<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศิริชัย กัลยาณรัตน์ Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<atom:link href="https://www.phtnet.org/tag/ศิริชัย-กัลยาณรัตน์/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.phtnet.org/tag/ศิริชัย-กัลยาณรัตน์/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 24 Jul 2017 07:51:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/07/cropped-icon-1-150x150.png</url>
	<title>ศิริชัย กัลยาณรัตน์ Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<link>https://www.phtnet.org/tag/ศิริชัย-กัลยาณรัตน์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การเก็บรักษาเงาะเพื่อการส่งออก</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2012/02/115/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Feb 2012 07:49:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริชัย กัลยาณรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลิมชัย วงษ์อารี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=115</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230; ผศ.ดร. เฉลิมชัย วงษ์อารี1,2 และ รศ.ดร. ศิริ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/02/115/">การเก็บรักษาเงาะเพื่อการส่งออก</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โดย &#8230; ผศ.ดร. เฉลิมชัย วงษ์อารี<sup>1,2</sup> และ รศ.ดร. ศิริชัย กัลยาณรัตน์<sup>1,2</sup></p>
<p><sup>1</sup>หลักสูตรเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140<br />
<sup>2</sup>กลุ่ม Postharvest Logistics ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรุงเทพฯ 10400</p>
<p><a title="เงาะ" href="https://www.phtnet.org/research/perishable-fruit.asp?id_name=h015">เงาะ</a>เป็นไม้ผลเขตร้อนที่มีลักษณะภายนอกแปลกตาและมีเนื้อที่มีรสชาติหวานอร่อย ประเทศไทยเราเป็นแหล่งผลิตเงาะที่สำคัญของโลก ซึ่งมีแหล่งผลิตใหญ่อยู่ที่ภาคตะวันออกและใต้ ในช่วงหลายปีหลังนี้การผลิตเงาะของไทยลดลงจาก 500,000 ตันในปี 2550 เหลือ 400,000 ตันในปี 2552 แต่ปริมาณการส่งออกเงาะสดกลับเพิ่มจาก 2,000 ตันในปี 2550 เป็น 5,000 ตันในปี 2552 ซึ่งตลาดส่งออกส่วนใหญ่เป็นประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน แต่ตลาดส่งออกที่เริ่มมีศักยภาพมากในปัจจุบันและในอนาคตคือตลาดในประเทศจีน โดยช่องทางการนำเข้าผลไม้ไทยสู่ตลาดจีนส่วนใหญ่จะนำเข้าผ่านทาง ฮ่องกง &#8211; เซินเจิ้น &#8211; กวางโจว เนื่องจากการดำเนินพิธีศุลกากรในช่องทางนี้มีความสะดวก หลังจากนั้นผลไม้ไทยจะถูกนำมาที่ตลาดกลางผลไม้เจียงหนาน แล้วจึงกระจาย ไปยังมณฑลและเมืองอื่น ๆ ส่วนตลาดในประเทศญี่ปุ่นนั้นต้องการผลิตผลเงาะที่มีคุณภาพและมีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามซึ่งขณะนี้ไทยเรามีประเทศออสเตรเลียเป็นคู่แข่งการค้าที่สำคัญ</p>
