<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วรรณวรางค์ พัฒนะโพธิ์ Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<atom:link href="https://www.phtnet.org/tag/วรรณวรางค์-พัฒนะโพธิ์/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.phtnet.org/tag/วรรณวรางค์-พัฒนะโพธิ์/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 24 Jul 2017 07:55:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/07/cropped-icon-1-150x150.png</url>
	<title>วรรณวรางค์ พัฒนะโพธิ์ Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<link>https://www.phtnet.org/tag/วรรณวรางค์-พัฒนะโพธิ์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความสำคัญและเทคนิคการวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตเกษตร</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2012/06/117/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Jun 2012 07:52:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณวรางค์ พัฒนะโพธิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=117</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย &#8230;วรรณวรางค์ พัฒนะโพธิ์ สถาบันวิจัยเทคโนโนโลยี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/06/117/">ความสำคัญและเทคนิคการวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตเกษตร</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย</strong> &#8230;วรรณวรางค์ พัฒนะโพธิ์<br />
สถาบันวิจัยเทคโนโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p><strong>สารเคมีตกค้าง</strong>ทางการเกษตรเป็นปัญหาหลักที่เกิดขึ้นกับภาคเกษตรกรรมเละสุขภาพของคนไทยในปัจจุบัน เพื่อให้ได้ผลผลิตสูง มีคุณภาพ ปราศจากโรคและแมลงนั้น จำเป็นต้องใช้สารเคมีโดยเฉพาะพืชผักนั้นมักพบแมลงศัตรูพืชมาก โดยเฉพาะหนอน เพลี้ย และเชื้อรา ทำให้เกษตรกรต้องใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เพื่อไม่ให้ผักเสียหาย สารเคมีกำจัดแมลงในผลผลิตเกษตรที่มักใช้ มี 4 กลุ่ม คือกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (organophosphate) กลุ่มคาร์บาเมต(carbamate) กลุ่มไพรีทรอยด์(pyrethroid) และกลุ่มออร์กาโนคลอรีน(organochlorine) โดยสารเคมีกำจัดแมลง 3 กลุ่มแรกนิยมใช้ในทางเกษตรกรรมและผลิตภัณฑ์ทั่วไป สำหรับกลุ่มที่ 4 คือ กลุ่มสารออร์กาโนคลอรีนในหลายประเทศได้ประกาศห้ามใช้ เนื่องจากสารตกค้างมีความคงทนมาก สลายตัวได้ยากในสิ่งแวดล้อมและสามารถสะสมในร่างกายมนุษย์ ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สารเคมีตกค้างที่พบบ่อยคือ สารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (organophosphate) และสารคาร์บาเมต (carbamate) ซึ่งเป็นกลุ่มของสารเคมีที่ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง และระบบประสาทรอบนอก สารเคมีเหล่านี้เมื่อใช้ในปริมาณที่มากจะไม่สามารถกำจัดให้หมดได้โดยการทำความสะอาดด้วยการล้าง เพราะสารที่ตกค้างสามารถซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อของผลผลิต ส่งผลให้เกิดภาวะสารเคมีตกค้างในผู้บริโภคและกระทบต่อการสุขภาพของประชาชนในประเทศ</p>
<p>สำหรับในแง่ของการส่งออกนั้น การที่ผลผลิตเกษตรมีสารเคมีตกค้างส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศชาติมหาศาล ดังที่เป็นข่าวเมื่อเร็วๆนี้ที่สหภาพยุโรป(EU) จะระงับการนำเข้าผักผลไม้ไทยเนื่องจากมีการตรวจพบสารเคมีเกษตรตกค้างเกินค่ามาตรฐาน(MRLs) และมีจำนวนครั้งที่ตรวจพบมากที่สุดในโลก (ดังรูปที่ 1) ดังนั้นประเทศไทยจึงได้ออกมาตรการที่จะระงับการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังสหภาพยุโรป ใน 5 กลุ่ม 16 ชนิด ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กะเพรา โหระพา แมงลัก ยี่หร่า กลุ่มที่ 2 พริก กลุ่มที่ 3 มะระจีน มะระขี้นก กลุ่มที่ 4 มะเขือเปาะ มะเขือยาว มะเขือม่วง มะเขือขื่น และกลุ่มที่ 5 ผักชีฝรั่ง ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 เพื่อป้องกันผลกระทบการส่งออกสินค้าเกษตร และต่อมาได้เปลี่ยนเป็นมาตรการตรวจเช็คคุณภาพผักและผลไม้ส่งออก 100% ของกรมวิชาการเกษตร</p>
