<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พิชญา พูลลาภ Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<atom:link href="https://www.phtnet.org/tag/พิชญา-พูลลาภ/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.phtnet.org/tag/พิชญา-พูลลาภ/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 Nov 2024 03:03:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/07/cropped-icon-1-150x150.png</url>
	<title>พิชญา พูลลาภ Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<link>https://www.phtnet.org/tag/พิชญา-พูลลาภ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผลิตภัณฑ์สลัดตัดแต่งรับประทานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2024/10/3555/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Oct 2024 02:30:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[พิชญา พูลลาภ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=3555</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย รองศาสตราจารย์ ดร. พิชญา พูลลาภ สาขาวิชาวิศวกรรมอาห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2024/10/3555/">ผลิตภัณฑ์สลัดตัดแต่งรับประทานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image alignwide size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1920" height="1080" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-for-elderly.webp" alt="ผลิตภัณฑ์สลัดตัดแต่งรับประทานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ" class="wp-image-3558" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-for-elderly.webp 1920w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-for-elderly-300x169.webp 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-for-elderly-1024x576.webp 1024w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-for-elderly-768x432.webp 768w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-for-elderly-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 1920px) 100vw, 1920px" /></figure>



<p>โดย <a href="https://www.phtnet.org/service/view-speciallist.asp?dID=20"><strong>รองศาสตราจารย์ ดร. พิชญา พูลลาภ</strong></a> สาขาวิชาวิศวกรรมอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>



<p>แนวโน้มการเพิ่มประชากรผู้สูงอายุมีมากขึ้นนี้เป็นผลมาจากความเจริญก้าวหน้าด้านการแพทย์และสาธารณสุข และความสำเร็จของการวางแผนครอบครัวที่สามารถควบคุมการเพิ่มของประชากรในวัยเด็กและวัยหนุ่มสาว ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางอายุของประชากรในประเทศ ซึ่งหมายถึงอัตราการพึ่งพิงของประชากรกลุ่มผู้สูงอายุจะเพิ่มมากขึ้น จากการประชุม World Economic Forum 2012 คาดว่าในอีก 35 ปีภายหน้าจะมีผู้สูงอายุมากถึง 2000 ล้านคน และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของการบริโภครวมทั้งโลก สำหรับประเทศไทยสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น จาก 4.82 ล้านคน หรือร้อยละ 8.11 ของประชากรทั้งหมด ในปี พ.ศ.2538 เป็นประมาณ 6.62 ล้านคน หรือร้อยละ 10.17 ในปี พ.ศ.2548 และในปี พ.ศ.2556 มีสัดส่วนของผู้สูงอายุถึง ร้อยละ 14.88  ปริมาณและอัตราส่วนของจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2530-2555 ในจำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้ คาดว่าสัดส่วนของผู้สูงอายุหญิงต่อผู้สูงอายุชายเป็น 100:85 (จันทร์เพ็ญ และคณะ, 2540) ปัญหาที่สำคัญที่มักเกิดกับผู้สูงอายุคือปัญหาทางสุขภาพอนามัย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาวะค่ารักษาพยาบาลของรัฐทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การประเมินภาวะโภชนาการและรูปแบบการบริโภคอาหารเดิมของผู้สูงอายุเป็นอีกแนวทางหนึ่ง เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถจัดปรับปริมาณอาหารและสารอาหารได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับความต้องการของผู้สูงอายุ (ไกรสิทธิ์และอุรุวรรณ, 2540)</p>