<p>ถึงแม้ประเทศไทยสามารถผลิตเงาะได้ 7-8 เดือน/ปี แต่ปัญหาที่สำคัญในการส่งออกเงาะสดคือการเหี่ยวและการเกิดสีน้ำตาลของขน/เปลือก และการเน่าเสียของผลที่รวดเร็วทั้งในระหว่างการขนส่ง การเก็บรักษา หรือเมื่อถึงตลาดปลายทาง ซึ่งการเน่าของผลมีเชื้อรา <em>Collectotrichum</em> sp., <em>Botryodiplodia</em> sp., <em>Gliocephalotrichum</em> sp., <em>Phomopsis</em> sp., <em>Pestalotia</em> sp. และ <em>Aspergillus</em> sp. เป็นเชื้อสาเหตุหลักที่มักจะแฝงไปกับผลในระหว่างการพัฒนาของผลตั้งแต่อยู่ในสวนและไปแสดงออกหลังการเก็บเกี่ยว (รูปที่ 1) ดังนั้นการทำการเขตกรรมที่ดี มีการใช้สารป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่เหมาะสมระหว่างการพัฒนาของผลเป็นปัจจัยที่สำคัญของความสำเร็จในการเก็บรักษาผลเงาะ</p>
<p>การสูญเสียน้ำหนักระหว่างการเก็บรักษาและการขนส่งมีความสัมพันธ์กับการเกิดเปลือกและขนสีน้ำตาลที่เกิดขึ้นตามมา เนื่องจากบริเวณขนเงาะมีรูปากใบจำนวนมากและมากกว่าที่ผิวเปลือกถึง 5 เท่า และที่ปลายขนยังมีขนเล็กๆ (trichome) จำนวนมากทำให้เพิ่มพื้นที่ผิวในการคายน้ำ ส่งผลให้ผลเงาะเหี่ยวและเกิดสีน้ำตาลอย่างรวดเร็วหลังการเก็บเกี่ยว หลักการที่นิยมทำกันมากคือการดน้ำผลเงาะอยู่เสมอ แต่ควรมีข้อระวังคือน้ำที่ใช้ต้องสะอาด น้ำที่ไม่สะอาดจะทำให้เงาะเกิดการเน่าเสียได้ง่าย แต่น้ำที่มีสารคลอรีนอยู่มากอาจจะไปเร่งให้ขนเงาะเกิดสีน้ำตาลเร็วขึ้น</p>
<p><strong>ขั้นตอนในการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาเงาะระยะยาวคือ</strong> การใช้ผลเงาะจากสวนที่มีการดูแลรักษาและจัดการเรื่องโรคที่ดี โดยเก็บผลเงาะในวัยที่เปลือกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง (วัย 3 และ 4: รูปที่ 2) นำมาแช่ในน้ำเย็น (อาจผสมแคลเซียมคลอไรด์เข้มข้น 0.1-1%) แล้วนำมาเก็บที่อุณหภูมิ 13 -15°ซ ความชื้นสัมพัทธ์ &gt;90% โดยเก็บรักษาในถุงพลาสติกให้มีระดับก๊าซออกซิเจน 1 &#8211; 3% และคาร์บอนไดออกไซด์ 8 &#8211; 10% (รูปที่ 3) จะทำให้มีอายุการเก็บรักษาเงาะอยู่ที่ 17 ± 4 วัน ข้อจำกัดในการยืดอายุการเก็บรักษาต่อจากนี้คือการเข้าทำลายของโรค</p>
<p>สำหรับทิศทางงานวิจัยการเก็บรักษาเงาะที่ควรจะทำต่อคือ การเลือกใช้ชนิดของพลาสติกในการทำบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (รูปที่ 4) และการทดลองชนิดของสารกำจัดและควบคุมโรคหลังการเก็บเกี่ยว ทั้งนี้เนื่องจากส่วนมากผลเงาะที่เก็บที่ความชื้นสัมพัทธ์สูงมักจะเริ่มสูญเสียเนื่องจากการเข้าทำลายของโรคหลังจากการเก็บรักษานาน 2 สัปดาห์ นอกจากนี้การทดลองเรื่องผลของการฉายรังสีกับเงาะยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจากเงาะเป็นหนึ่งใน 6 ผลไม้สดคือ มะม่วง ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด เงาะ และสับปะรด ที่ต้องนำไปฉายรังสีก่อนการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a53_1.png" alt="การเน่าของผลเงาะหลังการเก็บเกี่ยว" width="474" height="344" /><br />
<b>รูปที่ 1</b> การเน่าของผลเงาะหลังการเก็บเกี่ยวจากการเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรค</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a53_2.png" alt="วัยการพัฒนาของผลเงาะพันธุ์โรงเรียน" width="470" height="351" /><br />
<b>รูปที่ 2</b> วัยการพัฒนาของผลเงาะพันธุ์โรงเรียน<br />
1. เปลือกและขนมีสีเขียว<br />
2. เปลือกเริ่มเปลี่ยนสี<br />
3. เปลือกเริ่มมีสีแดง 10%<br />
4.เปลือกเริ่มมีสีแดง 30% และโคนขนเริ่มมีสีแดง<br />
5. เปลือกมีสีแดงมากกว่า 50%<br />
6. เปลือกเปลี่ยนเป็นสีแดง 100%</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a53_3.png" alt="เงาะพันธุ์โรงเรียนที่เก็บรักษาในถุงโพลีเอทิลีน" width="469" height="317" /><br />