<p>จะเห็นได้ว่าการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เกินค่ามาตรฐาน (MRLs) ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจการส่งออกผักผลไม้ของไทยไปยังสหภาพยุโรป ที่มีมูลค่ากว่า 58 ล้านยูโร (2,785 ล้านบาท) ต่อปี อีกทั้งยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศผู้นำเข้าอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a54_1.png" width="470" height="275" /><br />
ที่มา : <em>http://www.prachatai.com/journal/2011/02/33122</em></p>
<p><strong>รูปที่ 1</strong> แสดง 5 ประเทศที่มีการตรวจพบสารเคมีเกษตรตกค้างในผักผลไม้ส่งออกไปบังสหภาพยุโรปมากที่สุด</p>
<p>การส่งออกผักผลไม้จำเป็นต้องมีใบรับรองที่ระบุว่าไม่มีสารเคมีตกค้างหรือมีปริมาณสารเคมีตกค้างในสินค้าในระดับต่ำกว่าที่กำหนดตามมาตรฐานของตลาด เช่น ในสหภาพยุโรปจะมีระเบียบการกำหนดปริมาณสารตกค้างสูงสุดในอาหาร (Maximum residue levels (MRLs) in food stuffs: Regulation (EC) 396/2005)</p>
<p>ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการกีดกันการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังสหภาพยุโรป ผู้ส่งออกไทยต้องเร่งปรับปรุงคุณภาพพืชผักให้ได้คุณภาพและมาตรฐานจากต้นทางก่อนที่สินค้าจะถูกส่งออกไปยังปลายทาง ซึ่งวิธีการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารพิษตกค้างในปัจจุบัน สามารถแบ่ง ได้ดังนี้</p>
<h3>1. การตรวจวัดภาคสนาม</h3>
<p>เป็นการตรวจโดยใช้วิธีการตรวจสอบอย่างง่าย และมีความรวดเร็ว อาศัยหลักการการเปลี่ยนสีของสาร (Colorimetric) ซึ่งหากมีสารที่ต้องการตรวจพบจะเกิดสี ในปัจจุบันมีชุดตรวจวัดสารพิษตกค้างภาคสนามให้บริการหลากหลาย เช่น ชุดน้ำยาตรวจสอบยาฆ่าแมลง/สารพิษตกค้าง &#8220;จีที&#8221; (GT-Pesticide Residual test kit) ชุดทดสอบสารพิษตกค้าง (Pesticides Residue Test Kit, PR) และ ชุดตรวจสอบสารพิษตกค้างในผักผลไม้ TM KIT เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; ชุดน้ำยาตรวจสอบยาฆ่าแมลง/สารพิษตกค้าง &#8220;จีที&#8221; (GT-Pesticide Residual test kit)</strong></p>
<p><img decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a54_2.png" width="504" height="251" /><br />
<em>ที่มา : www.gttestkit.com</em></p>
<p>ใช้หลักการตรวจหาสารพิษด้วยวิธี acetyl cholinesterase inhibition technique โดยอาศัยทฤษฎีที่ว่า สารพิษในกลุ่มสารประกอบฟอสเฟต และ/หรือ คาร์บาเมตมีคุณสมบัติเด่นในด้านการยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกายได้ เมื่อร่างกายได้รับสารพิษในกลุ่มเหล่านี้ จะทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ จึงนำหลักการนี้มาใช้เป็นวิธีการตรวจสอบเบื้องต้น</p>
<p>ปัจจุบันชุดน้ำยาตรวจสอบยาฆ่าแมลง/สารพิษตกค้าง “จีที” มี 2 แบบ คือ</p>
<p>(1) แบบตรวจคัดกรองได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และกลุ่มคาร์บาเมต โดยใช้เวลาในการตรวจ 30 นาที<br />
(2)แบบตรวจคัดกรอง 4 กลุ่ม คือ กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมต กลุ่มไพรีทรอยด์ และกลุ่มออร์กาโนคลอรีน ใช้เวลาในการตรวจ 1 ชั่วโมง</p>
<p>การประเมินว่าปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย จะดูจากการเปรียบเทียบค่ากำหนดของชนิดสารเคมีกับชนิดอาหาร ซึ่งหากมีการตกค้างของสารพิษหลายชนิดในตัวอย่างเดียว แต่ปริมาณการตกค้างไม่เกินค่ากำหนดในทุกชนิดสารเคมี ให้ถือว่าปลอดภัย</p>
