<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เนตรนภิส เขียวขำ Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<atom:link href="https://www.phtnet.org/tag/เนตรนภิส-เขียวขำ/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.phtnet.org/tag/เนตรนภิส-เขียวขำ/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Jun 2020 04:11:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/07/cropped-icon-1-150x150.png</url>
	<title>เนตรนภิส เขียวขำ Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<link>https://www.phtnet.org/tag/เนตรนภิส-เขียวขำ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคหลังการเก็บเกี่ยวที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรดด่าง</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2019/03/1122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Mar 2019 07:29:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภิส เขียวขำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=1122</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230;ผศ.ดร.เนตรนภิส เขียวขำ ภาควิชาโรคพืช คณะเกษต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2019/03/1122/">การเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคหลังการเก็บเกี่ยวที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรดด่าง</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1126" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-4.jpg" alt="" width="1080" height="608" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-4.jpg 1080w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-4-300x169.jpg 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-4-1024x576.jpg 1024w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-4-768x432.jpg 768w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-4-270x151.jpg 270w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>โดย &#8230;<a href="https://www.phtnet.org/service/view-speciallist.asp?dID=55">ผศ.ดร.เนตรนภิส เขียวขำ</a> ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</p>
<p><strong>ในการเกิดโรคพืชมีกระบวนการและปัจจัยที่เกี่ยวข้องบางอย่างที่มีส่วนในการทำให้เกิดโรค ปัจจัยเหล่านี้จะขาดปัจจัยหนึ่งปัจจัยใดไม่ได้ กล่าวคือ ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปหรือมีไม่ครบถ้วน ลักษณะอาการของโรคพืชก็จะไม่แสดงให้เห็นหรือพืชไม่เป็นโรค</strong> ปัจจัยดังกล่าวประกอบด้วย เชื้อสาเหตุของโรค พืชอาศัย สภาพแวดล้อม และระยะเวลาในการเข้าทำลาย (สืบศักดิ์, 2554)  การเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคหลังการเก็บเกี่ยวหลายชนิด จะเริ่มจากอาศัยอยู่กับผลิตผลแบบแฝง (quiescent) ในระยะที่ผลเจริญเติบโตโดยไม่แสดงอาการให้เห็น เมื่อผลเข้าสู่ระยะสุกแก่และเสื่อมสภาพ เชื้อราสาเหตุโรคก็จะเข้าทำลายทำให้เกิดอาการของโรค เนื่องจากในระยะผลยังอ่อน พืชจะสร้างกลไกการป้องกันตัวเพื่อจำกัดการเจริญของเชื้อรา ต่อมาเมื่อผลสุกแก่กลไกการป้องกันตัวมีการเปลี่ยนแปลงทำให้เชื้อราสามารถเจริญได้ โดยในที่นี้จะขอกล่าวถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรดด่างในผลิตผลต่อเชื้อราสาเหตุโรคพืช ค่าความเป็นกรดด่างของผลิตผลที่เพิ่มหรือลดลง ส่งผลต่อการกลไกการป้องกันตัวของพืช ทำให้เชื้อราสาเหตุโรคถูกกระตุ้นให้มีการปลดปล่อยเอนไซม์ย่อยเนื้อเยื่อพืชอาศัย จึงก่อให้เกิดโรคได้ ความเป็นด่างจะเกิดจากปฏิกิริยาการผลิตแอมโมเนีย (ammonification) ในเนื้อเยื่อพืชที่มีการเข้าทำลายของเชื้อรา เช่น <em>Colletotrichum</em> และ <em>Alternaria</em> ส่วนความเป็นกรดเกิดจากปฏิกิริยาการสร้างกรด (acidification) ที่เป็นพวกกรดอินทรีย์ต่างๆ ในเนื้อเยื่อพืชที่มีการเข้าทำลายของเชื้อรา เช่น <em>Penicillium Botrytis</em> และ <em>Sclerotinia</em> (Pursky <em>et al.,</em> 2010)</p>
<p><strong>เชื้อราสาเหตุโรคหลังการเก็บเกี่ยว</strong>จะมีช่องทางการเข้าทำลายเนื้อเยื่อพืชอาศัยได้ 3 ลักษณะ ได้แก่ 1) การเข้าทำลายทางบาดแผลที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต เช่น แมลงหรือสัตว์ และบาดแผลที่เกิดจากสิ่งไม่มีชีวิต เช่น เครื่องมือการเกษตร การกระแทก รอยแยกจากการพัฒนาของผล ในระหว่างการเจริญและการเก็บรักษา 2) การเข้าทางรอยเปิดตามธรรมชาติของพืชอาศัย เช่นเลนติเซล ขั้วผล ก้านผล และ 3) การเข้าโดยตรงที่บริเวณรอยแตกของชั้นคิวติเคิลในระยะที่มีการพัฒนาของผล</p>