<b>รูปที่ 3</b> สภาพผลเงาะพันธุ์โรงเรียนที่เก็บรักษาในถุงโพลีเอทิลีน (PE) ปิดสนิท และเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 13°ซ (ซ้ายมือ) และผลที่ไม่เก็บในถุง (ขวามือ) นาน 16 วัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a53_4.png" alt="การพัฒนาบรรจุภัณฑ์การเก็บรักษาผลเงาะ" width="473" height="316" /><br />
<b>รูปที่ 4</b> การพัฒนาบรรจุภัณฑ์การเก็บรักษาผลเงาะในกล่องพลาสติกใสเมื่อเปรียบเทียบกับที่ไม่ได้ใส่บรรจุภัณฑ์ เมื่อเก็บรักษาที่ 13°ซ นาน 3 วัน</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/02/115/">การเก็บรักษาเงาะเพื่อการส่งออก</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลกระทบของมหาอุทกภัย 2554 ต่อระบบโลจิสติกส์สินค้าเกษตรของไทย และข้อเสนอแนะ</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2012/01/109/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2012 07:43:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริชัย กัลยาณรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลิมชัย วงษ์อารี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=109</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230; ผศ.ดร. เฉลิมชัย วงษ์อารี1,2 และ รศ.ดร. ศิริ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/01/109/">ผลกระทบของมหาอุทกภัย 2554 ต่อระบบโลจิสติกส์สินค้าเกษตรของไทย และข้อเสนอแนะ</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โดย &#8230; <a title="เฉลิมชัย  วงษ์อารี" href="https://www.phtnet.org/service/view-speciallist.asp?dID=97">ผศ.ดร. </a>เฉลิมชัย วงษ์อารี<a title="เฉลิมชัย  วงษ์อารี" href="https://www.phtnet.org/service/view-speciallist.asp?dID=97"></a>1,2 และ รศ.ดร. ศิริชัย กัลยาณรัตน์1,2</p>
<p>1หลักสูตรเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140<br />
2กลุ่ม Postharvest Logistics ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรุงเทพฯ 10400</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a50_1.png" alt="ผลกระทบของมหาอุทกภัย 2554 ต่อระบบโลจิสติกส์สินค้าเกษตร" width="600" height="288" /></p>
<p>จากภาวะน้ำท่วมใหญ่ของประเทศไทยในภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสาน (บางส่วน) และภาคกลาง เป็นระยะเวลายาวนานหลายเดือนในช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 ทำให้ประชาชนไทยหลายสิบล้านคนต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนผลิตผลเกษตรเพื่อนำมาปรุงอาหารสำหรับประชาชนโดยทั่วไป ทั้งนี้ปัญหานั้นเกิดกับผลิตผลเกษตรทั้งในด้านการผลิตในแปลงปลูกและด้านโลจิสติกส์หลังการเก็บเกี่ยว โดยอุทกภัยครั้งนี้ทำให้เส้นทางการคมนาคมสำคัญๆ ทั้งของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท จนไม่สามารถสัญจรไปได้กว่า 300 เส้นทาง ซึ่งส่งผลต่อการกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตไปสู่มือประชาชน</p>