<p><strong>&#8211; ชุดทดสอบสารพิษตกค้าง ( Pesticides Residue Test Kit, PR)</strong></p>
<p><img decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a54_3.png" width="366" height="306" /><br />
<em>ที่มา : www.thailabonline.com//food_safety1.htm</em></p>
<p>ใช้หลักการโครมาโทกราฟีแบบชั้นบาง (thin layer chromatography) ในการจำแนกชนิดของสารโดยเฟสเคลื่อนที่ (mobile phase) จะเป็นตัวพาสารที่ต้องการทดสอบขึ้นไปตามเฟสที่อยู่กับที่ (stationary phase) สารต่างชนิดกันที่มีขนาด น้ำหนักโมเลกุล และความสามารถในการละลายในตัวพาที่แตกต่างกันจะเคลื่อนที่ไปได้ด้วยความเร็ว และระยะทางที่ แตกต่างกัน ทำให้สามารถแยกสารต่างชนิดกันออกมาได้ แม้ว่าสารนั้นจะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นก็ตาม</p>
<p>ปัจจุบันชุดทดสอบสารพิษตกค้าง PR มีทั้งหมด 3 แบบ คือ</p>
<p>(1) ชุดทดสอบ PR1 ใช้ตรวจสอบสารยาฆ่าแมลงในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต 4 ชนิด คือ คลอไพริฟอส (chlorpyriphos) ไดเมทโธเอท (dimethoate) ไตรอโซฟอส (triazophos) และมาลาไธออน (malathion)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a54_4.png" width="550" height="216" /><br />
<em>ที่มา : www.thailabonline.com//food_safety1.htm</em></p>
<p>(2) ชุดทดสอบ PR2 ใช้ทดสอบสารยาฆ่าแมลงในกลุ่มไพรีทรอยด์ 4 ชนิด คือไซฮาโลทริน (cyhalothrin) ไซเปอร์เมทริน (cypermethrin) เพอร์เมทริน (permethrin) และ เดลต้าเมทริน (deltamethrin)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a54_5.png" width="511" height="286" /><br />
<em>ที่มา : www.thailabonline.com//food_safety1.htm</em></p>
<p>(3) ชุดทดสอบ PR3 ใช้ทดสอบสารยาฆ่าแมลงในกลุ่มคาร์บาเมต และ ออร์กาโนฟอสเฟต 2 ชนิด คือ เมโธมิล (methomyl) และ เมธามิโดฟอส (methamidophos)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a54_6.png" width="489" height="248" /><br />
<em>ที่มา : www.thailabonline.com//food_safety1.htm</em></p>
<p><strong>&#8211; ชุดตรวจสอบสารพิษตกค้างในผักผลไม้ TM KIT</strong></p>
<p>เป็นชุดทดสอบที่สามารถตรวจยืนยันชนิดสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมต กลุ่มไพรีทรอยด์ และกลุ่มออร์กาโนคลอรีน ในผักผลไม้และธัญพืช</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a54_7.png" width="255" height="257" /><br />
<em>ที่มา : http://www.highents.com/product_detail.php?pro_id=130&amp;cat_id=2&amp;subcat_id=3&amp;lang=TH</em></p>
<p><strong>โดยมีหลักการในการตรวจวัด ดังนี้</strong></p>
<p><strong>1. กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมต</strong> ใช้หลักการแยกสารด้วยหลักการโครมาโตกราฟีแบบชั้นบาง (TLC) และตรวจสอบด้วยการทำปฏิกิริยากับสารเคมีเพื่อให้เกิดสี ถ้ามีสารเคมีกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมต จะเกิดแถบวงกลม (Spot) สีขาวบนพื้นสีม่วงบนแผ่นทีแอลซี</p>
<p><strong>2. กลุ่มออร์กาโนคลอรีนและไพรีทรอยด์</strong> ใช้หลักการแยกสารเช่นเดียวกับ ข้อ1 และตรวจสอบด้วยการทำปฏิกิริยากับสารเคมีและอังแสงยูวีที่ความยาวคลื่น 254 นาโนเมตร เพื่อให้เกิดสี ถ้ามีสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มออร์แกโนคลอรีนและไพรีทรอยด์ จะเกิดแถบวงกลม(Spot) เป็นสีเทา น้ำตาลเข้ม ถึงดำ บนพื้นสี</p>
<h3>2. วิธีการทดสอบโดยหลักการ HPLC (high performance liquid chromatography) และ GC (gas chromatography)</h3>
<p>โดยการแยกสารเคมีที่มีอยู่ในสารละลายออกจากกันด้วยตัวพา (mobile phase) ซึ่งแสดงผลออกมาเป็นกราฟจำเพาะของสารนั้นๆ ซึ่งเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูง แต่จำเป็นต้องทำการตรวจวัดภายในห้องปฏิบัติการ เนื่องจากเครื่องมือมีขนาดใหญ่ มีความยุ่งยากในการเตรียมตัวอย่าง และจำเป็นต้องใช้เวลามากในการตรวจวัด</p>