<p>ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ โดยจะมีภูมิต้านทานโรคที่ลดลง รวมถึงมีการเจ็บป่วย และมีปัญหาด้านสุขภาพได้ง่ายกว่าคนในวัยอื่น ๆ ดังนั้นอาหารจึงจัดเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลต่อการมีสุขภาพกายและใจที่ดี อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดปัญหาในการเคี้ยวอาหาร การผลิตน้ำลายและการรับรู้รสชาติอาหารลดลง ทำให้ต้องใช้เวลาเคี้ยวอาหารนานขึ้น และกลืนอาหารได้ลำบาก โดยเรียกการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการกลืนในวัยสูงอายุว่า presbyphagia (Robbin <em>et al</em>., 1992) นอกจากนี้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารที่ลดลง ยังส่งผลทำให้เกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และระบบขับถ่ายไม่ดี แสดงให้เห็นว่านอกจากความต้องการสารอาหารที่ให้พลังงานจำพวกโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันแล้ว ผู้สูงอายุยังต้องการใยอาหารซึ่งได้จากผักและผลไม้เป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งใยอาหารจะช่วยเพิ่มปริมาณของอุจจาระและอุ้มน้ำไว้ ทำให้อุจจาระไม่แข็งตัวและช่วยกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดการขับถ่ายได้สะดวก อย่างไรก็ตามการบริโภคผักและผลไม้ของผู้สูงอายุยังคงพบปัญหาความสามารถในการเคี้ยวผักและผลไม้ได้ไม่ดี จึงควรดัดแปลงการประกอบอาหารประเภทผักและผลไม้ ให้มีลักษณะอ่อนนุ่ม เคี้ยวได้ง่าย เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถบริโภคได้สะดวกขึ้น และเป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับใยอาหารเพิ่มขึ้น</p>



<p>จากการประยุกต์ใช้สารให้ความคงตัวที่เหมาะสมในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์สลัดตัดแต่งรับประทานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ ที่มีส่วนประกอบของอโวคาโด แตงกวาญี่ปุ่น ผักสลัดฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก น้ำเลมอน เนื้ออกไก่ และน้ำสลัดซีซาร์ พบว่าสารให้ความคงตัวที่เหมาะสมในกระบวนการผลิต คือการใช้    คาร์บอกซิเมทิลเซลลูโลสร้อยละ 0.25 ผสมกัวกัมร้อยละ 0.25 เป็นสารให้ความคงตัว โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้มีค่าความคงตัวของอิมัลชันในผลิตภัณฑ์เท่ากับร้อยละ 97.78 และเป็นสูตรที่ผู้บริโภคให้การยอมรับมากที่สุด โดยผู้บริโภคให้คะแนนความชอบในการทดสอบทางประสาทสัมผัสด้านลักษณะปรากฏ สี รสชาติ ความหนืด และความชอบโดยรวม เท่ากับ 7.60, 7.62, 6.14, 6.62  และ 6.34 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ชอบเล็กน้อยถึงชอบมาก (6.0 – 8.0 คะแนน) โดยทั่วไปที่ระดับความชอบเล็กน้อย (6 คะแนน) ถือได้ว่าผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับของตลาด</p>



<p>สำหรับคุณภาพทางเคมีและกายภาพของผลิตภัณฑ์สลัดตัดแต่งรับประทานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ พบว่าผลิตภัณฑ์มีค่าความชื้นร้อยละ 91.02 ค่าวอเตอร์แอคติวิตี 0.997 ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ทั้งหมดร้อยละ 7.25 ปริมาณคลอโรฟิลล์เอ (chlorophyll a) คลอโรฟิลล์บี (chlorophyll b) และคลอโรฟิลล์ทั้งหมด (total chlorophyll) เท่ากับ 1.23, 0.63 และ 1.86 SPAD unit ตามลำดับ ปริมาณสารประกอบฟีนอล 1.42 มิลลิกรัมต่อผลิตภัณฑ์ 1 กรัม สารประกอบฟลาโวนอยด์ทั้งหมด 0.76 มิลลิกรัมต่อผลิตภัณฑ์ 1 กรัม และมีปริมาณวิตามินซีและวิตามินอีเท่ากับ 173 และ 0.79 มิลลิกรัมต่อผลิตภัณฑ์ 100 กรัม ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์สลัดตัดแต่งรับประทานง่ายสำหรับผู้สูงอายุสามารถตอบสนองความต้องการในด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ ลดปัญหาในการเคี้ยวกลืน อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ มีใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่าย นอกจากนี้ยังมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้</p>



<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ มงคล ณ สงขลา นภาพร ชโยวรรณ และ อรุณ จิรวัฒน์กุล. 2540. การสำรวจสุขภาพประชากรอายุตั้งแต่ 56 ปีขึ้นไปในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2538. วารสารการส่งเสริมสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม 2: 21.</li>



<li>ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ และอุรุวรรณ แย้มบริสุทธิ์.  โภชนาการกับสุขภาพของผู้สูงอายุ. 2540. วารสารส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม 20(2): 257-265.</li>



