<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เยาวลักษณ์ จันทร์บาง Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<atom:link href="https://www.phtnet.org/tag/เยาวลักษณ์-จันทร์บาง/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.phtnet.org/tag/เยาวลักษณ์-จันทร์บาง/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 24 Jul 2017 08:15:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/07/cropped-icon-1-150x150.png</url>
	<title>เยาวลักษณ์ จันทร์บาง Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<link>https://www.phtnet.org/tag/เยาวลักษณ์-จันทร์บาง/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทางเลือกใหม่ในการกำจัดโรคและแมลงด้วยคลื่นความถี่วิทยุ</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2013/10/133/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Oct 2013 08:13:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐศักดิ์ กฤติกาเมษ]]></category>
		<category><![CDATA[สงวนศักดิ์ ธนาพรพูนพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุชาดา เวียรศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวลักษณ์ จันทร์บาง]]></category>
		<category><![CDATA[แสงทิวา สุริยงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=133</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230;รศ. ดร. สุชาดา เวียรศิลป์ ณัฐศักดิ์ กฤติกาเม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2013/10/133/">ทางเลือกใหม่ในการกำจัดโรคและแมลงด้วยคลื่นความถี่วิทยุ</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โดย &#8230;รศ. ดร. สุชาดา เวียรศิลป์ ณัฐศักดิ์ กฤติกาเมษ ดร.แสงทิวา สุริยงค์ ผศ.ดร.สงวนศักดิ์ ธนาพรพูนพงษ์ ดร.เยาวลักษณ์ จันทร์บาง</p>
<p><iframe style="border: 1px solid #CCC; border-width: 1px 1px 0; margin-bottom: 5px;" src="http://www.slideshare.net/slideshow/embed_code/27080394" width="100%" height="613" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2013/10/133/">ทางเลือกใหม่ในการกำจัดโรคและแมลงด้วยคลื่นความถี่วิทยุ</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มอดเจาะผลกาแฟแมลงศัตรูในแปลงปลูกที่ส่งผลเสียระหว่างเก็บรักษา</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2012/01/107/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 07:40:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวลักษณ์ จันทร์บาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=107</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230; ดร.เยาวลักษณ์ จันทร์บาง1,2 1ภาควิชากีฏวิทยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/01/107/">มอดเจาะผลกาแฟแมลงศัตรูในแปลงปลูกที่ส่งผลเสียระหว่างเก็บรักษา</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โดย &#8230; ดร.เยาวลักษณ์ จันทร์บาง<sup>1,2</sup></p>