<p>ก่อนอื่นขออธิบายความหมายของ <strong>&#8216;โลจิสติกส์&#8217; (Logistics)</strong> ก่อน <strong>โลจิสติกส์หมายถึงกิจกรรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการ รวมไปถึงการเคลื่อนย้าย, จัดเก็บ, การเก็บรักษา และกระจายสินค้า จากแหล่งที่ผลิต จนสินค้าได้มีการส่งมอบไปถึงแหล่งที่มีความต้องการ โดยกิจกรรมดังกล่าว จะต้องมีลักษณะเป็นกระบวนการแบบบูรณาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นประสิทธิภาพและประสิทธิผล และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยรวมในการกระจายสินค้าให้ต่ำที่สุด</strong></p>
<h3>โลจิสติกส์สินค้าเกษตร</h3>
<p>ปัญหาในภาคการเกษตรของไทยก็มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งพัฒนาในเรื่องโลจิสติกส์ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้ระบบโลจิสติกส์ต่างๆ ของภาคการเกษตรนี้ล้วนแล้วแต่มีความยากทั้งจากตัวผลิตผลเอง การบริหารจัดการ และขาดการใช้วิทยาการด้านการโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก กลุ่มยุโรปมีค่าโลจิสติกส์คิดเป็นร้อยละ 7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (gross domestic product: GDP) ส่วนสหรัฐอเมริกาคิดเป็นร้อยละ 10 ของ GDP สำหรับญี่ปุ่นเนื่องจากสภาพประเทศเป็นเกาะ ค่าโลจิสติกส์จึงสูงขึ้นถึงร้อยละ 11 ของ GDP ในขณะที่ค่าโลจิสติกส์ของจีน อยู่ที่ร้อยละ 18 ของ GDP ทั้งนี้เนื่องจากต้นทุนด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์เป็นค่าขนส่งร้อยละ 50 (สูงกว่าประเทศอื่นสองเท่า) ส่วนประเทศไทยในปัจจุบันมีต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศโดยเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 18-19 ของ GDP ในขณะที่ต้นทุนโลจิสติกส์ของภาคการเกษตรสูงถึงร้อยละ 21-25 ของ GDP ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทย โดยระบบโลจิสติกส์ของไทยยังจัดอยู่ระดับโลกที่สาม (Third World Logistics Level) ซึ่งจะสัมพันธ์กับการจัดลำดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่งไทยก็ยังอยู่ในลำดับที่ 32 จากการจัดอันดับของธนาคารโลก</p>
<p>ปัญหาสำคัญๆ โดยเฉพาะในประเด็นที่ทำให้ระบบโลจิสติกส์ของพืชผลทางการเกษตรมีความยุ่ง ยากกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ ก็คือ</p>
<ul class="listitem">
<li>1.ธรรมชาติของผลผลิตทางการเกษตรเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพืชไร่ พืชสวน หรือปศุสัตว์ ส่วนมากจะเป็นผลผลิตที่ออกเป็นฤดูกาล การเก็บเกี่ยวพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมาก ทำให้อุปทานล้นตลาด การใช้ห้องเย็นยืดอายุผลผลิตก็ไม่เพียงพอ ส่งผลต่อราคาผลิตผลที่ต่ำกว่าความเป็นจริง</li>
<li>2.ส่วนใหญ่ผลผลิตทางการเกษตรเป็นของสด เน่าเสียได้ง่าย จำเป็นต้องอาศัยหรือพึ่งพาระบบโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพสูง เพราะไม่เพียงแต่ต้องควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมให้ได้ในแต่ละช่วงของการ เคลื่อนย้าย จัดเก็บ รวบรวม และกระจายผลผลิตแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของสุขอนามัย หรือเรื่องของความสะอาดอีกด้วย</li>
<li>3.ขาดองค์ความรู้ในด้านโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตร การจัดการในเรื่องอย่าง &#8220;Cold Chain Management&#8221; ในการกระจายสินค้าจึงไม่ถูกนำไปใช้ในภาคการเกษตรอย่างเป็นระบ</li>
</ul>
<h3>วิกฤตการณ์น้ำท่วมกับโลจิสติกส์สินค้าเกษตรภายในประเทศ</h3>