<li>Robbins, J., J.W. Hamilton, G.L. Lof and G.B. Kempster. 1992. Oropharyngeal swallowing in normal adults of different ages. Gastroenterology 103: 823–829.</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="706" height="1024" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-706x1024.webp" alt="กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์สลัดตัดแต่งรับประทานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ" class="wp-image-3561" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-706x1024.webp 706w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-207x300.webp 207w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-768x1114.webp 768w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads-1059x1536.webp 1059w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/10/minimally-processed-salads.webp 1102w" sizes="(max-width: 706px) 100vw, 706px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์สลัดตัดแต่งรับประทานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ</strong></figcaption></figure></div>


<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>บทความนี้ ตีพิมพ์ลงใน <a href="https://www.phtnet.org/2024/09/3548/">Postharvest Newsletter ปีที่ 23 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน 2567</a></p>
</blockquote>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2024/10/3555/">ผลิตภัณฑ์สลัดตัดแต่งรับประทานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การควบคุมคุณภาพของผลิตผลในห่วงโซ่อุปทาน</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2020/09/1480/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Sep 2020 06:25:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[พิชญา พูลลาภ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=1480</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย&#8230;รศ. ดร.พิชญา พูลลาภสาขาวิศวกรรมอาหาร คณะอุตสา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2020/09/1480/">การควบคุมคุณภาพของผลิตผลในห่วงโซ่อุปทาน</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>โดย&#8230;<strong>รศ. ดร.พิชญา พูลลาภ</strong><br>สาขาวิศวกรรมอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>



<p><strong>ห่วงโซ่อุปทานสำหรับผลิตผลทางการเกษตร</strong> หมายถึง ลำดับของกิจกรรมที่ดำเนินการเพื่อส่งมอบผลิตผลสดที่มีคุณภาพสูงจากแปลงปลูกจนถึงผู้บริโภค ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าการจำหน่ายสินค้าในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต  สำหรับผลิตผลสดคุณภาพที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทาน การควบคุมอุณหภูมิในการขนส่งหรือการเก็บรักษาจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาคุณภาพและปริมาณของผลิตผลในปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทานให้อยู่ในระดับที่ต้องการ ห่วงโซ่อุปทานของผลิตผลสดนั้นค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากผลิตผลสดมีอายุการวางจำหน่ายที่จำกัด และมีคุณภาพลดลงตามระยะเวลาที่เก็บรักษา ผลิตผลสดเมื่อถูกเก็บเกี่ยวมาแล้วมักมีการเสื่อมสภาพและบอบช้ำได้ง่ายส่งผลให้เกิดการเน่าเสียเร็วยิ่งขึ้น สภาพแวดล้อมของผลิตผลระหว่างห่วงโซ่อุปทานมีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพของผลิตผล ผลิตผลสดควรได้รับการเก็บรักษาในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมตั้งแต่กระบวนการผลิต การเก็บรักษา การขนส่ง การวางจำหน่ายจนถึงผู้บริโภค <strong>ดังนั้นการจัดการคุณภาพของผลิตผลสดให้ดีตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานนอกจากจะช่วยลดการสูญเสียของผลิตผลแล้วยังช่วยยืดอายุการวางจำหน่าย ทำให้ผลิตผลมีคุณภาพสูงเมื่อส่งถึงมือผู้บริโภค ให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในคุณภาพของสินค้า</strong></p>