<figure id="attachment_1123" aria-describedby="caption-attachment-1123" style="width: 847px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="size-full wp-image-1123" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019.jpg" alt="" width="847" height="309" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019.jpg 847w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-300x109.jpg 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-768x280.jpg 768w" sizes="(max-width: 847px) 100vw, 847px" /><figcaption id="caption-attachment-1123" class="wp-caption-text">ภาพที่ 1 โรคแอนแทรคโนสบนผลมะม่วงสาเหตุจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides (A) โรคแอนแทรคโนสบนผลพริก สาเหตุจากเชื้อรา C. capsici (B)</figcaption></figure>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของสิ่งแวดล้อมหรือพืชอาศัย มีผลต่อการเกิดโรคจากเชื้อราสาเหตุโรคหลังการเก็บเกี่ยว</strong> การเปลี่ยนแปลงค่า pH ทำให้เกิดการเพิ่มหรือลดปริมาณเชื้อราได้ซึ่งอธิบายได้จากการที่เชื้อรามีทั้งประเภทที่เป็นเชื้อราที่เจริญในสภาพด่าง (alkalizing fungi) และเชื้อราที่เจริญในสภาพกรด (acidifying fungi) ค่า pH ของพืชอาศัยที่เหมาะสมจะมีผลต่อการสร้างเอนไซม์ของเชื้อรา  การเปลี่ยนแปลง pH ของพืชอาศัยมีความสำคัญในการกระตุ้นให้เชื้อราที่เข้าทำลายแบบแฝงสามารถเจริญและพัฒนาก่อโรคในพืชได้ เชื้อราที่เจริญในสภาพด่างเช่น ผลอะโวคาโดในระยะสุกแก่และเสื่อมสภาพ จะมีค่า pH เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจาก 5.2 เป็น 6 ในระยะที่เข้าสู่การสุกแก่ (Yakoby <em>et al</em>., 2000) ในระหว่างเชื้อราสาเหตุโรคเพิ่มปริมาณในพืชอาศัยจะเกิดมีปฏิกิริยาการผลิตแอมโมเนียขึ้น เช่นเชื้อรา <em>Colletotrichum </em>และ<em> Alternaria</em> จะสร้างแอมโมเนียออกมา ในชั้น pericarp ของผลอะโวกาโดซึ่งมี pH 5.2 ทำให้ pH เพิ่มขึ้นเป็น 7.5-8 เช่นเดียวกับผลมะเขือเทศจะมี pH 4.1-4.5 เมื่อเชื้อรา <em>C. gloeosporioides</em> เข้าทำลาย บริเวณบาดแผลที่เน่าเสียมี pH เพิ่มขึ้นเป็น 8 และมีการสะสมแอมโมเนียเป็น 3.6 มิลลิโมลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อเยื่อพืชปกติที่มีแอมโมเนีย 0.2 มิลลิโมลาร์ (Alkan <em>et al</em>., 2008; Prusky <em>et al</em>., 2001) เช่นเดียวกับ พริกหยวก แตงเมล่อน เชอร์รี่ และพลับ (Eshel <em>et al</em>., 2002) ที่พบการเข้าทำลายของเชื้อรา <em>A. alternata </em>จะมีความเข้มข้นแอมโมเนียเพิ่มขึ้น 3-10 เท่า และส่งผลให้ pH เพิ่มขึ้นจาก 0.2 เป็น 2.4 การสร้างแอมโมเนียนั้น เกิดจากกิจกรรมของเอนไซม์ย่อยโปรตีนและการย่อยกรดอะมิโน (Prusky and Yakoby, 2003) เมื่อผลไม้ที่มีความเป็นกรดถูกเชื้อราเข้าทำลาย เชื้อราจะสร้างแอมโมเนียออกมาเกิดสภาพด่างทำให้เชื้อรามีความรุนแรงในการก่อโรค การสะสมแอมโมเนียเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเข้าทำลายของเชื้อรา  <em>Colletotrichum</em> และทำให้เกิดการพัฒนาของโรคในผลิตผลสุก และพบการสร้างเอนไซม์  arsenal (Prusky and Yakoby, 2003) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สร้างจากเชื้อสาเหตุโรคมีหน้าที่ย่อยสลายผนังเซลของพืช นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการแสดงออกของ endoglucanase ยีน <em>AaK1</em> ที่เกิดจากเชื้อรา <em>Alternaria alternata</em> จะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะที่มีค่า pH มากกว่า 6 ในเนื้อเยื่อพืชที่มีการเน่าเสีย ซึ่ง endoglucanase เป็นเอนไซม์สร้างจากเชื้อรา แบคทีเรีย และโปโตรซัว มีหน้าที่เร่งปฏิกิริยาการย่อยสลาย cellulose ในผนังเซล ยีน <em>AaK1</em> จะไม่แสดงออกเมื่ออยู่ในสภาวะ pH ต่ำ ทำให้อยู่ในสภาวะการเข้าทำลายแบบแฝง (Eshel <em>et al</em>., 2002) เชื้อรา  <em>Colletotrichum</em> มียีน <em>pel</em>B ที่จะแสดงออกเมื่อค่า pH มากกว่า 5.7 (Yakoby <em>et al</em>., 2001)</p>
<p>ส่วนเชื้อราที่เจริญในสภาพกรด ได้แก่เชื้อรา <em>Pencillium expansum P. digitatum P. italicum B. cinerea </em>และ <em>Sclerotium sclerotiorum</em> จะปลดปล่อยกรดอินทรีย์ทำให้เกิดสภาพความเป็นกรดในเนื้อเยื่อ เชื้อรา <em>Pencillium </em>spp. สร้างกรดเมื่อเข้าทำลายแอปเปิ้ลและส้ม ทำให้ผลแอปเปิ้ลมีค่า pH ลดลง จากปกติเนื้อเยื่อ mesocarb มีค่า pH ระหว่าง 3.95-4.31 ลดลงเป็น 3.64-3.88 ในเนื้อเยื่อพืชที่ถูกทำลาย (ตารางที่ 1) (Prusky <em>et al</em>., 2010) เชื้อรา <em>S. sclerotiorum</em> ในระหว่างเข้าทำลายพืชจะสร้างกรด oxalic ทำให้ค่า pH ของพืชลดต่ำลงเหลือเพียง pH 4 (Rollins and Dickman, 2011) ซึ่งการเกิดกรด oxalic เป็นสิ่งบ่งบอกว่ามีการเข้าทำลายของเชื้อในระหว่างการติดเชื้อ เช่น แบคทีเรียจะสร้างกรด oxalic ขึ้นเพื่อออกซิไดส์คาร์โบไฮเดรตของพืช ส่วนเชื้อรา <em>Pencillium </em>spp. และ <em>Aspergillus </em>สร้างกรด citric และ gluconic สะสมในเนื้อเยื่อพืช ซึ่งทำให้ค่า pH ลดลง 0.5-1 หน่วย  และเกิดการกำจัดแอมโมเนียออกจากเนื้อเยื่อพืชทำให้ค่า pH ลดต่ำลง (Prusky and Yakoby, 2003;  Ruijter <em>et al</em>., 1999)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1124" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-2.jpg" alt="" width="874" height="677" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-2.jpg 874w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-2-300x232.jpg 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-2-768x595.jpg 768w" sizes="(max-width: 874px) 100vw, 874px" /></p>