<p>สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบกับการค้าส่งผักและผลไม้ และสินค้าทางการเกษตรหลายชนิด มีปัจจัยหลักมาจากพื้นที่เพาะปลูกพืชผักถูกน้ำท่วม ถนนหลายสายถูกตัดขาด ทำให้การขนส่งสินค้าเป็นไปด้วยความยากลำบาก สินค้าหลายชนิดในซูเปอร์มาร์เก็ต โมเดิร์นเทรด ตลาดสด ขาดแคลน จนทำให้ผู้บริโภคต้องประสบปัญหาหาซื้อสินค้าไม่ได้และราคาสูงขึ้น</p>
<ul class="listitem">
<li>1.ผลผลิตทางการเกษตรลดลงเนื่องมาจากพื้นที่ปลูกได้รับความเสียหาย ปัญหาน้ำท่วมทำให้ผลผลิตพืชไร่และพืชสวนหลาย ๆ ชนิดฤดูกาลปีนี้มีปริมาณลดลง ขาดตลาดเนื่องจาก แหล่งผลิตใน นครปฐม ปทุมธานี อยุธยา สิงค์บุรี นครสวรรณ พิษณุโลก สุโขทัย และหลายจังหวัดทางภาคเหนือได้รับความเสียหาย จนต้องมีการนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะมีการนำผักและผลไม้นำเข้าจากจีนมาชดเชย ตามความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ)ไทย-จีน</li>
<li>2.เส้นทางการขนส่งถูกตัดขาดจากน้ำท่วม ทั้งสายจากทางภาคเหนือและอีสาน รวมไปถึงสายใต้บางสาย การขนส่งก็ต้องใช้เส้นทางอ้อมกว่าจะขึ้นมาถึงตลาดปลายทางตามภาคต่าง ๆ ต้องเสียค่าใช้จ่ายน้ำมันให้คนขับรถมากขึ้น และผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อเองก็หายไปหลายจังหวัด เช่น นครสวรรค์ ที่ถูกน้ำท่วมหนัก</li>
<li>3.ตลาดรวบรวมและตลาดค้าส่ง เช่น ตลาดไท และตลาดสี่มุมเมือง รวมไปถึงศูนย์กระจายสินค้าของซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งก็น้ำท่วมหรือน้ำล้อมรอบ ทำให้สินค้าที่ถูกจัดส่งไปแหล่งขายยังภูมิภาคต่าง ๆ ประสบปัญหาการกระจายสินค้า ตลาดสี่มุมถูกน้ำท่วมในช่วงปลายเดือนตุลาคม ส่วนตลาดไทถูกน้ำท่วมประมาณร้อยละ 10 ทำให้ยอดการจำหน่ายผักของตลาดไทลดลงร้อยละ 50 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผักกิน ใบ เช่น ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง และต้นหอม ส่วนผลไม้ซึ่งเป็นสินค้าหลักของตลาดไทสินค้าหายไปร้อยละ 30-40 สำหรับสินค้าที่หายไปจากตลาด ได้แก่ มะม่วง กล้วยหอม และกล้วยน้ำว้า ที่ปลูกมากใน จ.ปทุมธานี และส้มโอ จาก จ.พิจิตร</li>
<li>4.สินค้ามีการถูกยกเลิกการสั่งซื้อหรือสั่งซื้อสินค้าน้อยลง เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ จนเป็นปัญหาลูกโซ่ เพราะพ่อคนกลางที่เคยรับซื้อสินค้าก็ไม่มีที่วางจำหน่าย ทำให้ชาวสวนจึงต้องรีบระบายสินค้าไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อราคาของผลไม้เนื่องจากมีคุณภาพที่ค่อนข้างต่ำ เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ ถูกน้ำท่วมทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาควันออกเฉียงเหนือถูกน้ำท่วมกำลังการซื้อจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นซื้อผลไม้ส่วนใหญ่จึงมาจากกรุงเทพฯ และภาคใต้เป็นหลัก</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a50_2.png" alt="ผลกระทบของมหาอุทกภัย 2554" width="558" height="180" /></p>
<h3>วิกฤตการณ์น้ำท่วมกับโลจิสติกส์สินค้าเกษตรของไทยกับต่างประเทศ</h3>
<p><strong>1. การนำเข้าและการส่งออกสินค้าเกษตร</strong><br />
ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตผักและผลไม้ และการเกษตรของไทยเป็นวงกว้าง ผลิตผลหลายชนิดเริ่มขาดแคลนจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนก็มีการนำเข้าสินค้าเกษตรค่อนข้างมากภายหลังไทย-จีนได้เปิดเส้นทางสาย R3a เพื่อใช้ลำเลียงขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกระหว่างทั้ง 2 ประเทศ โดยช่วงวิกฤติปัญหาน้ำท่วม ปริมาณการนำเข้าผักสดจากจีนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนใหญ่เป็นผักกินใบ อาทิ บร็อกคอลี่ กะหล่ำดอก ถั่วหวาน และถั่วลันเตา ทั้งนี้ เนื่องจากเส้นทางขนส่งสินค้าไปยังตลาดไทซึ่งเป็นศูนย์กระจายสินค้าถูกน้ำท่วมตัดขาด ทำให้ผู้ประกอบการเกิดความไม่มั่นใจ หากนำเข้ามาแล้วไม่มีแหล่งรองรับและกระจายสินค้า ถ้าเก็บไว้นานสินค้าอาจเน่าเสียได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับการนำเข้าผลไม้จากจีนกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นแอปเปิ้ล สาลี่ ทับทิม ลูกพลับ และส้มจีน เป็นต้น ซึ่งสามารถเก็บได้นาน การกระจายผลไม้ที่นำเข้ายังสามารถกระจายได้ในตลาดพื้นที่ภาคเหนือ</p>
<p>ส่วนการส่งออกไปประเทศอื่น ๆ ทางเรือหรือเครื่องบินนั้น ปริมาณสินค้าส่งออกลดลงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20-30 และสินค้าที่ต้องขนส่งข้ามจังหวัด เช่น ข้าว ที่มาจากทางภาคกลางและภาคอีสานก็จำเป็นต้องเลื่อนส่งมอบสินค้า ซึ่งมีผลต่อเนื่องไปยังบริษัทเดินเรือขนส่ง การจองระวางเรือถูกยกเลิกหรือขอเลื่อนออกไปเพราะสินค้าไม่สามารถนำมาส่งขึ้นเรือได้</p>
<p><strong>2. การขนส่งสินค้า</strong><br />
ในเขตภาคกลางเกือบทั้งหมดและภาคตะวันออกต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่สูงพอเท่านั้นจึงจะเข้าไปรับสินค้าในบริเวณที่มีน้ำท่วมขังได้ ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองเพราะเดิมใช้เพียงรถบรรทุกเล็ก เส้นทางบางสายน้ำท่วมสูงมากรถวิ่งไม่ได้ก็ทำให้การขนส่งเส้นทางนั้นชะงักไปด้วย ผลที่จะตามมาคือมีรถขนส่งสินค้าวิ่งน้อยลง มีปัญหาขาดแคลนรถตามมา และอีกปัญหาที่ทำให้ผู้ประกอบการวิตกมากคือ การส่งมอบสินค้าให้ได้ตามกำหนดเวลาในสัญญาว่าจ้าง บางบริษัทจำเป็นต้องส่งทางเครื่องบินแทนซึ่งทำค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เท่า</p>
<p><strong>3. ขาดแคลนเชื้อเพลิง</strong><br />
ปั๊มจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงปิดตัวลงหลายปั๊ม ทำให้มีปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการขนส่ง โดยเฉพาะเชื้อเพลิง NGV (Natural Gas for Vehicles) ซึ่งสถานีแม่ที่จ่ายก๊าซถูกน้ำท่วมจำนวน 5 แห่ง จากทั้งหมด 7 แห่ง ของการปิโตรเลี่ยมแห่งประเทศไทย</p>
<p><strong>4. ความขาดแคลนวัตถุดิบ</strong><br />
ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นกินวงกว้างถึงอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกน้ำท่วมด้วย เพราะประสบปัญหาด้านการขนส่ง และขาดแคลนวัตถุดิบ บริษัทผลิตผลิตภัณฑ์อาหารบางบริษัทต้องหยุดสายการผลิตชั่วคราวในช่วงน้ำท่วมเนื่อจากไม่มีวัตถุดิบ หลายโรงงานแล้วและต้องแก้ปัญหาด้วยการนำเข้าแทนซึ่งทำ ให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก</p>
<h3>ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโลจิสติกศ์สินค้าเกษตรหลังน้ำท่วม</h3>
