 ของความสูญเสียรวมจากการเก็บเกี่ยวข้าวพันธ์ุขาวดอกมะลิ 105 ตามลำดับ ทั้งนี้เนื่องมาจากข้าวพันธ์ุขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวพันธ์ุพื้นเมืองเมล็ดร่วงหล่นได้ง่ายเมื่อสุกแก่หรือข้าวพันธ์ุนวดง่าย จึงทำให้มีความสูญเสียจากชุดหัวเกี่ยวสูงกว่าการนวดและการคัดแยกในชุดนวด ส่วนข้าวพันธ์ุชัยนาท 1 ซึ่งเป็นข้าวนาปรังหรือข้าวพันธ์ุไม่ไวแสง และเป็นพันธ์ุลูกผสมเมล็ดร่วงหล่นได้ยากกว่าเมื่อสุกแก่หรือข้าวพันธ์ุนวดยากกว่าพันธ์ุพื้นเมืองจึงทำให้มีความสูญเสียจากการนวดและคัดแยกในชุดนวดสูงกว่าการเกี่ยว (วินิต และคณะ, 2546)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a42_3.png" alt="เครื่องเกี่ยวนวดข้าว" width="500" height="162" /><br />
ดังนั้นในการใช้งาน ปรับแต่ง การพัฒนาและหรือการวิจัยเพื่อลดความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวดจึงควรเน้นปรับแต่ง และหรือศึกษาเฉพาะอุปกรณ์ที่มีผลต่อพันธ์ุข้าวในกลุ่มนั้นๆ คือ ควรเน้นปรับแต่งและหรือศึกษาชุดหัวเกี่ยวเมื่อทำการเก็บเกี่ยวข้าวพันธ์ุพื้นเมือง และควรเน้นปรับแต่งและหรือศึกษาชุดนวดเมื่อทำการเก็บเกี่ยวข้าวพันธ์ุลูกผสม</p>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<ul>
<li>วินิต ชินสุวรรณ, นิพนธ์ ป้องจันทร์, สมชาย ชวนอุดม, วราจิต พยอม. 2546. ผลของอัตราการป้อนและความเร็วลูกนวดที่มีต่อสมรรถนะการนวดของเครื่องนวดข้าวแบบไหลตามแกน. วารสารสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย. 10(1):9-14.</li>
<li>วินิต ชินสุวรรณ, สมชาย ชวนอุดม, วสุ อุดมเพทายกุล, วราจิต พยอม, ณรงค์ ปัญญา. 2542. ความสูญเสียในการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิโดยใช้แรงงานคนและใช้เครื่องเกี่ยวนวด. วารสารวิจัย มข. 4(2): 4-7.</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2011/04/92/">ความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ โดยใช้แรงงานคนในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2009/06/75/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2009 08:31:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาย ชวนอุดม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=75</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย ดร. สมชาย ชวนอุดม ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2009/06/75/">ความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ โดยใช้แรงงานคนในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย ดร. สมชาย ชวนอุดม </strong>ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</p>
<p><strong>ข้าวหอมมะลิ</strong> เป็นข้าวที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทยทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง มีทั้งพื้นที่เพาะปลูกและปริมาณของผลผลิตมากที่สุด แหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญของไทยคือ ทุ่งกุลาร้องไห้ การเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ที่เกษตรกรนิยมปฏิบัติมีอยู่ 2 วิธี คือ การเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคน และการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวนวด ในคอลัมน์นานาสาระฉบับนี้จะกล่าว ถึงเฉพาะในส่วนการเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a35_1.jpg" width="272" height="302" align="left" hspace="5" /><strong>การเก็บเกี่ยว </strong>โดยแรงงานคนเป็นที่นิยมปฏิบัติกันในพื้นที่ที่ขาดแคลนเครื่องเกี่ยวนวด หรือผู้ ประกอบการไม่นิยมเข้าไปรับจ้างเกี่ยวนวดเนื่องจากสภาพที่นาเป็นแปลงเล็ก มีต้นไม้มากและคันนาใหญ่ เพราะจะทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงส่งผลต่อรายได้ในการรับจ้างที่คิดเป็นแบบเหมาจ่ายต่อไร่ ในการเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคนจะใช้แรงงานในครอบครัว การลงแขกและหรือการว่าจ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ สภาวะหลาย ๆ อย่าง เช่น สภาพข้าว สภาพพื้นที่ สภาพสังคม แรงงานครอบครัว ภาวะเงินสด สภาพอากาศ และหรือการประกอบอาชีพอื่นนอกจากการเพาะปลูกข้าว เป็นต้น ในขั้นตอนที่ทำให้เกิดความสูญเสียจาก การเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้โดยใช้แรงงานคนมีดังนี้</p>
<p><strong>การเกี่ยว</strong> เกษตรกรนิยมทำการเก็บเกี่ยวข้าวโดยการใช้เคียวทำการเกี่ยวทีละหลายๆ รวง ซึ่งการเกี่ยวด้วยเคียวมีอยู่ 2 แบบ คือ เกี่ยววางราย โดยส่วนใหญ่เป็นวิธีที่ใช้กับพื้นที่ นาแห้งหรือนาที่มีน้ำขังไม่มาก โดยเกี่ยวแล้ววางเป็นกองเรียงบนฟางให้ได้มากพอ สำหรับมัดฟ่อน และ การเกี่ยวพันกำ เป็นวิธีที่ใช้กับนาที่มีน้ำขังโดยการเกี่ยวเป็นกำ พร้อมทั้งมือแล้วสุมตากไว้บนตอซัง การเก็บเกี่ยวโดยแรงงานคนจะมีการสูญเสียข้าว ในขั้นตอนนี้ค่อนข้างสูงประมาณร้อยละ 60 ของความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวโดยใช้ แรงงานคน เนื่องจากการขาดความระมัดระวังของผู้เกี่ยวสาเหตุอาจเนื่องมาจากเคียว ไม่คม เกี่ยวแรงเกินไป รีบเกี่ยวและหรือเกี่ยวไม่หมด โดยเฉพาะในกรณีของการรับ จ้างเกี่ยว หรือการเก็บเกี่ยวไม่ทันเวลาทำให้เลยช่วงระยะการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมส่งผล ต่อความสูญเสียจากการเกี่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a35_2.jpg" width="250" height="201" align="right" hspace="5" /><strong>การตาก</strong> เป็นการลดความชื้นของข้าวก่อนการนวด เมื่อเกี่ยวรวมกองแล้วจะทำการตากข้าวในนา โดยการค้างบนตอซังหรือตากบนคันนาหรือพื้นนา แล้วแต่สภาพพื้นที่แปลงนาขณะนั้น ทำการตากแผ่ ประมาณ 2 – 3 แดด หรืออาจจะตากนานถึง 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ สภาพข้าว และการ จัดการในการเก็บเกี่ยวของเกษตรกร การตากแผ่ที่นานเกินไปจะทำให้ข้าวมีการร่วงหล่นมากยิ่งขึ้น โดยเฉลี่ยมีค่า 0.47 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งการลดลงของเปอร์เซ็นต์ต้นข้าวเนื่องจากในระหว่างการตากแผ่ เมล็ดข้าวเจอสภาพอากาศร้อนและแห้งในเวลากลางวันและสภาพอากาศชื้นจากน้ำค้างในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นสภาพอากาศโดยทั่วไปของทุ่งกุลาร้องไห้ในฤดูเก็บเกี่ยว ทำให้เมล็ดข้าวมีการร้าวภายในเมล็ดเพิ่มขึ้น (สมชาย, 2543)</p>
<p><strong>การมัดฟ่อน</strong> เกษตรกรนิยมมัดฟ่อนข้าวในเวลาเช้าตรู่หรืออาจจะก่อนฟ้าสางเพราะฟ่อนข้าวยังมีน้ำค้าง เกาะอยู่ทำให้ฟางข้าวเหนียวเหมาะกับการใช้มัด เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ในทุ่งกุลาร้องไห้จะไม่ใช้ ตอกในการมัดฟ่อนแต่จะใช้ต้นข้าวที่ตัดให้ยาวเพื่อการมัดฟ่อนแทน ในการมัดฟ่อนเกษตรกรจะต้อง ยกฟ่อนและหมุนเพื่อมัดปมให้แน่นในระหว่างการหมุนฟ่อนจะทำให้มีเมล็ดถูกเหวี่ยงร่วงออกมา ส่งผลต่อความสูญเสียที่มีเฉลี่ย 0.49 เปอร์เซ็นต์</p>
<p><strong>การขนย้าย</strong> เป็นการขนฟ่อนข้าวมารวมกองไว้เพื่อรอการนวด ซึ่งเกษตรกรในเขตทุ่งกุลาร้องไห้มี รถไถเดินตามใช้กันอย่างแพร่หลายส่วนใหญ่จึงใช้รถบรรทุกพ่วงรถไถเดินตามในการขนฟ่อนข้าวจากแปลง นามารวมกอง ในลักษณะการขนย้ายจะมีทั้งรูปแบบที่ให้รถบรรทุกพ่วงรถไถเดินตามวิ่งไปที่จุดใดจุดหนึ่งแล้วขนฟ่อนข้าวที่อยู่ รอบๆ ขึ้นรถบรรทุกพ่วงรถไถเดินตาม และรูปแบบที่มีการรวมกองฟ่อนข้าวไว้ก่อนเป็นจุดให้รถบรรทุกพ่วงรถไถเดินตามวิ่งมาขนกองฟ่อนข้าว จากจุดนั้นเพื่อไปรวมฟ่อนข้าวที่ลานรวมฟ่อนรอการนวดต่อไป รูปแบบของการขนย้ายฟ่อนข้าวเหล่านี้เป็นการกระทบกระเทือนฟ่อนข้าวที่แห้ง ค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากข้าวหอมมะลิเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ร่วงง่ายเมื่อสุกแก่ (วินิต และคณะ, 2546) จึงส่งผลให้มีความสูญเสียในส่วนนี้ เกือบ 1 เปอร์เซ็นต์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a35_3.jpg" width="304" height="233" /><strong><br />