<h3>3. เทคนิควิธีทางเคมีไฟฟ้า (electrochemical technique)</h3>
<p>เป็นเทคนิคที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง และกำลังมีการพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถตรวจวัดสารออร์กาโนฟอสเฟตในภาคสนามให้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยตัวเร่งปฏิกิริยาเอนไซม์ที่มีความจำเพาะและวิธีการทางเคมีไฟฟ้า มีความไวในการตรวจสูงในระดับ หนึ่งในพันล้านส่วน (part per billion: ppb) สามารถตรวจวัดสารเคมีตกค้างอื่น ๆ ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตที่ไม่สามารถตรวจวัดโดยชุดตรวจแบบเคลื่อนที่ของกรมวิชาการเกษตรได้ แต่เทคนิคนี้ก็มีความสามารถในการคัดแยกสารในกลุ่มใหญ่ๆเท่านั้น ไม่สามารถระบุชนิดจำเพาะเจาะจงของสารตกค้างได้ ทำให้เมื่อมีการวัดตัวอย่างจริงที่มีจำนวนสารเคมีตกค้างในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตปะปนกันหลายชนิด ผลที่ได้จากการตรวจวัดอาจยังมีความคลุมเครือเรื่องชนิดของสารตกค้าง วิธีการนี้จึงเหมาะสำหรับการตรวจวัดเบื้องต้นในภาคสนามก่อนที่จะนำตัวอย่างไปตรวจวัดอย่างละเอียดในห้องปฎิบัติการ</p>
<p>สำหรับวิธีการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารพิษตกค้างในวิธีที่สอง ซึ่งเป็นการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการนั้น มีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างก่อนนำไปตรวจวิเคราะห์สารตกค้าง โดยมีวิธีที่นิยมใช้ในปัจจุบัน 3 วิธี คือ</p>
<p><strong>1. QuEChERS method (Quick, Easy, Cheap, Effective, Rugged and Safe method)</strong></p>
<p>เป็นวิธีที่ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ยาฆ่าแมลงทั่วโลกสนใจ และได้รับยอมรับอย่างเป็นทางการจาก AOAC และ CEN (Committee of European Normalization) โดยวิธีนี้ใช้สารละลายอินทรีย์กับบัฟเฟอร์ปริมาณน้อยสำหรับการวิเคราะห์ในเฟสอินทรีย์ และใช้ dispersive solid-phase extraction (d-SPE) สำหรับกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ (clean up) วิธีนี้สามารถเตรียมตัวอย่างยาฆ่าแมลงได้อย่างง่าย รวดเร็ว มีค่าใช้จ่ายน้อยและมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังมีค่าการกลับคืนที่ดี (good recoveries) อีกด้วย (ข้อมูลเพิ่มเติม: www.QuEchERS.com)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.phtnet.org/article/images/a54_8.png" width="425" height="424" /></p>
<p><strong>2. Positive List method</strong></p>
<p>เป็นวิธีการที่ใช้ในการเตรียมตัวอย่างเพื่อการวิเคราะห์หาสารพิษตกค้างในผักผลไม้ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นและสินค้านำเข้า อีกทั้งยังเหมาะการเตรียมตัวอย่างสำหรับการตรวจวิเคราะห์หาสารพิษตกค้างในงานวิจัย เนื่องจากในการสกัด (extraction) การทำให้บริสุทธิ์ (clean up or isolation) และ การแยก (separation) มีขั้นตอนที่ละเอียดมากว่าวิธี QuEChERS โดยใช้วิธี suction ในการทำให้บริสุทธิ์ขั้นแรก และทำการแยกชั้นด้วยเทคนิคพาทิชั่น (partition) แล้วจึงนำไปทำให้บริสุทธิ์ (clean up) ครั้งที่สองด้วย SPE cartridge ก่อนนำไปทำการวิเคราะห์หาสารพิษตกค้างด้วยเทคนิค GC ต่อไป</p>
<p><strong>3. Steinwandter method</strong></p>
<p>วิธีนี้ได้รับความนิยมในการเตรียมตัวอย่างยาฆ่าแมลงตกค้างในผักและผลไม้ในประเทศเยอรมัน และกรมวิชาการเกษตรก็เลือกใช้วิธีการดังกล่าวในการเตรียมตัวอย่างเพื่อการวิเคราะห์หาสารพิษตกค้างในผักผลไม้ให้กับผู้ส่งออกด้วยเช่นกัน วิธีนี้มีขั้นตอนคล้ายกับวิธี PositiveList แต่ไม่ได้ใช้วิธี suction ในการทำให้บริสุทธิ์ขั้นแรก และไม่มีการแยกชั้นด้วยเทคนิคพาทิชั่น</p>