<figure id="attachment_1125" aria-describedby="caption-attachment-1125" style="width: 709px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1125" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-3.jpg" alt="" width="709" height="258" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-3.jpg 709w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2019/04/article-postharvest-01-2019-3-300x109.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 709px) 100vw, 709px" /><figcaption id="caption-attachment-1125" class="wp-caption-text">ภาพที่ 2 โรคผลเน่าที่เกิดจากเชื้อรา Pencillium expansum บนผลแอปเปิ้ล (A) และ โรคผลเน่าที่เกิดจากเชื้อรา P. digitatum บนผลส้มสายน้ำผึ้ง (B)<br />ที่มา: ภาพ 3A http://www.viarural.com.ar/viarural.com.ar/agricultura/aa-enfermedades/penicillium-expansum-01.jpg, ภาพ 3B ศศิวิมล (2553)</figcaption></figure>
<p>เชื้อรา <em>P. expansum</em> เป็นเชื้อสาเหตุโรคผลเน่าในแอปเปิ้ล สร้างกรด gluconic สะสมในเนื้อเยื่อพืช ตรวจพบการแสดงออกของยีน <em>gox</em>2 สูง ซึ่งเป็นยีนที่มีหน้าที่ออกซิไดซ์กลูโคสและปลดปล่อยกรด gluconic (Hadas <em>et al</em>., 2007) การสะสมกรด gluconic และ oxalic เกิดขึ้นเมื่อพืชถูกเชื้อราเข้าทำลายซึ่งการเปลี่ยนแปลงของค่า pH เกี่ยวข้องกับการแสดงออกของยีน <em>pac 1</em> (phosphatase of activated cells 1) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางใน zinc finger transcription factor การเกิดกรด oxalic ยังเกิดขึ้นจากกิจกรรมเอนไซม์ oxaloacetase ที่สลาย oxaloacetate (Rollins and Dickman, 2001) การเปลี่ยนแปลงของค่า pH ในสิ่งแวดล้อมหรือผลิตผลเป็นปัจจัยที่เชื้อสาเหตุโรคเลือกเข้าทำลายที่มีความเฉพาะเจาะจงในพืชอาศัยแต่ละชนิด ในงานวิจัยที่กล่าวข้างต้นพบว่ายีนของเชื้อราจะถูกกระตุ้นจากการเปลี่ยนแปลงค่า pH ซึ่งยีนหลายชนิดทำให้เกิดการสร้างเอนไซม์ที่มาย่อยผนังเซลของพืช เชื้อรา <em>P. expansum</em> จะสร้างกรด gluconic และ citric ช่วยในการทำงานของเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีน  มีการทดลองเพิ่มความเป็นกรด pH 3-5 ในอาหารเลี้ยงเชื้อรา <em>P. expansum</em> ตรวจพบว่ามีการเพิ่มของยีน <em>pepg1</em> (endopolygalacturanase gene) และในบริเวณเป็นด่างจากการเติม NaHCO<sub>3</sub> พบการเจริญของเชื้อราลดลง (Prusky and Yakoby, 2003)</p>
<p>สิ่งที่มีผลให้การเข้าทำลายแบบแฝงพัฒนาให้เกิดการก่อโรค โดยการเปลี่ยนสถานะจากการอยู่ร่วมกัน (biotrophism) เป็นการก่อโรคหรือการย่อยสลาย (necrotropic-saprophytic stage) มีปัจจัยที่ทำให้เกิดกลไกดังกล่าวภายในเซลที่มีผลมาจากชนิดและปริมาณแร่ธาตุต่างๆ และค่า pH ที่เหมาะสม สารที่ถูกปลดปล่อยออกมา เช่น กรดอินทรีย์ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการก่อโรคและทำให้เกิดความรุนแรงของโรคตามมาโดยมีการทำงานแบ่งเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ 1) การเกิดสาร oxalate ซึ่งจะเป็นพิษโดยตรงต่อพืชอาศัยหรือทำให้พืชอ่อนแอ 2) อาจมีการชะล้างแคลเซียมที่ผนังเซลเนื่องมาจากกรด oxalic และ gluconic ทำให้ผนังเซลอ่อนนิ่ม (Hadas <em>et al</em>., 2007) และ 3)สาร oxalate ไปยับยั้งการสร้าง <em>Reactive oxygen species</em><strong> (</strong><em>ROS</em><strong>)</strong> ของพืช และขัดขวางกลไกการป้องกันตัวเองของพืช (Kim <em>et al</em>., 2008) การสร้างแอมโมเนียมีผลทั้งทางกายภาพและชีวเคมีต่อทั้งพืชและเชื้อสาเหตุโรค เนื้อเยื่อพืชปกติจะมีอิเล็กตรอนและโปรตรอนระหว่าง plasma membrane ซึ่งมีความสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนไอออน การเคลื่อนที่ของของเหลว และการเจริญของผนังเซล ความเป็นพิษของแอมโมเนียจะทำให้พืชมีการสังเคราะห์เอทิลีนและมีการเปลี่ยนแปลงของการผ่านเข้าออกของสารในเซลเมมเบรน และส่งผลให้พืชมีการสะสมของ ROS เนื่องจากกลไกของ NADPH oxidase ทำให้เกิดบริเวณเนื้อเยื่อตาย (cell death) บนผลมะเขือเทศซึ่งส่งผลดีทำให้เป็นบริเวณจำกัดไม่ให้เส้นใยเจริญต่อไปได้ (Alkan <em>et al</em>., 2009)</p>