การนวด</strong> เป็นการทำให้เมล็ดข้าวหลุดออกจากรวงแล้วทำความสะอาดเพื่อเอาวัสดุที่ไม่ใช่เมล็ดออก ซึ่งมี 2 วิธี หลักๆ คือ การนวดด้วยแรงงานคน โดยเกษตรจะใช้ท่อนไม้ 2 ท่อนผูกเชือกต่อกันเพื่อไว้จับฟ่อนข้าวเมื่อนวดจะใช้ท่อนไม้ดังกล่าวขัดฟ่อนข้าวและ ฟาดฟ่อนข้าวกับแท่นไม้เพื่อให้เมล็ดหลุดออกจากรวง โดยแรงงานที่ใช้จะมีทั้งแรงงานในครอบครัวและการว่าจ้าง และการนวดอีกวิธีหนึ่งเป็นวิธีที่เกษตรกรนิยมและปฏิบัติกันแพร่หลายมากที่สุดในเขตทุ่งกุลาร้องไห้คือการนวดโดยใช้เครื่องนวด โดยเครื่องนวดเกือบทั้งหมดใช้งานในรูปแบบของการรับจ้างนวดโดยคิดค่าจ้างเป็นแบบเหมาจ่ายต่อหน่วยปริมาตรของผลผลิตที่ได้ (วินิต และคณะ, 2541) และการใช้เครื่องนวดทำให้ข้าวหอมมะลิมีความสูญเสียน้อยที่สุดจากทุกขั้นตอนการเก็บเกี่ยว เพราะว่าเครื่องนวดข้าวที่มีใช้ในประเทศไทยมีสมรรถนะการทำงานที่ดีและเหมาะสมกับการใช้งานในประเทศ</p>
<p><strong>ความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิโดยใช้แรงงานคน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone" src="https://www.phtnet.org/article/images/a35_4.jpg" width="596" height="248" /></p>
<ul>
<li>วินิต ชินสุวรรณ, นิพนธ์ ป้องจันทร์, สมชาย ชวนอุดม และวราจิต พยอม. 2546. ผลของอัตราการป้อนและความเร็วลูกนวดที่มีต่อสมรรถนะการนวดของเครื่องนวดข้าวแบบไหลตามแกน. ว.สมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย. 10(1):9-14.</li>
<li>วินิต ชินสุวรรณ, วสุ อุดมเพทายกุล, สมชาย ชวนอุดม, วราจิต พยอม, ณรงค์ ปัญญา, สุชาติ กลิ่นทองหลาง และคณะ. 2543. ระบบการใช้เครื่องจักรกลเกษตรสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มคุณภาพของผลผลิตข้าวหอมมะลิในเขตทุ่งกุลาร้องไห้. รายงานผลการศึกษาเสนอต่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.</li>
<li>วินิต ชินสุวรรณ, วสุ อุดมเพทายกุล, สมชาย ชวนอุดม, วราจิต พยอม, ณรงค์ ปัญญา, สุชาติ กลิ่นทองหลาง และคณะ. 2542. การศึกษาความสูญเสียจากระบบเก็บเกี่ยวโดยแรงงานคนและความสูญเสียจากการใช้เครื่องเกี่ยวนวด. รายงานผลการศึกษา เสนอต่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.</li>
<li>วินิต ชินสุวรรณ, วสุ อุดมเพทายกุล, สมชาย ชวนอุดม, วราจิต พยอม, ณรงค์ ปัญญา, สุชาติ กลิ่นทองหลาง และคณะ. 2541. สภาพการใช้และความต้องการใช้เครื่องจักรกลเกษตรในเขตทุ่งกุลาร้องไห้. รายงานผลการศึกษาเสนอต่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.</li>
<li>สมชาย ชวนอุดม. 2543. การศึกษาความสูญเสียจากระบบการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิโดยแรงงานคนและการเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวด [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเครื่องจักรกลเกษตร]. ขอนแก่น: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ขอนแก่น.</li>
</ul>
<p>บทความนี้ ตีพิมพ์ลงใน Postharvest Newsletter ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม &#8211; มีนาคม 2552</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2009/06/75/">ความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ โดยใช้แรงงานคนในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