<p><sup>1</sup>ภาควิชากีฏวิทยาและโรคพืช คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
<sup>2</sup>สถาบันวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>มอดเจาะผลกาแฟ นับเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญ ต่อการปลูกกาแฟในพื้นที่ปลูกกาแฟอราบิก้าในเขตภาคเหนือ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาซึ่งระบาดทำความเสียหายให้กับผลผลิตกาแฟในหลายพื้นที่ในเขตภาคเหนือ ผลกาแฟที่ถูกเจาะจะเป็นช่องทางให้เชื้อราและแบคทีเรีย เข้าทำลายซ้ำ ทำให้ผลร่วงเสียหาย ส่งผลให้ผลผลิตกาแฟลดลง หากสามารถเก็บเกี่ยวผลกาแฟที่มอดเจาะทำลายอยู่ เมล็ดกาแฟที่ได้จะไม่มีคุณภาพ (บัณฑูรย์ และคณะ, 2551)</p>
<p>ในการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวผลกาแฟ หากเกษตรกร ไม่รู้จักแมลงชนิดนี้มาก่อน อาจละเลยในการป้องกัน หรือควบคุมทำให้มอดเจาะผลกาแฟสามารถกลับไปเข้าทำลายผลกาแฟในแปลงปลูกได้ หลังจากเก็บเกี่ยวผลกาแฟสุก หากมีมอดเจาะผลกาแฟ แมลงยังคง อยู่ในเมล็ดกาแฟได้ระหว่างที่มีการกะเทาะเปลือก หรือเรียกว่า สีกาแฟ เพื่อให้ได้กาแฟกะลา ก่อนการลดความชื้นของกาแฟกะลาแมลงยังคงมีการทำลายเมล็ดอยู่ภายใน ถึงแม้ว่าภายหลังเมื่อทำการลดความชื้นแต่เมล็ดกาแฟได้เกิดความเสียหายไปบ้างแล้ว</p>
<h3>รูปร่างและลักษณะการทำลายของมอดเจาะผลกาแฟ</h3>
<p>มอดเจาะผลกาแฟเป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็กประมาณ 1.5-2 มม. ในปี 2553 พบว่ามอดตัวเต็มวัยเข้าทำลายผลกาแฟได้ตั้งแต่ขนาดผลกาแฟมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.3 ม.ม. ขึ้นไป โดยเพศเมียจะเจาะผลกาแฟบริเวณปลายผลหรือสะดือของผล ในผลกาแฟสามารถพบแมลงได้ทุกระยะการเจริญเติบโต (ระยะไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย) แมลงอาศัยกัดกิน ขยายพันธุ์ในผลจนกระทั่งผลกาแฟสุก และยังสามารถอยู่ในผลกาแฟที่แห้งคาอยู่ในต้น ผลกาแฟที่หล่นลงพื้นดิน และแมลงอยู่ในกาแฟกะลาได้ในระยะหนึ่งถ้าเมล็ดกาแฟมีความชื้นเหมาะสม ซึ่งแมลงยังคงทำลายเมล็ดกาแฟกะลาระหว่างการตากเมล็ด</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a49_1.png" alt="มอดเจาะผลกาแฟเข้าทำลาย" width="500" height="125" /><br />
<i>ผลกาแฟขนาดเล็กประมาณ 2.3 มิลลิเมตรที่เริ่มพบมอดเจาะผลกาแฟเข้าทำลาย</i></p>
<p>ร่องรอยการเข้าทำลายของมอดเจาะผลกาแฟจะเห็นเป็นรูขนาดเล็กที่ปลายผลกาแฟบริเวณสะดือผล มักสังเกตได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกษตรกรไม่ทราบ อาจไม่ทันที่จะป้องกันหรือจัดการกับมอดเจาะผลกาแฟ</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a49_2.png" alt="ผลกาแฟสีเขียวและผลสีแดงที่ถูกเจาะ" width="514" height="170" /><br />
<i>ผลกาแฟสีเขียวและผลสีแดง (ทุกผล) ที่ถูกเจาะด้วยมอดเจาะผลกาแฟตำแหน่งของรูอยู่ใกล้หรือในตำแหน่งเดียวกันกับสะดือของผล</i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a49_3.png" alt="มอดเจาะผลกาแฟ" width="517" height="644" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a49_4.png" alt="วงจรชีวิตของมอดเจาะผลกาแฟ Hypothenemus hampei" width="492" height="357" /><br />