<p>การส่งมอบสินค้าเพื่อให้มีมาตรฐานอย่างทั่วถึงไปยังร้านค้าปลีกในพื้นที่ต่างๆ เป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในปัจจุบัน ทั้งนี้การจัดการห่วงโซ่ความเย็นซึ่งเป็นกระบวนการบริหารและขนส่งผลิตผลสดด้วยการควบคุมอุณหภูมิ และมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการลดอุณหภูมิ (precooling) ที่เหมาะสมเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทำให้สามารถส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพให้ถึงมือผู้บริโภคด้วยต้นทุนรวมที่ลดลง เนื่องจากอุณหภูมิเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่มีผลต่อการรักษาคุณภาพและอายุการเก็บรักษาของผลิตผลสด เมื่อผลิตผลอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงส่งผลให้กระบวนการเมทาบอลิซึมต่างๆ ให้สูงขึ้น เช่น อัตราการหายใจ การสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ รวมไปถึงการสูญเสียสีเขียวของผลิตผลเนื่องจากการเสื่อมสลายของคลอโรฟิลด์  การลดอุณหภูมิเป็นการกำจัดความร้อนที่สะสมในผลิตผลจากสภาพแวดล้อม (field heat) เพื่อให้อุณหภูมิของผลิตผลลดต่ำลงโดยอาศัยตัวกลางเป็นตัวนำหรือตัวพาดึงความร้อนออกจากผลิตผลสดก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการอื่นในห่วงโช่ความเย็นต่อไป นอกจากนี้การลดอุณหภูมิยังช่วยยับยั้งการเน่าเสียและลดอัตราการสูญเสียทางด้านคุณภาพและรสชาติของผลิตผล เทคโนโลยีการลดอุณหภูมิสามารถเลือกปฏิบัติได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับสมบัติทางเคมีกายของผลิตผล เช่น การลดอุณหภูมิด้วยระบบสุญญากาศ (vacuum cooling) การลดอุณหภูมิโดยการผ่านอากาศเย็นแบบบังคับ (forced-air cooling) และการลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำแข็ง (ice cooling) หลังจากการลดอุณหภูมิแล้วการรักษาความเย็นหรือการควบคุมอุณหภูมิอย่างต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทานเป็นปัจจัยที่สำคัญในการรักษาคุณภาพของผลิตผล และมีบทบาทสำคัญต่อการลดการสูญเสียในระหว่างการเก็บรักษา อย่างไรก็ตามต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ และวิธีการที่เหมาะสมในห่วงโซ่ความเย็นเพื่อไม่ให้ผลิตผลเกิดความเสียหายจากอุณหภูมิที่ต่ำ (chilling injury) หรือสูงจนเกินไป ซึ่งการควบคุมอุณหภูมิในห่วงโซ่ความเย็นนอกจากจะมีผลในการรักษาคุณภาพของผลิตผลแล้วยังมีผลต่อการควบคุมการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ และลดการเสื่อมสภาพของผลิตผลส่งผลให้วางจำหน่ายได้นานขึ้น</p>



<p>จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวิธีการลดอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับผักของมูลนิธิโครงการ 3 ชนิด ได้แก่ ปวยเล้ง บรอกโคลี และคะน้าฮ่องกง พบว่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการลดอุณหภูมิแบบสุญญากาศ คือการกำหนดความดันสุดท้ายภายในห้องลดอุณหภูมิเท่ากับ 6 มิลลิบาร์ โดยให้ผลิตผลอยู่ภายใต้ความดันที่กำหนดเป็นระยะเวลา 25 นาที สามารถลดอุณหภูมิปวยเล้งได้เร็วกว่าการลดอุณหภูมิโดยการผ่านอากาศเย็นแบบบังคับที่ใช้อุณหภูมิอากาศ 4 องศาเซลเซียส และความเร็วลม 1.55 เมตรต่อวินาที เมื่อนำไปเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 8 องศาเซลเซียส พบว่าปวยเล้งที่ผ่านการลดอุณหภูมิด้วยระบบสุญญากาศมีปริมาณวิตามินซี และคลอโรฟิลด์สูงกว่าปวยเล้งที่ผ่านการลดอุณหภูมิโดยการผ่านอากาศเย็นแบบบังคับ และชุดควบคุม (<em>P</em> ≤ 0.05) สำหรับการลดอุณหภูมิบรอกโคลี พบว่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการลดอุณหภูมิแบบสุญญากาศ คือการกำหนดความดันสุดท้ายภายในห้องลดอุณหภูมิเท่ากับ 6 มิลลิบาร์ โดยให้ผลิตผลอยู่ภายใต้ความดันที่กำหนดเป็นระยะเวลา 30 นาที และพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำแข็งของบรอกโคลีคือการใช้อัตราส่วนบรอกโคลีต่อน้ำแข็งเป็น 1 : 1 โดยสามารถลดการสูญเสียน้ำหนัก สามารถคงปริมาณคลอโรฟิลล์ ปริมาณวิตามินซี กิจกรรมของสารต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสารประกอบฟีนอลไว้ได้ดี ส่งผลให้คะแนนทางด้านประสาทสัมผัสของบรอกโคลีที่ผ่านการลดอุณหภูมิแบบสุญญากาศและการลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำแข็งมีคะแนนทางด้านประสาทสัมผัสที่ดีกว่าบรอกโคลีชุดควบคุม จากการศึกษากระบวนการลดอุณหภูมิของคะน้าฮ่องกง พบว่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการลดอุณหภูมิแบบสุญญากาศ คือการกำหนดความดันสุดท้ายภายในห้องลดอุณหภูมิเท่ากับ 6.5 มิลลิบาร์ โดยให้ผลิตผลอยู่ภายใต้ความดันที่กำหนดเป็นระยะเวลา 20 นาที และพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำแข็งของคะน้าฮ่องกงคือการใช้อัตราส่วนคะน้าฮ่องกงต่อน้ำแข็งเป็น 1 : 1 โดยสามารถลดการสูญเสียน้ำหนัก และคงปริมาณคลอโรฟิลล์ ปริมาณวิตามินซี และปริมาณสารประกอบฟีนอลไว้ได้ดี