<p>ความซับซ้อนของการเข้าทำลายแบบแฝงเกี่ยวของกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และชีวเคมีของพืชอาศัยในระหว่างการสุกและการเสื่อมสภาพอันนำไปสู่การอ่อนแอต่อโรค ประกอบกับเชื้อที่เข้าทำลายแบบแฝงมีความสามารถต้านทานสารยับยั้งเชื้อราในพืชอาศัยที่มีลดลงเมื่อเข้าสู่ระยะสุกแก่ได้ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ อาทิเช่น ค่า pH ในเนื้อเยื่อพืชอาศัย ปริมาณน้ำตาล องค์ประกอบของผนังเซล หรือบาดแผล เหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้เชื้อราเจริญได้ ความเป็นกรดในเนื้อเยื่อพืชจากกรดอินทรีย์ (oxalic และ gluconic) หรือความเป็นด่างจากการสร้างแอมโมเนีย อาจมีส่วนทำให้เนื้อเยื่อเน่าเสียอย่างรวดเร็วได้ รวมทั้งผลของการแสดงออกของยีนและการปลดปล่อยเอ็นไซม์พวกที่ย่อยผนังเซล การหาคำตอบของการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ส่งสัญญาณต่างๆ เช่น pH ไนโตรเจน และน้ำตาล ที่มีผลต่อการก่อโรคหลังการเก็บเกี่ยวในระยะที่ผลิตผลสุกแก่ยังคงต้องหาคำตอบต่อไป แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันเราทราบแล้วว่าค่า pH ของพืชอาศัยมีผลต่อการพัฒนาของเชื้อสาเหตุโรคอันจะนำไปสู่การควบคุมโรคในการศึกษาต่อไปในอนาคต (Prusky <em>et al</em>., 2006)</p>
<p><strong>แนวทางในการแก้ปัญหาโรคหลังการเก็บเกี่ยวด้วยการเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรดด่าง</strong> จากงานวิจัยที่ผ่านมามีการใช้กรดร่วมกับกรรมวิธีการอื่นๆ ในการจัดการโรคหลังการเก็บเกี่ยว เช่นการใช้น้ำส้ม (กรดอะซิติก) ความเข้มข้นร้อยละ 1-3 ในน้ำ อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส สามารถลดการเจริญของสปอร์ของเชื้อรา <em>Penicillium expansum</em> สาเหตุโรคผลเน่าของแอปเปิ้ล โดยทดลองแช่ผลแอปเปิ้ล พันธุ์ Red Delicious ในกรดน้ำส้มที่อุณหภูมิดังกล่าว ความเข้มข้นร้อยละ 3 นาน 2 นาที สามารถลดอาการผลเน่าได้ (Radi <em>et al</em>., 2010) Venditti <em>et al.</em> (2009) ทดลองรมผลส้มแมนดารินด้วยไอของกรดน้ำส้มความเข้มข้น 75 ไมโครลิตรต่อลิตร นาน 15 นาที ที่อุณหภูมิ 36 องศาเซลเซียส ที่ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 95 พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อรา <em>Penicillium digitatum</em> ที่ปลูกเชื้อบนผลส้มแมนดารินเก็บเกี่ยวใหม่ 2 พันธุ์ ได้แก่พันธุ์ Fremont และ Fairchild โดยพบการเน่าเสียเพียงร้อยละ 8.3 และ 2.1 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีการทดลองพ่นกรดมะนาว (กรดซิตริก) ความเข้มข้น 1,000-2,000 ไมโครลิตรต่อลิตร เป็นเวลา 30 นาที มีผลในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ผิวผลสตรอเบอรี่ (Vardar <em>et al</em>., 2012)</p>
<blockquote><p>** บทความนี้ตีพิมพ์ลงใน <a href="https://www.phtnet.org/2019/03/1091/">Postharvest Newsletter ปีที่ 18 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2562</a></p></blockquote>
<h3>เอกสารอ้างอิง</h3>
<ul>
<li>สืบศักดิ์ สนธิรัตน์. 2554. การจัดการโรคพืช. ภาควิชาโรคพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หจก. เกษมศรี ซี.พี. กรุงเทพฯ. 128 หน้า.</li>
<li>ศศิวิมล ลักษณพิสุทธิ์. 2553. การควบคุมโรคผลเน่าราสีเขียว ที่เกิดจากเชื้อรา <em>Penicillium digitatum</em> Sacc. บนผลส้มพันธุ์สายน้ำผึ้ง ด้วยสารสกัดจากขมิ้นชัน (Turmeric ; <em>Curcuma longa</em> Linn.). วิทยานิพนธ์ปริญญาโท.บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 133 หน้า.</li>
<li>Alkan, N, R. Fluher, A. Sherman and D. Prusky. 2008. Role of ammonia secretion and pH modulation on pathogenicity of <em>Colletotrichum coccodes</em> on tomato fruit. Mol Plant Microbe Interact 21:1058-1066.</li>
<li>Alkan, N., R. Fluhr, M. Sagi, O. Davydov and D. Prusky. 2009. Ammonia secreted by <em>Colletotrichum coccodes</em> effects host NADPH oxidase activity enhancing cell death and pathogenicity in tomato fruits. Molecular Plant-Microbe Interactions 22: In press</li>
<li>Eshel, D., I. Miyara, T. Ailinng, A. Dinoor and D. Prusky. 2002. pH regulates endoglucanase expression and virulence of <em>Alternaria alternata</em> in persimmon fruits. Mol Plant Microbe Interaction 15:744-779.</li>
<li>Hadas, Y., I. Goldberg, O. Pines and D. Prusky. 2007. The relationship between expression of glucose oxidase, gluconic accumulation, acidification of host tissue and the pathogenicity of <em>Pencillium expansum</em>. Phytopathology 97:384-390.</li>
<li>Kim, K.S., J.Y. Min and M.B. Dickman. 2008. Oxalic acid is an elicitor of plant programmed cell death during <em>Sclerotinia sclerotiorum</em> disease development. Mol Plant Microbe Interact 21:605-612.</li>
<li>Prusky, D. and N. Yakoby. 2003. Pathogenic fungi: leading or led by ambient pH? Mol Plant Pathol 4: 509-516.</li>
<li>Prusky, D., J.L. McEvoy, B. Leverentz and W.S. Conway. 2001. Local modulation of host pH by <em>Colletotrichum</em> species as a mechanism to increase virulence. Mol Plant Microbe Interact 14:1105-1113.</li>
<li>Prusky, D., I. Kobiler, M. Aderman and I. Miyara. 2006. Effect of acidic solutions and acid Prochloraz on the control of postharvest decays caused by <em>Alternaria alternata</em> in mango and persimmon fruit. Postharvest Biol Technol 42:134-141.</li>
<li>Prusky, D., N. Alkan, I. Miyara, S. Barad, M. Davidzon, I. Kobiler, S. Brown-Horowitz, A. Lichter, A. Sherman and R. Fluhr. 2010. Mechanisms modulation postharvest pathogen colonization of decaying fruits. <em>In</em> D. Prusky and M.L. Gullino. Post-harvest pathology. Springer. pp.43-56.</li>
<li>Radi, M., H.A. Jouybari, G. Mesbahi, A. Farahnaky and S. Amiri. 2010. Effect of hot acetic acid solutions on postharvest decay caused by<em> Penicillium expansum</em> on Red Delicious apples. Scientia Horticulturae 126: 421–425.</li>
<li>Rollins, J.A. and M.B. Dickman. 2011. pH signaling in <em>Sclerotinia sclerotiorum</em>: identification of pacC/RIM1 homolog. Applied Environ Microbiol 67:75-81.</li>
<li>Ruijter, G.J.G., P.J. van de Vondervoort, and J. Visser. 1999. Oxalic acid production by <em>Aspergillus niger</em>: an oxalate-non-producing mutant produces citric acid at pH 5 and in the presence of manganese. Microbiology 145:2569-2576.</li>
<li>Vardar, C., K. Ilhan and O.A. Karabulut.  2012. The application of various disinfectants by fogging for decreasing postharvest diseases of strawberry. Postharvest Biology and Technology 66: 30–34.</li>
<li>Venditti, T., A. Dore, M.G. Molinu, M. Agabbio and G. D’hallewina. 2009. Combined effect of curing followed by acetic acid vapour treatments improves postharvest control of <em>Penicillium digitatum </em>on mandarins. Postharvest Biology and Technology 54: 111–114.</li>
<li>Yakoby, N., I. Kobler, A. Dinoor and D. Prusky. 2000. pH regulation of pectate lyase secretion modulates the attack of <em>Colletotrichum gloeosporioides</em> on avocado fruits. Appl Environ Microbiol 66:1026-1030.</li>
<li>Yakoby, N., D. Beno-Moualem, N.T. Keen, A. Dinoor, O. Pines, and D. Prusky. 2001. <em>Colletotrichum gloeosporioides</em> <em>pel</em>B, is an important factor in avocado fruit infection., Mol Plant Microbe Interact 14: 988-995.</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2019/03/1122/">การเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคหลังการเก็บเกี่ยวที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรดด่าง</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรคผลเน่าของมังคุด</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2013/10/135/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Oct 2013 08:16:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภิส เขียวขำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=135</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230; ดร.เนตรนภิส เขียวขำ ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2013/10/135/">โรคผลเน่าของมังคุด</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โดย &#8230; ดร.เนตรนภิส เขียวขำ<br />
ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</p>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 1px solid #CCC; border-width: 1px 1px 0; margin-bottom: 5px;" src="http://www.slideshare.net/slideshow/embed_code/27080430" width="100%" height="600" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2013/10/135/">โรคผลเน่าของมังคุด</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สารพิษจากเชื้อราในผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2011/08/96/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Aug 2011 07:05:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภิส เขียวขำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=96</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230; ดร.เนตรนภิส เขียวขำ ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2011/08/96/">สารพิษจากเชื้อราในผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย</strong> &#8230; ดร.เนตรนภิส เขียวขำ ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</p>
