<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชัยณรงค์ รัตนกรีฑากุล Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<atom:link href="https://www.phtnet.org/tag/ชัยณรงค์-รัตนกรีฑากุล/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.phtnet.org/tag/ชัยณรงค์-รัตนกรีฑากุล/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 May 2024 07:06:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2017/07/cropped-icon-1-150x150.png</url>
	<title>ชัยณรงค์ รัตนกรีฑากุล Archives - ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</title>
	<link>https://www.phtnet.org/tag/ชัยณรงค์-รัตนกรีฑากุล/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ศักยภาพและฤทธิ์ในการทำงานของสารกระตุ้นความต้านทานในมะม่วง</title>
		<link>https://www.phtnet.org/2024/04/3334/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[dit98]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Apr 2024 06:34:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ/องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยณรงค์ รัตนกรีฑากุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.phtnet.org/?p=3334</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย รศ.ดร.ชัยณรงค์ รัตนกรีฑากุล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2024/04/3334/">ศักยภาพและฤทธิ์ในการทำงานของสารกระตุ้นความต้านทานในมะม่วง</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image alignwide size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1920" height="1080" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article.webp" alt="ความต้านทานในมะม่วง" class="wp-image-3335" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article.webp 1920w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-300x169.webp 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-1024x576.webp 1024w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-768x432.webp 768w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-1536x864.webp 1536w" sizes="(max-width: 1920px) 100vw, 1920px" /></figure>



<p>โดย <a href="https://www.phtnet.org/service/view-speciallist.asp?dID=52">รศ.ดร.ชัยณรงค์ รัตนกรีฑากุล</a> มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</p>



<p>พืชอาศัยมีการแสดงลักษณะต้านทานจากการเข้าทำลายของเชื้อสาเหตุโรคพืชหลังจากที่มีการฉีดพ่นหรือผ่านสภาพการจัดการบางอย่าง ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นให้เกิดความต้านทาน การตอบสนองดังกล่าวอาจแสดงออกเป็นความต้านทานในรูปแบบความต้านทานเฉพาะแห่ง (localized resistance reaction) หรือความต้านทานที่ส่งผลไปทั่วทั้งต้นพืช (systemic resistance reaction) โดยตัวอย่างความต้านทานเฉพาะแห่ง เช่น พบว่าการเจริญของเชื้อสาเหตุโรคพืชถูกยับยั้ง ให้เห็นเป็นแผลสะเก็ด หรือแผลที่ไม่สามารถลุกลามต่อไปได้ เรียกการตอบสนองนี้ว่า hypersensitive reaction การตอบสนองของพืชดังกล่าวมักเกิดจากส่วนของยีนต้านทาน (resistance gene) และส่วนของเชื้อโรคพืชที่มียีนที่สามารถเข้าทำลายพืชได้ ทั้งสองส่วนสามารถไปกระตุ้นการตอบสนองในการควบคุมโรคพืชได้ (Heitefuss and Williams, 1976; Prell and Day, 2001) ส่วนความต้านทานที่ส่งผลไปทั่วทั้งต้นพืช เป็นการปลุกความต้านทานให้ตอบสนองทั่วทั้งต้นของพืชอาศัย ไม่จำกัดเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง  ในสภาพการปฏิบัติของเกษตรกรพบว่าเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์หรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิด plant growth promoting bacteria (PGPB) รวมถึงการได้รับผลทางกายภาพเช่นการได้รับแสง UV ในอัตราที่เหมาะสม สามารถให้เกิดเป็นการกระตุ้นความต้านทานได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานการใช้สารเพื่อกระตุ้นความต้านทานในพืชดังแสดงในตารางที่ 1</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="920" height="562" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-2.webp" alt="ข้อมูลของสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นความต้านทาน" class="wp-image-3336" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-2.webp 920w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-2-300x183.webp 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-2-768x469.webp 768w" sizes="(max-width: 920px) 100vw, 920px" /></figure>