ส่งผลให้คะแนนทางด้านประสาทสัมผัสของคะน้าฮ่องกงที่ผ่านการลดอุณหภูมิแบบสุญญากาศและการลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำแข็งมีคะแนนทางด้านประสาทสัมผัสที่ดีกว่าคะน้าฮ่องกงชุดควบคุม ทั้งนี้การลดอุณหภูมิแบบสุญญากาศสามารถลดอุณหภูมิได้รวดเร็วและนิยมใช้กับผลิตผลที่มีปริมาณมาก เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายเมื่อเปรียบเทียบกับการลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำแข็งและเป็นกระบวนการที่มีต้นทุนการใช้พลังงานต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับการลดอุณหภูมิด้วยวิธีอื่นๆ สำหรับการลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำแข็งเหมาะที่จะใช้ลดอุณหภูมิในระหว่างการขนส่งผลิตผล</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="603" height="620" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2020/12/quality-control-of-fresh-vegetables-02.jpg" alt="" class="wp-image-1481" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2020/12/quality-control-of-fresh-vegetables-02.jpg 603w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2020/12/quality-control-of-fresh-vegetables-02-292x300.jpg 292w" sizes="(max-width: 603px) 100vw, 603px" /><figcaption><strong>การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการลดอุณหภูมิในการผลิตผักมูลนิธิโครงการหลวงตลอดสายโซ่อุปทานเพื่อปรับปรุงคุณภาพและความปลอดภัย</strong></figcaption></figure></div>



<p>สำหรับคุณภาพทางจุลินทรีย์ ของผักทั้ง 3 ชนิด พบว่าปวยเล้งชุดควบคุมมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ Aerobic bacteria ทั้งหมด ปริมาณเชื้อ Coliform bacteria ปริมาณยีสต์ ปริมาณเชื้อรา และปริมาณเชื้อ Lactic acid bacteria สูงกว่าปวยเล้งที่ผ่านการลดอุณหภูมิโดยการผ่านอากาศเย็นแบบบังคับ และการลดอุณหภูมิแบบสุญญากาศ เช่นเดียวกับบรอกโคลีและคะน้าฮ่องกงชุดควบคุมมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์สูงกว่าบรอกโคลีและคะน้าฮ่องกงที่ผ่านการลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำแข็ง และแบบสุญญากาศ นอกจากนั้นยังไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ <em>Listeria Monocytogenes</em> ในผักทั้ง 3 ชนิดตลอดสายโซ่อุปทาน  ดังนั้นการประยุกต์ใช้กระบวนการลดอุณหภูมิที่เหมาะสมกับผลิตผลแต่ละชนิดเป็นปัจจัยที่สำคัญในการรักษาคุณภาพ และชะลอการเสื่อมสภาพของผักทั้งสามชนิดตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>บทความนี้ตีพิมพ์ลงใน <a href="https://www.phtnet.org/2020/09/1476/">Postharvest Newsletter ปีที่ 19 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน 2563</a></p></blockquote>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2020/09/1480/">การควบคุมคุณภาพของผลิตผลในห่วงโซ่อุปทาน</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระบวนการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รี</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2018/03/802/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Mar 2018 05:46:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยพิชิต เชื้อเมืองพาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดนัย บุณยเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[พิชญา พูลลาภ]]></category>
		<category><![CDATA[สุภาวดี ศรีวงค์เพ็ชร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=802</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย สุภาวดี  ศรีวงค์เพ็ชร1  ดนัย  บุณยเกียรติ2,3  พิชญา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2018/03/802/">กระบวนการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รี</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-803" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-trawberry.jpg" alt="กระบวนการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รี" width="1080" height="608" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-trawberry.jpg 1080w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-trawberry-300x169.jpg 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-trawberry-1024x576.jpg 1024w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-trawberry-768x432.jpg 768w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-trawberry-270x151.jpg 270w" sizes="auto, (max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><strong>โดย</strong> สุภาวดี  ศรีวงค์เพ็ชร<sup>1</sup>  <a href="https://www.phtnet.org/service/view-speciallist.asp?dID=4">ดนัย  บุณยเกียรติ</a><sup>2,3</sup>  <a href="https://www.phtnet.org/service/view-speciallist.asp?dID=20">พิชญา พูลลาภ</a><sup>4</sup>  และชัยพิชิต เชื้อเมืองพาน<sup>5</sup></p>