<p>จะเห็นได้ว่าการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของเรามากไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม จากข้อมูลวิธีการหาสารพิษตกค้างทำให้ทราบว่า เราสามารถตรวจหาสารพิษตกค้างได้เบื้องต้นด้วยวิธีทางภาคสนาม ซึ่งได้รับความนิยม เนื่องจากสะดวก รวดเร็ว สามารถรู้ผลได้ทันทีว่าผลิตผลนั้นปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่ แต่สำหรับการส่งออกมักนิยมตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดภายในห้องปฏิบัติการ เนื่องจากต้องใช้ใบรับรองจากหน่วยงานตรวจวิเคราะห์เพื่อการส่งออก และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้ามีความปลอดภัย ตรงตามกฎระเบียบการนำเข้าสินค้าของแต่ละประเทศ</p>
<p>ทางสถาบันวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างในแต่ละปีจึงได้มีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างด้วยเครื่อง HPLC และ GC ให้แก่ นักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษา และผู้สนใจ อีกทั้งทางสถาบันวิจัยฯมีห้องปฏิบัติการสำหรับบริการตรวจวิเคราะห์หาสารพิษตกค้างในผักผลไม้สำหรับงานวิจัย และบุคคลทั่วไป ซึ่งทางสถาบันวิจัยฯสามารถให้บริการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และ กลุ่มไพรีทรอยด์ หากสนใจเข้ารับการฝึกอบรม หรือรับบริการตรวจวิเคราะห์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <strong>สถาบันวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม</strong>่ 239 ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 เบอร์โทร 053-944031 และหมายเลข โทรสาร 053-941426 เว็บไซด์ <a href="http://postharvest.cmu.ac.th">postharvest.cmu.ac.th</a></p>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<ol>
<li>ดีเดย์ 1 ก.พ. ห้ามส่งออกผักไป EU. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://news.thaiza.com/detail_202950.html (28 กุมภาพันธ์ 2554).</li>
<li>ชุดตรวจสอบสารพิษตกค้าง TM KIT (ออร์แกโนฟอสเฟต, คาร์บาเมท, ไพเรทรอยด์, ออร์แกโนคลอรีน). [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.highents.com/product_detail.php?pro_id=130&amp;cat_id=2&amp;subcat_id=3&amp;lang=TH (28 กุมภาพันธ์ 2554).</li>
<li>ชุดตรวจหายาฆ่าแมลงจีที. [ระบบออนไลน์].http://www.gttestkit.com/index.htm (28 กุมภาพันธ์ 2554).</li>
<li>ชุดทดสอบสารเคมีกำจัดแมลงในผักผลไม้และธัญพืช เพื่อให้ประชาชนหรือผู้เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ในการตรวจสารตกค้างได้ด้วยตนเอง. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.thailabonline.com/food_safety1.htm(28 กุมภาพันธ์ 2554).</li>
<li>วิกฤตสารเคมีกำจัดศัตรูพืช: ความเป็นจริงจากมุมมองของสหภาพยุโรป. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.prachatai.com/journal/2011/02/33122 (28 กุมภาพันธ์ 2554).</li>
<li>เอกสาร REGULATION (EC) NO 396/2005 OF THE EUROPEAN PARLIAMENT AND OF THE COUNCIL,23 February 2005</li>
<li>Analytical Methods for Residual Compositional Substances of Agricultural Chemicals, Feed Additives, and Veterinary Drugs in Food (Syoku-An No.012400, January 24,2005.</li>
<li>In Press Pesticide Analysis in Methods in Biotechnology, Eds. J.L. Vidal Martinez and Garrido Frenich, Humana Press, USA ,Nov. 2004.</li>
<li>Steinwandter, H. 1985. Universal 5 min on-line method for extracting and isolating pesticide residues and industrial chemicals. Fresenius, Z. Anal. Chem. No.1155.</li>
</ol>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2012/06/117/">ความสำคัญและเทคนิคการวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตเกษตร</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