<i>วงจรชีวิตของมอดเจาะผลกาแฟ Hypothenemus hampei</i></p>
<h3>แนวทางในการป้องกันกำจัด</h3>
<p>การป้องกันกำจัดแมลงในสภาพแปลงปลูก ควรใช้การกำจัดแมลงหลายๆ วิธีร่วมกัน</p>
<ul class="listitem">
<li>กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของมอดเจาะผลกาแฟ โดยการเก็บผลกาแฟที่ค้างอยู่บนต้นให้หมด เนื่องจากในแต่ละผล มอดสามารถอาศัยอยู่ได้มากถึง 65 ตัว (พบในภาคเหนือ) (บัณฑูรย์ และคณะ, 2551)</li>
<li>รักษาความสะอาดแปลง เก็บทำลายผลใต้ต้นที่มีผลกาแฟมอดเจาะทำลาย หรือใช้เชื้อรากำจัดแมลง <i>Beauveria bassiana</i> โรยหรือฉีดพ่นที่พื้นดินบริเวณโคนต้นในช่วงฝนตกหรือมีความชื้นสูงเพื่อกำจัดแมลงที่อยู่ในผลแห้งที่โคนต้น</li>
<li>เกษตรกรควรร่วมมือกันกำจัดแมลงในแปลงใกล้เคียงกันและทำโดยพร้อมเพรียงกัน ช่วยลดปริมาณแมลงได้เป็นอย่างดี</li>
<li>ลดปริมาณแมลงโดยใช้กับดักและสารล่อมอดเจาะผลกาแฟเพื่อดึงดูดมอดเจาะผลกาแฟมาทำลาย ใช้กับดักประมาณ 7-15 ชุด ต่อไร่ วางกระจายให้ทั่วพื้นที่ กับดักจะดักแมลงได้มากที่สุดในช่วงที่ไม่มีผลกาแฟอยู่บนต้น</li>
</ul>
<p>อย่างไรก็ตาม การใช้กับดักร่วมกับสารล่อมอดเจาะผลกาแฟเพียงอย่างเดียวไม่สามารถควบคุมหรือลดปริมาณแมลงได้อย่างสมบูรณ์ (เยาวลักษณ์ และคณะ, 2552)</p>
<h3>การป้องกันกำจัดมอดเจาะผลกาแฟหลังการเก็บเกี่ยว</h3>
<p>แหล่งกะเทาะเปลือกเมล็ดกาแฟ และตากกาแฟกะลาเป็นแหล่งสะสมของมอดเจาะผลกาแฟ ที่อาจติดมากับผลกาแฟจากแปลง และตกค้างอยู่ในกองเศษซากเปลือกและเมล็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกาแฟกะลาช่วงเวลาการลดความชื้น (Bittenbender <i>et al</i>., 2007) ควรมีการ วางกับดักร่วมกับสารล่อมอดเจาะผลกาแฟ เพื่อลดปริมาณมอดเจาะผลกาแฟแพร่กระจาย หรือกลับเข้าสู่พื้นที่ปลูกกาแฟ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a49_5.png" alt="กับดักมอดเจาะผลกาแฟ" width="490" height="274" /><br />
<i>กับดักมอดเจาะผลกาแฟที่วางในแหล่งกะเทาะเปลือกกาแฟ</i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a49_6.png" alt="กับดักมอดเจาะผลกาแฟ" width="507" height="305" /><br />
<i>กับดักมอดเจาะผลกาแฟ แบบ multi-funnel (ซ้าย) และกับดักดัดแปลงจากขวดพลาสติก (ชวา)</i></p>
<ul class="listitem">
<li>ควรเก็บเกี่ยวผลกาแฟให้หมดต้นเพื่อลดแมลงที่สะสมในผลที่ตกค้างอยู่</li>
<li>กระสอบที่เก็บเกี่ยวหรือบรรจุผลกาแฟควรเป็นกระสอบที่ทำความสะอาดง่าย สามารถกำจัดแมลงที่ตกค้างอยู่ได้</li>
<li>ผลผลิตกาแฟโดยเฉพาะอย่างยิ่งกาแฟกะลาที่พบว่ามีมอดเจาะผลกาแฟที่เก็บในกระสอบควรมีการปิดปากกระสอบให้มิดชิดและแยกออกจากพื้นที่นำไปทำลายให้เร็วที่สุด</li>
<li>วางกับดักและสารลอ่ มอดเจาะผลกาแฟในแหลง่ ที่ตากกาแฟกะลาที่มีความชื้นสูง เพื่อจับแมลงมากำจัด (Bittenbender <i>et al</i>., 2007)</li>