<p><sup>1</sup>ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
<sup>2</sup>ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กทม. 10400<br />
<sup>3</sup>ภาควิชาพืชศาสตร์และปฐพีศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
<sup>4</sup>สาขาวิชาวิศวกรรมอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
<sup>5</sup>ศูนย์ผลิตผลโครงการหลวง มูลนิธิโครงการหลวง จ.เชียงใหม่</p>
<p><strong>สตรอว์เบอร์รี </strong>เป็นผลไม้ที่ไม่มีเปลือกจึงชอกช้ำและเสียหายได้ง่าย ดังนั้นการเก็บเกี่ยวผล สตรอว์เบอร์รีจึงต้องทำด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ผลเกิดการช้ำ เพราะเชื้อราจะเข้าทำลายได้ง่าย การเก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รีในประเทศไทย เป็นการเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคน ซึ่งสามารถพิจารณาเลือกเก็บเฉพาะผลที่มีระยะความแก่ที่เหมาะสม (ดนัยและประสาทพร, 2546)</p>
<p><strong>การเก็บเกี่ยว</strong> ควรเก็บในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำ คือตอนเช้ามืดในสภาพอากาศแห้ง แสงแดดยังไม่แรง เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วไม่ควรปล่อยให้ผลถูกแสงแดดนานเกินกว่า 10-15 นาที ต้องรีบนำเข้าที่ร่มภายในโรงเรือนหรือโรงคัดบรรจุชั่วคราวบริเวณแปลงปลูกทันที เนื่องจากผลสตรอว์เบอร์รีมีอัตราการหายใจสูงเมื่อถูกแสงแดดจะทำให้ผลเน่าเสียหายเร็วขึ้น ควรใส่ภาชนะที่ถือได้สะดวกและไม่ทับกันเกินไปในแต่ละครั้ง และเก็บเกี่ยวขณะที่ผลมีการพัฒนาของสีแดงที่ผิวประมาณ 3 ใน 4 หรือ 75 เปอร์เซ็นต์ของทั้งผล และผลยังคงมีความแข็งก่อนถึงมือผู้บริโภค ผลที่สุกและนิ่มเกินไปไม่ควรใส่รวมกันในภาชนะที่นำมาจำหน่าย หากเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงมากอาจทำให้ผลสุกอย่างเร็วขึ้น (ณรงค์ชัย, 2543) (รูปที่ 1)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-807" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-3.jpg" alt="กระบวนการเก็บเกี่ยวและการขนส่งผลสตรอว์เบอร์รี " width="505" height="754" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-3.jpg 505w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-3-201x300.jpg 201w" sizes="auto, (max-width: 505px) 100vw, 505px" /></p>
<p><strong>ข้อกำหนดเชิงคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของผลสตรอว์เบอร์รีเพื่อตลาดบริโภคผลสด</strong> (ดนัยและประสาทพร, 2546)</p>
<ol>
<li>มีรูปร่างของผลเป็นปกติ ไม่บิดเบี้ยว</li>
<li>มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของผลตั้งแต่ 2.5 เซนติเมตรขึ้นไป</li>
<li>ผลไม่มีอาการเน่า ช้ำหรือเสียหายเพราะถูกทำลายจากโรคและแมลง</li>
<li>ผลมีสีชมพู และไม่ปล่อยให้ผลสุกจนเป็นสีแดง</li>
</ol>
<p><strong>วิธีการเก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รี ควรกระทำด้วยความระมัดระวัง ดังนี้</strong></p>
<ol>
<li>เลือกเก็บผลสตรอว์เบอร์รีที่มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ โดยเฉพาะเรื่องสีผล</li>
<li>เก็บโดยใช้มือเด็ดผลออกจากขั้ว หรือใช้กรรไกรขนาดเล็กตัดขั้วผล</li>
<li>ควรเลือกเก็บในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำ แดดไม่ร้อนจัด ดังนั้นจึงควรเก็บในช่วงเช้า</li>
<li>ภาชนะที่ใช้บรรจุสตรอว์เบอร์รีในขณะเก็บเกี่ยวผลในแปลง ควรใช้ตะกร้าที่มีความโปร่ง มีขนาดที่เหมาะสม และไม่ควรบรรจุสตรอว์เบอร์รีมากเกินไป เพราะจะเกิดการกดทับทำให้ผลสตอรว์เบอร์รีเกิดอาการช้ำ</li>
<li>รวบรวมผลสตรอว์เบอร์รีที่เก็บได้ คัดแยกคุณภาพ และส่งขายให้เร็วที่สุด</li>
</ol>