<p>ผักและผลไม้ที่มีการเข้าทำลายของเชื้อจุลินทรีย์จะสามารถสังเกตพบได้ก็ต่อเมื่อแสดงอาการของโรค ทั้งในแปลงปลูกจนกระทั่งเก็บเกี่ยวและหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งอันที่จริงเชื้อราบางชนิดมีการเข้าทำลายแบบแฝงโดยไม่แสดงอาการอยู่ที่ผิวของผลไม้ที่ยังอ่อนและเมื่อผลสุกจึงแสดงอาการของโรค ในระหว่างการเกิดโรคเชื้อราบางชนิดอาจมีการสร้างสารพิษจากเชื้อรา หรือสารทุติยภูมิ (secondary metabolites) แตกต่างกัน ซึ่งมีความเป็นพิษต่อมนุษย์และสัตว์ เมื่อบริโภคเข้าไป การศึกษาสารพิษจากเชื้อรามุ่งเน้นไปในผลิตผลแห้ง เช่น เมล็ดพืช และธัญพืชต่าง ๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อการค้าขายระหว่างประเทศ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา มีการตรวจพบชนิดของสารพิษในผักผลไม้เพิ่มขึ้น (Barkai-Golan and Paster, 2008) เราจึงควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการบริโภคผักผลไม้ที่มีการเข้าทำลายของเชื้อรา เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับสารพิษจากเชื้อรา ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงลักษณะทั่วไปของเชื้อราที่สร้างสารพิษ ตัวอย่างสารพิษที่พบมากในผลไม้ การก่อให้เกิดความเป็นพิษและการควบคุม</p>
<p>เชื้อราส่วนใหญ่ต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโตพบอยู่ทั่วไป โดยอาศัยอินทรียวัตถุในที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิเหมาะสม เชื้อราหนึ่งชนิดสามารถสร้างสารพิษได้หลายชนิดและ/หรือเชื้อราต่างชนิดก็สามารถสารพิษชนิดเดียวกันได้ เชื้อราจะมีการสร้างสารพิษในระหว่างเจริญและสร้างเส้นใย โดยเหตุผลในการสร้างสารพิษยังไม่ปรากฏชัดเจน อาจเนื่องจากมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตหรือการพัฒนาของเชื้อราเอง ทำให้พืชอาศัยอ่อนแอง่ายต่อการเข้าทำลาย เชื้อราอาจใช้สารพิษเพื่อปรับสภาพให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต (Hussein and Brasel, 2001) การสร้างสารพิษขึ้นอยู่กับปัจจัยของสภาพแวดล้อม ซึ่งแปรผันตามชนิดของเชื้อราที่เข้าทำลาย ความอ่อนแอของพืชอาศัยกระบวนการเมทาโบลิซึม และกลไกการป้องกันตัวของพืชอาศัย รวมถึงสภาพอากาศที่เพาะปลูก วิธีการเก็บเกี่ยว การจัดการก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว และสภาพการเก็บรักษา การสะสมของสารพิษจากเชื้อราสามารถเกิดขึ้นได้ในแปลงปลูก ระหว่างเก็บเกี่ยว หลังการเก็บเกี่ยว และโดยเฉพาะระหว่างการเก็บรักษา การจัดการอย่างระมัดระวังและ การจัดการสุขาภิบาลที่ดีในระหว่างการเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา และกระบวนการแปรรูปจะช่วยลดจำนวนการเน่าเสียจากเชื้อรา และการสร้างสารพิษ ผลไม้ที่ใช้สำหรับทำผลไม้แห้งควรได้รับการทำให้แห้งอย่างรวดเร็วและเก็บในสภาพที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดความชื้นภายในบรรจุภัณฑ์ (Jackson and Al-Taher, 2008) สารพิษถูกสร้างขึ้นจากเชื้อราที่มีการสร้างเส้นใย เชื้อราที่สร้างสารพิษที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ <em>Aspergillus </em>sp., <em>Penicillium </em>sp., <em>Alternaria </em>sp. ซึ่งพบเป็นส่วนใหญ่ว่ามีการสร้างสารพิษในผลไม้ และ <em>Fusarium</em> sp. สารพิษที่พบในเนื้อเยื่อผักและผลไม้ ได้แก่ patulin, aflatoxin, ochratoxin A และ alternaria toxin ซึ่งบางชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง และเกือบทั้งหมดมีความทนทานสูงต่ออุณหภูมิสูงในกระบวนการแปรรูปอาหาร ผู้บริโภคอาจจะกำจัดผลิตผลที่พบเชื้อราหรือเน่าเสียที่สามารถสังเกตเห็นได้ แต่สำหรับการแปรรูปผลไม้อาจยังมีบางส่วนที่ปะปนไปซึ่งเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดการสร้างสารพิษขึ้นได้ aflatoxin พบมากจากเชื้อรา <em>Aspergillus flavus</em> และ <em>A. parasiticus</em> มักมีรายงานว่าพบในผลที่กำลังเจริญเติบโตภายใต้สภาพภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งร้อน เช่น นอกจากถั่วต่างๆ แล้วยังพบในผลมะเดื่อฝรั่งแห้ง (figs) อินทผลัม และส้ม ส่วนในไวน์พบ ochratoxin A จากผลองุ่นที่ติดเชื้อรา <em>A. carbonarius</em>, <em>A. niger</em> และ <em>Aspergillus</em> spp.