</ul>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<p>&#8211; บัณฑูรย์ วาฤทธิ์, ชวลิต กอสัมพันธ์, เยาวลักษณ์ จันทร์บาง, วราพงษ์ บุญมา, ประเสริฐ คำออน, นิธิ ไทยสันทัด, สมบัติ ศรีชูวงศ์, และ ถาวร สุภาวงค์. 2551. การศึกษาการระบาดและป้องกันกำจัดมอดเจาะผลกาแฟอราบิก้าแบบ ผสมผสาน. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เครือข่ายภาคเหนือ.</p>
<p>&#8211; เยาวลักษณ์ จันทร์บาง บัณฑูรย์ วาฤทธิ์ ชวลิต กอสัมพันธ์ วราพงษ์ บุญมา ประเสริฐ คำออน นิธิ ไทยสันทัด สมบัติ ศรีชูวงศ์ ถาวร สุภาวงค์ และ พิชญาภา ทองมาลัย. 2552. การใช้กับดัก Multiple funnel ร่วมกับสารล่อในการสำรวจมอดเจาะผลกาแฟ. ว.วิทย์ กษ. 40(3)(พิเศษ): 268-271.</p>
<p>&#8211; Bittenbender, H.C., M. Wright, and E. Burbano. 2007. Coffee Berry Borer (Hypothenemus hampei) (online).College of Tropical Agriculture and Human Resources.University of Hawaii. Available: <a href="http://www.ctahr.hawaii.edu/site/CBB.aspx" target="_blank" rel="noopener">http://www.ctahr.hawaii.edu/site/CBB.aspx</a>. (June 20, 2011).</p>
<p><strong>บทความนี้ตีพิมพ์ลงใน</strong> Postharvest Newsletter ปีที่ 10 ฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม 2554</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/01/107/">มอดเจาะผลกาแฟแมลงศัตรูในแปลงปลูกที่ส่งผลเสียระหว่างเก็บรักษา</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดินเบากำจัดแมลง</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2008/02/73/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Feb 2008 08:29:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวลักษณ์ จันทร์บาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=73</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย อ.ดร.เยาวลักษณ์ จันทร์บาง ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตรศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2008/02/73/">ดินเบากำจัดแมลง</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย</strong> อ.ดร.เยาวลักษณ์ จันทร์บาง<br />
ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<h3>ดินเบาคืออะไร?</h3>
<p><strong>ดินเบา (diatomaceous earth) หรือไดอะตอมไมท์</strong> เป็นสารที่ได้จากการสะสมของสิ่งมีชีวิตเซลเดียวเรียกว่า diatom ที่ตายทับถมกันอยู่ชั้นดินในแหล่งน้ำจืดและน้ำทะเลนับล้านปี ในโครงสร้างของ diatom ที่เหลืออยู่จะมีส่วนประกอบของ ซิลิกาเป็นจำนวนมาก ดินเบาที่ถูกขุดนำมาใช้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่นอุตสาหกรรมการกรอง เป็นวัสดุดูดซับของเสีย และเป็นส่วนผสมของอิฐเบา นำมาใช้ในขบวนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และสามารถนำมาใช้เป็นสารกำจัดแมลงได้ด้วย (Subramanyam and Roesli, 2000; กรมวิชาการเกษตร, 2007)</p>
<h3>ดินเบาฆ่าแมลงได้อย่างไร?</h3>
<p align="center"><img decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a34_1.jpg" hspace="5" /></p>