<p><strong>การบรรจุและการขนส่ง</strong>  เนื่องจากผลของสตรอว์เบอร์รีบอบช้ำง่ายโดยเฉพาะถ้าเส้นทางคมนาคมไกลและถนนไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นการบรรจุผลสตรอว์เบอร์รีจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ การบรรจุ  หีบห่อและส่งจำหน่ายควรทำให้รวดเร็วที่สุด ระบบการบรรจุโดยทั่วไปจะบรรจุผลสตรอว์-เบอร์รีลงในถาดพลาสติกใสเจาะรู และมีฝาปิดโดยเรียงเพียง 2 ชั้น แล้วคลุมด้วยแผ่นพลาสติกกันกระแทก พอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) หนา 25 ไมครอน บรรจุลงในกล่องกระดาษซึ่งบรรจุได้ 4 หรือ 8 ถาด (รูปที่ 1) เพื่อลดการกระทบกระเทือนของผล แล้วขนส่งโดยใช้รถบรรทุกที่มีเครื่องทำความเย็น (คงกฤช, ม.ป.พ.)</p>
<p>ผลสตรอว์เบอร์รีที่มีคุณภาพดีควรจะสะอาด มีสีสด เนื้อแน่น และมีกลีบเลี้ยงติดมาด้วย    กลีบเลี้ยงมีสีเขียวไม่แห้ง ผลควรมีสีแดงทั้งผลหรืออย่างน้อยผลมีสีแดง 75 เปอร์เซ็นต์ สตรอว์เบอร์รีที่มีสีแดงคล้ำทั้งผลแสดงว่าสุกงอมเกินไป ผลสตรอว์เบอร์รีที่อยู่ในภาชนะบรรจุเดียวกัน ควรมีสีและขนาดสม่ำเสมอ ไม่มีรอยแผล ช้ำ หรือมีผลที่เชื้อราเข้าทำลาย</p>
<p>มาตรฐานของผลสตรอว์เบอร์รีที่ใช้ในต่างประเทศ ผลสตรอว์เบอร์รีจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 3.81 เซนติเมตร และยอมให้มีผลเล็กกว่านี้ปะปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ในประเทศไทยโดยทั่วไปแล้วสามารถจัดระดับมาตรฐานของผลสตรอว์เบอร์รีโดยใช้ขนาดของผลเป็นหลัก ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-805" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-2.jpg" alt="มาตรฐานของผลสตรอว์เบอร์รี" width="499" height="207" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-2.jpg 499w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-2-300x124.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 499px) 100vw, 499px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว</strong> สตรอว์เบอร์รีมีอายุการเก็บรักษาสั้นและสูญเสียคุณภาพอย่างรวดเร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น เพราะผลมีลักษณะนิ่ม ผิวบาง ง่ายต่อการช้ำและการเข้าทำลายของจุลินทรีย์ ทำให้เกิดความเสียหายทั้งในขณะที่เก็บเกี่ยวและระหว่างการขนส่ง (นิธิยาและดนัย, 2533) โดยปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากการเก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รีในระยะที่แก่เกินไป (รูปที่ 2)  การลดความเสียหายนั้นสามารถทำได้โดยการคัดเลือกระยะความแก่หรือดัชนีเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม (ทองใหม่, 2541) ซึ่งในแต่ละระยะความแก่ผลสตรอว์เบอร์รีมีกระบวนการทางสรีรวิทยา ส่วนประกอบทางเคมี และลักษณะทางกายภาพแตกต่างกัน จึงส่งผลต่อสี กลิ่น รสชาติ ความแน่นเนื้อ และสมดุลระหว่างน้ำตาลและกรดภายในผล (Montero <em>et al</em>., 1996)</p>
<p>การเก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รีในประเทศสหรัฐอเมริกานิยมเก็บเกี่ยวเมื่อผลมีสีแดงประมาณ 50-75เปอร์เซ็นต์ ส่วนในรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นแหล่งผลิตสตรอว์เบอร์รีที่สำคัญของสหรัฐอเมริกากำหนดให้เก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รีที่มีสีผิวเป็นสีชมพูหรือแดงประมาณ 66 เปอร์เซ็นต์ (นิธิยาและดนัย, 2533) และการศึกษาผลสตรอว์เบอร์รีพันธุ์ Tioga ของโครงการหลวงสรุปว่า ควรเก็บเกี่ยวผลที่มีสีแดงอย่างน้อย 60-80 เปอร์เซ็นต์ (ประสาทพรและดนัย, ม.ป.พ) รวมถึงการศึกษาดัชนีเก็บเกี่ยวของผลสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 และพันธุ์ 329 พบว่า การเก็บเกี่ยวในระยะพัฒนาสีผิว 25 เปอร์เซ็นต์ (รูปที่ 3) เป็นระยะที่เหมาะสม เนื่องจากคุณภาพทางเคมีและสารอาหารสำคัญไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามระยะการพัฒนาสีผิว รวมทั้งการเก็บเกี่ยวในระยะพัฒนาสีผิวดังกล่าวมีความแน่นเนื้อสูงและมีอายุการเก็บรักษานานที่สุด และยังสามารถพัฒนาสีผิวต่อไปได้ (สุภาวดีและคณะ, 2557)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-808" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-4.jpg" alt="ความเสียหายผลสตรอว์เบอร์รี" width="585" height="500" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-4.jpg 585w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-4-300x256.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 585px) 100vw, 585px" /></p>