อื่นๆ โดยมีรายงานการพบในซีรั่ม ของมนุษย์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมะเร็ง การปนเปื้อนของเชื้อราในองุ่นสด ลูกเกด และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขององุ่นจะเป็น แหล่งสำคัญในการบริโภคสารพิษจากเชื้อรา หากบริโภคเป็นจำนวนมากเชื้อรา <em>A. carbonarius</em> เจริญได้ดีที่อุณหภูมิ 30-35 องศาเซลเซียส สามารถเจริญได้ในระดับต่ำที่อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ส่วน patulin เป็นสารพิษที่สร้างจากเชื้อรา <em>Penicillium expansum</em> ซึ่งเป็นเชื้อราสาเหตุโรคเน่า (blue mold rot) ของแอปเปลิ สาลี่ องุ่น แตงเมล่อน สตรอเบอรี่ และพวก stone fruit ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีส่วนของ endocarp ที่แข็ง เช่น พรุนและท้อ นอกจากนี้ <em>Penicillium</em> spp. อื่นๆ ที่เป็นสาเหตุการเน่าเสียของผักผลไม้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" style="box-sizing: border-box; border: 0px; vertical-align: middle;" src="https://www.phtnet.org/article/images/a44_1.jpg" alt="โรคเน่าของผลแอปเปิล (blue mold rot) และเชื้อรา &lt;em&gt;Penicillium expansum" width="425" height="200" /><br />
<strong>ภาพที่ 1</strong> โรคเน่าของผลแอปเปิล (blue mold rot) และเชื้อรา <em>Penicillium expansum</em>(http://www.pv.fagro.edu.uy/fitopato/cursos/fitopato/practicas/hongos.html)</p>
<p>ในระหว่างวงจรชีวิตของเชื้อราจะมีการสร้างสารพิษในพืชอาศัย เช่น สาร ochratoxin A, citrinin, penicillic acid และสารทุติยภูมิอื่นๆ เช่น chaetoglobosins, communesins, roquefortinec, expansolides และ janthitrems ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดความเป็นพิษ พบว่าค่าความเป็นกรดด่างจะมีผลต่อการสร้างสารพิษ pH ต่ำกว่า 3 ทำให้สารพิษคงตัวได้ดี และเชื้อราสามารถสร้างสารพิษได้ที่อุณหภูมิ 1-4 องศาเซลเซียส แต่สร้างมากกว่าที่อุณหภูมิ 15 หรือ 24 องศาเซลเซียส สารพิษจากเชื้อรา <em>Alternaria</em> ได้แก่ สาร alternariol, alternariol methyl ether, atternuen, tenuazonic acid และ altertoxins ซึ่งพบในผักผลไม้หลายชนิด ในสภาพที่เก็บในห้องเย็นและระหว่างการจำหน่าย <em>Alternaria alternata</em> เป็นเชื้อหลักที่สร้างสารพิษ ส่วน <em>A. citri</em>, <em>A. solani</em>, <em>A. longipes</em>, <em>A. tenuissima</em>, <em>A. arborescen</em> และ <em>A. infectori</em> พบการสร้างสารพิษปนเปื้อนในพืชอาศัย เช่น มะเขือเทศ ส้ม มะนาว แอปเปิล บลูเบอรี่ และพวก stone fruit เชื้อรา <em>Alternaria</em> เข้าทำลายทางรอยแตกหรือบาดแผลรวมทั้งอาการผิดปกติทางสรีระวิทยาต่างๆ เช่น ผลิตผลที่เกิดอาการสะท้านหนาว (chilling injury) หรือโดนแดดเผา โดยปกติเชื้อราจะเจริญได้ดีที่อุณหภูมิ 22-28 องศาเซลเซียส แต่พบบ่อยครั้งว่าทำให้ผลิตผลเน่าเสียขณะเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ โดยสามารถเจริญได้ที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส (Barkai-Golan and Paster, 2008)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a44_2.jpg" alt="เชื้อรา Aspergillus spp. Penicillium spp. และ Alternaria spp. ที่สร้างสารพิษในผลิตผลชนิดต่างๆ" width="439" height="533" /><br />
<strong>ตารางที่ 1</strong> เชื้อรา <em>Aspergillus</em> spp. <em>Penicillium</em> spp. และ <em>Alternaria</em> spp. ที่สร้างสารพิษในผลิตผลชนิดต่างๆ (Barkai-Golan and Paster, 2008)</p>
<p>สารพิษจากเชื้อราซึ่งมีความเป็นพิษต่อมนุษย์และสัตว์เมื่อบริโภคเข้าไป อาการพิษเกิดขึ้นเนื่องจากสารพิษจากเชื้อราเข้าไปทำลาย DNA RNA และโปรตีน ทำให้เกิดพิษต่ออวัยวะต่างๆ แบ่งเป็น พิษต่อตับ (hepatotoxin) ได้แก่ aflatoxin พิษต่อไต (nephrotoxin) ได้แก่ ochratoxin พิษต่อระบบประสาท ( neurotoxin ) ได้แก่ patulin พิษต่อระบบทางเดินอาหาร (alimentary tract toxin) ได้แก่ trichothecene พิษต่อระบบฮอร์โมน (estrogenic mycotoxin) ได้แก่ zearalenone พิษอื่นๆ ได้แก่ ergot (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, 2552) หลายประเทศมีการออกกฎข้อบังคับและการควบคุมปริมาณสารพิษจากเชื้อราในผักและผลไม้มีการกำหนดค่า โดยหน่วยงานสากลที่ประเมินความปลอดภัยทางด้านอาหาร เช่น World Health Organization (WHO) Food and Agriculture Organization (FAO) European Food Safety Authority (EFSA) และthe Joint Expert Committee on Food Additives (JECFA) เป็นต้น การกำหนดค่ามาตรฐานที่มีข้อตกลงร่วมกันของประเทศสมาชิก เช่น Codex Alimentarius 2003 ซึ่งมีประเทศสมาชิก 171 ประเทศ กำหนดค่า aflatoxin B1B2G1G2 ตรวจพบได้ไม่เกิน 15 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ในถั่วลิสงและผลิตผลสดอื่นๆ ค่า patulin ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ในน้ำแอปเปิล เครื่องดื่มอื่นๆ และผลิตผลอื่นๆ ซึ่งประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของระบบตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้า เป็นต้น (Food and Agriculture Organization, 2004) ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 98 (2529) ออกตามความใน<br />
พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 กำหนดว่าการตรวจ aflatoxin ทุกชนิดในอาหารทั่วไป พบได้ไม่เกิน 20 ส่วนในพันล้านส่วน หรือ 20 ไมโครกรัมในอาหาร 1 กิโลกรัม (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, 2552) การควบคุมสารพิษจากเชื้อราสามารถทำได้โดยการป้องกันตั้งแต่เริ่มต้น กล่าวคือ ต้องป้องกันและควบคุมการเข้าทำลายของเชื้อรา ไม่ว่าจะเป็นวิธีการควบคุมโดยใช้สารเคมีหรือใช้วิธีทางกายภาพ และชีววิธี รวมทั้ง<br />
การใช้สารสกัดจากธรรมชาติ สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราโดยมากจะใช้พวกสารเคมีสังเคราะห์ซึ่งหากใช้ไปนานจะเกิดการต้านทานหรือดื้อต่อสารเคมีของเชื้อรา ทำให้มีการใช้สารเคมีมากขึ้น ซึ่งต้องคำนึงถึงความ<br />
ปลอดภัยหากเกิดการตกค้างของสารเคมี ตัวอย่างการใช้สารเคมีประเภทดูดซึม เช่นกลุ่ม benzimidazole เช่น thiabendazole (TBZ) และ กลุ่ม imidazole เช่น imazalil ในโรงคัดบรรจุ เพื่อควบคุมเชื้อรา <em>P. expansum</em> ซึ่งป้องกันการเกิด patulin ได้ ส่วนการป้องกันการเกิด ochratoxin A ในองุ่น ยังไม่มีสารเคมีเฉพาะที่ใช้ในการควบคุมเชื้อรา <em>Aspergillus</em> (Marin et al., 2008) การใช้วิธีทางกายภาพ ได้แก่ การใช้ความร้อน น้ำร้อน ไอน้ำร้อน การปัดด้วยแปรงเพื่อทำความสะอาด ซึ่งพบว่าเมื่อใช้น้ำร้อนอุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 วินาที ร่วมกับการการปัดด้วยแปรงเพื่อทำความสะอาด สามารถควบคุมการเกิดโรคของเชื้อรา <em>P. expansum</em> ที่ติดมากับผลแอปเปิ้ล เมื่อเก็บรักษาต่อที่อุณหภูมิ 1 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 เดือน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a44_3.jpg" alt="การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวของแอปเปิล" width="430" height="164" /><br />
<strong>ภาพที่ 2</strong> การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวของแอปเปิลและการปะปนของผลที่เกิดโรคซึ่งเป็นแหล่งแพร่กระจายของสปอร์เชื้อราในโรงคัดบรรจุแอปเปิลในประเทศอิสราเอล</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการใช้วิธีการควบคุมสภาพบรรยากาศ หรือ ใช้สภาพบรรยากาศดัดแปลง หรือสารเคมีที่ได้รับการยอมรับจาก FAO ว่าปลอดภัยซึ่งเรียกว่า generally recognized as safe (GRAS) เช่น bicarbonate salt ethanol เป็นต้น (Fallik, 2008) การควบคุมและการเจริญของเชื้อราหรือกำจัดผลไม้ที่มีการเข้าทำลายของเชื้อราจึงเป็นวิถีทางที่ดี เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อราในผลไม้ ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัยทางด้านอาหารงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับสารพิษในผลไม้เขตร้อนหรือกึ่งร้อนยังมีค่อนข้างน้อย จึงควรมีการศึกษาการเข้าทำลายชองเชื้อราและการสร้างสารพิษ เพื่อพัฒนาการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวให้คงคุณภาพ และยืดอายุผลิตผลสดอย่างปลอดภัยแก่ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<ul class="listitem">
<li>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2552. เอกสารเผยแพร่โครงการ Food safety http://www.dmsc.moph.go.th/webroot/BQSF/File/VARITY/mycotoxin.htm</li>
<li>Barkai-Golan, R. and Paster N. 2008. Mycotoxins in Fruits and Vegetables San Diego,USA:Elsevier. 395 p.</li>
<li>Fallik, E. 2008. Physical Control of Mycotoxingenic Fungi. In Mycotoxins in Fruits and Vegetables (R. Barkai-Golan,and N. Paster, eds.) pp.297- 310. San Diego, USA:Elsevier.</li>
<li>Food and Agriculture Organization, 2004. Worldwide Regulations for Mycotoxins in Food and Feed in 2003. FAO Food and Nutrition Paper, 81, Food and Agriculture Organization of the United<br />
Nations, Rome, Italy.</li>
<li>Hussein H.S. and Brasel J.M. 2001. Toxicity, Metabolism, and Impact of Mycotoxins on Humans and Animals. Toxicology 167 (2): 101–34.</li>
<li>Jackson, L.S. and Al-Taher, F. 2008. Factors Affecting Mycotoxin Production in Fruits. In Mycotoxins in Fruits and Vegetables (R. Barkai-Golan, and N.Paster, eds.) pp.75-104. San Diego,<br />
USA:Elsevier.</li>
<li>Marin, S., Ramos, A.J. and Sanchis, V. 2008. Chemical Control of Mycotoxingenic Fungi. In Mycotoxins in Fruits and Vegetables (R. Barkai-Golan, and N. Paster, eds.)<br />
pp.279-296. San Diego, USA:Elsevier.</li>
<li>http://www.pv.fagro.edu.uy/fitopato/cursos/fitopato/ practicas/hongos.html</li>
</ul>
<p><b>หมายเหตุ</b> บทความนี้ตีพิมพ์ใน Postharvest Newsletter ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 เมษายน &#8211; มิถุนายน 2554</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2011/08/96/">สารพิษจากเชื้อราในผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