<p>1. การใช้องค์ความรู้ทางด้านโลจิสติกส์ หรือวิทยาการทางด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม ช่วยยืดอายุไม่ให้ผลิตผลออกมาล้นตลาดในช่วงเดียวกันมากเกินไป ซึ่งรวมไปถึงการทำตลาดซื้อ-ขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าอันจะทำให้การวางระบบการขนส่ง และกระจายสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>2. ปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทั้งระบบถนน ระบบราง ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ศุลกากร และโรงเก็บสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบขนส่งที่ปกติควรประหยัดค่าใช้จ่ายมาก เช่น ทางรถไฟ และทางน้ำ โดยอัตราค่าขนส่งสินค้าภายในประเทศของไทย พอจะประมาณได้ดังนี้ ทางน้ำคิดเป็น 0.24 บาท/ตัน/กิโลเมตร, ทางรถไฟ 0.57 บาท/ตัน/กิโลเมตร, ทางถนน 1.20 บาท/ตัน/กิโลเมตร และทางเครื่องบิน 8.30 บาท/ตัน/กิโลเมตร</p>
<p>วิกฤตินํ้าท่วมทำให้การขนส่งสินค้าในหลายเส้นทางหลักถูกตัดขาดไม่เพียงแต่ต้องปรับเส้นทางการขนส่งเท่านั้น การปรับเปลี่ยนพาหนะที่ใช้ในการขนส่งเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เช่น การใช้เรือเข้าไปรับส่งสินค้าในจุดที่นํ้าท่วมมากในระดับที่รถบรรทุกไม่สามารถเข้าไปรับ-ส่งสินค้าได้ หรือแม้แต่การปรับเปลี่ยนสถานที่รับสินค้า ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะต้องทำเป็นแผนเมื่อเกิดภัยภิบัติขึ้นมาอีก</p>
<p>3. ควรกระจายความเสี่ยงซัพพลายเชน อุทกภัยใหญ่ครั้งนี้ภาคโลจิสติกส์ได้รับผลกระทบมากจากการที่ศูนย์กระจายสินค้า/ตลาดรวบรวมส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลางและปริมณฑล ซึ่งถูกน้ำท่วมทั้งหมด เมื่อรถบรรทุกมารับสินค้าไปไม่ได้ ห้างค้าปลีกหรือตลาดค้าปลีกก็ขาดสินค้าวางจำหน่าย ดังนั้นควรจะต้องจัดระบบใหม่กันทั้งหมด ให้ศูนย์กระจายสินค้ากระจายอยู่ทั่วไปมากกว่านี้เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง เช่นที่ตลาดสินค้าเกษตรศรีเมือง จ. ราชบุรี ที่ช่วยกระจายสินค้าไปยังภาคเหนือ ภาคกลางและภาคใต้</p>
<p>4. การบริหารข้อมูลข่าวสาร การติดต่อสื่อสาร ต้องสะดวกรวดเร็วและชัดเจน มีระบบเทคโนโลยีสาร สนเทศที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่างๆ ให้สูงขึ้น ต้องมีเครือข่ายที่เชื่อมต่อทั้งในประเทศและกับต่างประเทศอย่างทั่วถึง และเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ ตั้งแต่แหล่งวัสดุ โรงงานผลิต จนถึงผู้ซื้อ และมีมาตรฐานที่เป็นสากล เพื่อมิให้มีการผิดพลาดเกิดขึ้น ไม่สูญเสีย สามารถประหยัดต้นทุนสินค้าได้</p>
<p>จากข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอมานี้ บัดนี้น่าจะถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐและภาคเอกชนจะได้ศึกษา และแก้ปัญหาเงื่อนไขข้อจำกัดดังที่กล่าวมานี้ ด้วยการจัดการและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางการเกษตรอย่างเป็นระบบและจริงจังเหมือนประเทศอื่นๆ เสียที</p>
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง</strong></p>
<p>1. ข้อจำกัดภาคการเกษตรกับระบบโลจิสติกส์ [วันที่ 19 ต.ค. 2552 ], คอลัมน์: BreakThough: ข้อจำกัดภาคการเกษตรกับระบบโลจิสติกส์, ทรานสปอร์ต เจอร์นัล (<a href="http://www.pandinthong.com/ViewContent.php?ContentID=4527" target="_blank" rel="noopener">http://www.pandinthong.com/ViewContent.php?ContentID=4527</a>)<br />
2. นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน, โลจิสติกส์ และการบริหารจัดการการเกษตร, นิตยสาร Logistics Time ฉบับที่ 42 เดือนมกราคม 2551<br />