<p>ภาชนะบรรจุที่ใช้บรรจุผลสตรอว์เบอร์รีในปัจจุบันนิยมใช้ถุงพลาสติกทรงสูง กล่องพลาสติกและกล่องกระดาษ การเลือกใช้ภาชนะบรรจุที่เหมาะสม สามารถช่วยลดความเสียหายของผลิตผลได้(ดนัยและนิธิยา,2548) ซึ่งในประเทศไทยเกษตรกรนิยมใช้ถุงพลาสติกทรงสูงบรรจุผลสตรอว์เบอร์รี และกล่องพลาสติก เพราะสะดวกในการใช้งาน และดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค   แต่เนื่องจากภาชนะบรรจุทั้งสองชนิดนี้มีการจัดวางผลสตรอว์เบอร์รีซ้อนทับกันเป็นจำนวนมาก อาจทำให้ผล   สตรอว์เบอร์รีช้ำเสียหายได้ง่าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-809" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-5.jpg" alt="ภาชนะบรรจุที่ใช้บรรจุผลสตรอว์เบอร์รี" width="601" height="216" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-5.jpg 601w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2018/06/article-postharvest-strawberry-5-300x108.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 601px) 100vw, 601px" /></p>
<p>ดังนั้น ในการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รี จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลสตรอว์เบอร์รี เช่น สภาพแวดล้อมในขณะเก็บเกี่ยว ดัชนีการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม วิธีการเก็บเกี่ยว และกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อลดความสูญเสียและยืดอายุการวางจำหน่าย รวมถึงสามารถนำไปใช้จัดการสายโซ่อุปทานของการผลิตสตรอว์เบอร์รีทั้งระบบ เช่น ในกรณีการขนส่งระยะทางไกล ควรเลือกเก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รีในระยะการพัฒนาสีผิว 25 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีความแน่นเนื้อสูง และสามารถทนต่อการสูญเสียทางกลระหว่างขนส่งได้ อีกทั้งยังสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน รวมถึงการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่ง ที่มีความสามารถในการถ่ายเทอากาศได้ดี ลดอาการช้ำของผลสตรอว์เบอร์รีระหว่างการขนส่งได้ เป็นต้น</p>
<blockquote><p>** บทความนี้ตีพิมพ์ลงใน <a href="https://www.phtnet.org/2018/03/765/">Postharvest Newsletter ปีที่ 17 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2561</a></p></blockquote>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<ul>
<li>คงกฤช อินทแสน. ม.ป.ป. สตรอเบอรี่. ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูง จังหวัดกาญจนบุรี. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://www.haec01.doae.go.th/aticles/stawberry.pdf. (17 กุมภาพันธ์ 2557)</li>
<li>ณรงค์ชัย พิพัฒธนวงศ์. 2543. สตรอว์เบอร์รี: พืชเศรษฐกิจใหม่. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.158 น.</li>
<li>ดนัย บุณยเกียรติ และ ประสาทพร สมิตะมาน.  2546. สตรอเบอรี. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, กรุงเทพฯ. 48 น.</li>
<li>ดนัย บุณยเกียรติ และ นิธิยา รัตนาปนนท์. 2548. การปฏิบัติภายหลังการเก็บเกี่ยวผักและผลไม้.  สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, กรุงเทพฯ. 142 น.</li>
<li>ทองใหม่ แพทย์ไชโย. 2541. คุณภาพทางกายภาพและเคมีหลังการเก็บเกี่ยวผลสตรอเบอรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท สาขาวิชาพืชสวน, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.</li>
<li>นิธิยา รัตนาปนนท์ และดนัย บุณยเกียรติ. 2533. วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวผักและผลไม้เศรษฐกิจ. คณะเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่. 213 น.</li>
<li>ประสาทพร สมิตะมาน และดนัย บุณยเกียรติ. ม.ป.ป. สตรอเบอรี. ฝ่ายประสานงานวิจัย/วิชาการเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, กรุงเทพฯ. 36 น.</li>
<li>สุภาวดี  ศรีวงค์เพ็ชร, ดนัย  บุณยเกียรติ  และพิชญา  บุญประสม พูลลาภ. 2557. คุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของผล   สตรอเบอรีพันธุ์พระราชทาน 80 และพันธุ์ 329. วารสารแก่นเกษตร 42 (4) : 463-472.</li>
<li>Montero, T.M., E.M. Molla, R.M. Esteban and F.J. Lopez-Andreu. 1996. Quality attributes of strawberry during ripening. Scientia Hortic. 65: 239-250.</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2018/03/802/">กระบวนการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวผลสตรอว์เบอร์รี</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