<p>ลักษณะสำคัญที่ดินเบาสามารถฆ่าแมลงได้ก็คือ ดินเบาดูดซับไขมันที่ผนังลำตัวชั้นนอกของแมลงทำให้แมลงมีการสูญเสียน้ำ และผลพลอยได้จากการที่ดินเบาอาจขีดข่วนมีผลทำให้แมลงสูญเสียน้ำเช่นกันแต่นับว่าเป็นปัจจัยที่รองลงมา จากสาเหตุที่ทำให้แมลงสูญเสียน้ำดังกล่าวและเนื่องจากแมลงเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหากมีการสูญเสียน้ำเพียงเล็กน้อย ก็มีผลรุนแรงทำให้แมลงตายได้ (Subramanyam and Roesli, 2000)</p>
<h3>การใช้ดินเบาในการกำจัดแมลงศัตรูโรงเก็บ</h3>
<p>ราวปี 1930-1940 ได้มีการเริ่มนำดินเบามาใช้กำจัดแมลงในโรงเก็บโดยจำหน่ายเป็นการค้าชื่อ ”Naaki” ในประเทศเยอรมัน และ “Neoxyl” ในประเทศอังกฤษโดยนำมาคลุกกับเมล็ด และในอีกหลายประเทศก็ได้นำมาใช้กำจัดแมลงทั้งในโรงเก็บและแมลงศัตรูในชุมชน เช่นใช้ในควบคุมแมลงที่ติดไปกับยานพาหนะ โรงเรือน และโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอาหาร อาหารสัตว์ นอกจากนี้ดินเบายังนำไปใช้ในการกำจัดแมลงศัตรูทางการเกษตรอีกด้วย</p>
<p>รูปแบบของดินเบาที่นำมาใช้เป็นสารกำจัดแมลงอาจจะเป็นสารที่ได้จากธรรมชาติหรือมีการผสมสารเคมี pyrethrins และสาร piperonyl butoxide ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงอย่างหนึ่ง</p>
<p align="center"><img decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a34_2.jpg" /></p>
<p>แมลงแต่ละชนิดมีความอ่อนแอต่อดินเบาแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น <em>Oryzaephilus ferrugineus, O</em>. <em>surinamensis</em>, และ <em>Sitophilus oryzae</em> เป็นแมลงที่ดินเบาสามารถกำจัดได้ดีแตกต่างกับการใช้ดินเบากับมอดข้าวเปลือกหรือมอดหัวป้อมซึ่งกำจัดได้ยากกว่า ชนิดของเมล็ดธัญพืชก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการติดไปกับเมล็ดส่งผลถึงความสามารถในการกำจัดแมลงด้วย เนื่องจากพื้นผิว (texture) ของเมล็ดพืชที่คลุก มีส่วนให้ผลในการกำจัดแมลงนั้นแตกต่างกัน และจากการศึกษาของ Arthur (2004) ที่ใช้ดินเบาคลุกเมล็ดข้าวสาลีพบว่าให้ผลในการกำจัดมอดหัวป้อมได้ดี</p>
<p>จากผลงานวิจัยของ Chanbang et al. (2007) ได้ศึกษาการใช้ดินเบาที่จำหน่ายเป็นการค้า ได้แก่ Insecto<sup>TM </sup>และ Protect-It<sup>®</sup> ซึ่งใช้เป็นสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในโรงเก็บ ทั้งนี้สารจากดินเบานี้ได้มีการผสมสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ในปริมาณที่น้อยมาก เพื่อช่วยให้การกำจัดแมลงได้ดียิ่งขึ้น สารไพรีทรอยด์เป็นสารกำจัดแมลงที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสิ่งแวดล้อม สารผสมของดินเบาสำเร็จรูปสองสูตรนี้ได้นำมาใช้กำจัดมอดหัวป้อม หรือมอดข้าวเปลือก Rhyzopertha dominica (F.) ซึ่งเป็นแมลงศัตรูธัญพืชในโรงเก็บหลายชนิด เช่น ข้าวเปลือก ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง เป็นต้น มอดชนิดนี้เป็นแมลงศัตรูที่สำคัญในประเทศไทย และต่างประเทศ และเป็นแมลงที่กำจัดได้ค่อนข้างยาก ผลการศึกษาพบว่า สารดินเบาสำเร็จรูปสองสูตรนี้สามารถกำจัดมอดข้าวเปลือกตัวเต็มวัยได้ ประมาณ 70% อย่างไรก็ตามแมลงวางไข่ได้ก่อนตายและทำให้มีแมลงรุ่นลูกเจริญต่อไปได้บ้าง