3. พิมพ์พิมล ดวงมี, โลจิสติกส์กับการเกษตร, Logistics and Agriculture (<a href="http://www.praruttanatri.com/LGM651/wb/viewthread.php?tid=274" target="_blank" rel="noopener">http://www.praruttanatri.com/LGM651/wb/viewthread.php?tid=274</a>)<br />
4. นวลศรี โชตินันทน์, การจัดการระบบโลจิสติคเพื่อลดต้นทุนสินค้าเกษตรและความเสียหายก่อนถึงผู้บริโภค, จดหมายข่าวผลิใบ, กรมวิชาการเกษตร (<a href="http://it.doa.go.th/pibai/pibai/n12/v_11-dec/rai.html">http://it.doa.go.th/pibai/pibai/n12/v_11-dec/rai.html</a>)<br />
5. นระ คมนามูล, โลจิสติกส์ (Logistics): ตอนที่ 1 ความหมาย โลจิสติกส์ ในด้านการขนส่ง(<a href="http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?pageid=1&amp;bookID=589&amp;read=true&amp;count=true" target="_blank" rel="noopener">http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?pageid=1&amp;bookID=589&amp;read=true&amp;count=true </a>)<br />
6. น้ำท่วมกระทบตลาดค้าส่งผักผลไม้ยอดอืด, พิษณุโลกฮอตนิวส์ (<a href="http://www.phitsanulokhotnews.com/5892" target="_blank" rel="noopener">http://www.phitsanulokhotnews.com/5892) </a><br />
7. น้ำท่วมพ่นพิษทำผักแพงกระฉูด &#8220;ภูมิ&#8221;สั่งรับมือหวั่นช่วงกินเจป่วน, ASTVผู้จัดการรายวัน (21 กันยายน 2554 01:03 น.) (<a href="http://www.manager.co.th/daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000120021" target="_blank" rel="noopener">http://www.manager.co.th/daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000120021) </a><br />
8. สุวิภา บุษยบัณฑูร น้ำท่วมพ่นพิษ! ผัก-ผลไม้ราคาพุ่ง-สินค้าไม่มีที่ระบาย (<a href="http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=82346:2011-09-05-08-12-03&amp;catid=216:2011-03-07-07-53-38&amp;Itemid=607" target="_blank" rel="noopener">http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=82346:2011-09-05-08-12-03&amp;catid=216:2011-03-07-07-53-38&amp;Itemid=607 </a>)<br />
9. น้ำท่วมกระทบผักและผลไม้หดหายไปจากตลาดไท 40%, ธุรกิจ-การค้า, (<a href="http://www.economicthai.com/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=1547:-40&amp;catid=37:busness&amp;Itemid=154" target="_blank" rel="noopener">http://www.economicthai.com/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=1547:-40&amp;catid=37:busness&amp;Itemid=154 </a>)<br />
10. น้ำท่วมกระทบผักเสียหายดันราคาพุ่พรวด, ธุรกิจ-การค้า, (<a href="http://www.economicthai.com/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=1442:2011-09-21-02-44-17&amp;catid=37:busness&amp;Itemid=154" target="_blank" rel="noopener">http://www.economicthai.com/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=1442:2011-09-21-02-44-17&amp;catid=37:busness&amp;Itemid=154 </a>)</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/01/109/">ผลกระทบของมหาอุทกภัย 2554 ต่อระบบโลจิสติกส์สินค้าเกษตรของไทย และข้อเสนอแนะ</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