ปริมาณแมลงในรุ่นลูกของมอดหัวป้อมที่เกิดจากข้าวเปลือกคลุกด้วยดินเบา แตกต่างกันกับปริมาณรุ่นลูกในชุดควบคุม (untreated control) นับว่าการใช้ดินเบายังเป็นประโยชน์ที่จะนำมาใช้ในการป้องกันกำจัดแมลงในโรงเก็บหากเราคิดถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม สามารถลดความเสี่ยงในการใช้สารเคมีในกลุ่มเก่า เช่น กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตที่ส่วนใหญ่ตกค้างในผลผลิตส่งผลเสียต่อผู้บริโภคได้</p>
<p>อนึ่ง ปัจจัยของความชื้นที่สูงเป็นตัวเสริมให้แมลงได้รับความเครียดจากสภาพการสูญเสียน้ำน้อยลง อุณหภูมิสุงประมาณ 32C มีผลทำให้แมลงพัฒนาเป็นตัวเต็มวัยได้ดีกว่าระดับอุณหภูมิที่ต่ำกว่า ในการทดลองครั้งนี้ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงไม่สมบูรณ์นัก (ไม่สามารถควบคุมได้ 100%) แต่หากมองถึงในแง่ที่ดินเบาเป็นสารจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมค่อนข้างสูงก็นับว่ามีคุณค่าที่ควรคำนึงถึง และถ้ามีการวางแผนป้องกันกำจัดแมลงที่ดี มีการนำวิธีการอื่นๆเข้ามาร่วมด้วย เช่นการใช้ดินเบากำจัดตัวเต็มวัยของแมลงร่วมกับสารเคมีในกลุ่ม Insect Growth Regulator (IGR) ก็จะ มุ่งเป้าไปกำจัดตัวอ่อนได้ การใช้ดินเบาพ่นพื้นและผนังโรงเก็บก่อนนำเมล็ดเข้าเก็บรักษาร่วมกับการทำความสะอาดโรงเก็บก็จะช่วยลดปริมาณแมลงที่ตกค้างอยู่ในโรงเก็บได้ดี การใช้ดินเบาร่วมกับการใช้ความร้อนในการกำจัดแมลงเป็นการสร้างความเครียดให้แมลงในแง่การสูญเสียน้ำและมีศักยภาพในการกำจัดแมลงมากขึ้น เหล่านี้ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่จะลดปัญหาผลกระทบจากการใช้สารเคมีกำจัดแมลงหรือเป็นทางเลือกทดแทนการใช้สารกำจัดแมลงจากสารเมทิลโบรไมด์ซึ่งเป็นสารที่มีผลทำให้โอโซนในชั้นบรรยาการลดลง</p>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<ul>
<li>กรมวิชาการเกษตร. 2007. สาระน่ารู้: การผลิตพืชอินทรีย์. (ระบบออนไลน์) แหล่งข้อมูล:<br />
www.doa.go.th/learning/organic/product.html &#8211; 72k (18 ก.ย. 2550)</li>
<li>Arthur, F. 2004. Evaluation of methoprene alone and in combination with diatomaceous<br />
earth to control Rhyzopertha dominica (Coleoptera: Bostrichidae) o­n stored<br />
wheat. J. Stored Prod. Res. 40, 485-498.</li>
<li>Chanbang. Y, Arthur , F.H., Wilde, G. E., Throne, J. E. 2007. Efficacy of diatomaceous<br />
earth to control Rhyzopertha dominica (F.) (Coleoptera: Bostrichidae) in rough<br />
rice: Impacts of temperature and relative humidity. Crop Protection. 26, 923-929.</li>
<li>Subramanyam, Bh., Roesli, R. 2000. Inert Dusts. In: Subramanyam, Bh., Hagstrum,<br />
D.W. (Eds.), Alternatives to Pesticides in Stored-Product IPM. Kluwer Academic<br />
Publishers, Norwell, MA, USA, pp.321-380.</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2008/02/73/">ดินเบากำจัดแมลง</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