<p>การกระตุ้นความต้านทานที่ส่งผลไปทั่วทั้งต้น เป็นการกระตุ้นความต้านทานผ่านทางการกระตุ้นกิจกรรมของพืชอาศัยให้เพิ่มมากขึ้น (systemic acquired resistance, SAR) การตอบสนองดังกล่าวสามารถเกิดได้จากการใช้สารประกอบธรรมชาติหรือสารเคมีบางชนิด จากการทดสอบสารกระตุ้นความต้านทานชนิดต่างๆ โดยใช้มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่สุกแก่เต็มที่ ชุบสารกระตุ้นความต้านทาน 30 นาที และพักไว้ให้แห้ง 30 นาที แล้วจึงเริ่มปลูกเชื้อราสาเหตุโรคแอนแทรคโนส (<em>Colletotrichum gloeosporioides</em>) เก็บรักษาผลมะม่วงไว้ที่ตู้บ่ม 20 องศาเซลเซียส  นาน 15 วัน ติดตามประสิทธิภาพของสารกระตุ้นความต้านทานที่ชุบผล โดยการตรวจสอบขนาดแผลบนผลมะม่วง และคำนวนเปอร์เซ็นต์การยับยั้งการเกิดโรค ผลดังในภาพที่ 1 และภาพที่ 2 พบว่า การชุบสารกระตุ้นความต้านทาน salicylic acid, acibenzolar-S-methyl, β-aminobutyric acid, <em>Bacillus subtilis</em> และ chitosan กับผลมะม่วง   มีเปอร์เซ็นต์ยับยั้งการเกิดโรคแอนแทคโนสได้ในระดับที่แตกต่างกันในช่วง 2.0 – 15.2 % โดยพบว่า การใช้ β -aminobutyric acid มีเปอร์เซ็นต์การยับยั้งการเกิดโรคมากที่สุด คือ 15.2 % รองลงมาได้แก่ <em>Bacillus subtilis</em>, acibenzolar-S-methyl, salicylic acid และ chitosan ตามลำดับ ทั้งนี้ศักยภาพในการลดการเกิดโรคของสารกระตุ้นความต้านทานมีความแปรผันสูงในแต่ละครั้งที่ทดสอบ ทั้งนี้เนื่องจากผลในการตอบสนองของมะม่วงที่มีการจัดการแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การจัดการควบคุมโรคแอนแทรคโนสในแปลงมะม่วงที่มีประสิทธิภาพร่วมกับการใช้สารกระตุ้นความต้านทาน จะช่วยลดการเกิดโรคแอนแทรคโนสบนผลมะม่วงหลังการเก็บเกี่ยว และทำให้ผลิตผลมีคุณภาพสูงขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1003" height="509" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-3.jpg" alt="ค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์ยับยั้งการเกิดโรคบนผลมะม่วง" class="wp-image-3337" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-3.jpg 1003w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-3-300x152.jpg 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-3-768x390.jpg 768w" sizes="(max-width: 1003px) 100vw, 1003px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>ภาพที่ 1</strong> ค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์ยับยั้งการเกิดโรคบนผลมะม่วงจากพื้นที่จังหวัดราชบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้รับสารกระตุ้นความต้านทานก่อนห่อผลและมะม่วงที่ได้รับสารกระตุ้นความต้านทานก่อนห่อผลและชุบผลหลังเก็บเกี่ยว การปลูกเชื้อด้วย <em>C. gloeosporioides</em> เป็นระยะเวลา 12-15 วัน (SA = salicylic acid<strong>, </strong>ASM = acibenzolar-S-methyl<strong>, </strong>BABA =  β-aminobutyric acid<strong>, </strong>BAC = <em>Bacillus subtilis</em><strong>, </strong>CHI = chitosan)</figcaption></figure>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="530" height="627" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-4.webp" alt="ขนาดแผลของโรคแอนแทรคโนสบนผลมะม่วง" class="wp-image-3338" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-4.webp 530w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-4-254x300.webp 254w" sizes="auto, (max-width: 530px) 100vw, 530px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>ภาพที่ 2</strong> ขนาดแผลของโรคแอนแทรคโนสบนผลมะม่วงจากอำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ที่ได้รับสารกระตุ้นความต้านทานก่อนห่อผล หลังการปลูกเชื้อด้วย <em>C. gloeosporioides</em> เป็นระยะเวลา 15 วัน (A = ชุดควบคุม,<br> B = salicylic acid, C = acibenzolar-S-methyl, D = β-aminobutyric acid, E = <em>Bacillus subtilis</em>,     F = chitosan)</figcaption></figure></div>


<p>เมื่อทำการฉีดพ่นสารกระตุ้นความต้านทานบนผลมะม่วง จะมีผลต่อการกระตุ้นการแสดงออกของยีนทำให้เกิดเอนไซม์หรือโปรตีนที่ตอบสนองต่อกิจกรรมต้านทานที่เกิดขึ้นในลักษณะต่างๆ จากภาพที่ 3 ได้รวบรวมข้อมูลกิจกรรมการตอบสนองของยีนจากมะม่วงที่ได้รับสารกระตุ้นด้วย salicylic acid, acibenzolar-S-methyl, β-aminobutyric acid, <em>Bacillus subtilis</em> และ chitosan ซึ่งมีการแสดงออกของยีนที่แสดงออกแตกต่างกัน ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การแสดงออกของกลุ่มยีนที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมภายในเซลล์ (cellular component) ซึ่งจากการชุบด้วย β-aminobutyric acid มีการตอบสนองไม่มากและพบได้เฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมภายในเซลล์รวมถึงการเกาะจับบริเวณผนังเมมเบรน</li>



<li>การแสดงออกของกลุ่มยีนที่เกี่ยวกับกิจกรรมการทำหน้าที่ทางชีวโมเลกุล ซึ่งการกระตุ้นด้วยสาร BABA ที่พบว่าไปกระตุ้นสารประกอบอินทรีย์ที่มีวงแหวน (heterocyclic) เกี่ยวข้องกับการสร้างสารประกอบฟีนอล และสารประกอบเทอร์ปีนที่ออกฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อราได้</li>



<li>การแสดงออกของยีนที่เกี่ยวกับกิจกรรมทางชีววิทยาของเซลล์ ซึ่งกระตุ้นความต้านทานในระดับสูง</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="847" height="494" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-5.webp" alt="การแสดงออกของยีน" class="wp-image-3339" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-5.webp 847w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-5-300x175.webp 300w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-5-768x448.webp 768w" sizes="auto, (max-width: 847px) 100vw, 847px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>ภาพที่ 3</strong> การแสดงออกของยีนด้วยการตรวจข้อมูล RNA transciptome ที่พบในชุดมะม่วงที่ได้รับสารกระตุ้นความต้านทาน</figcaption></figure></div>


<p>ในการพัฒนาเทคนิคสำหรับตรวจติดตามผลมะม่วงที่ได้รับสารกระตุ้นความต้านทาน พบว่า การใช้ยีน<br>desiccation-related protein (DRP) เพื่อตรวจสอบ RNA จากผิวมะม่วงที่ได้รับสารกระตุ้นความต้านทานด้วยเทคนิค qPCR จะเห็นการตอบสนองของสัญญานได้ชัดเจนที่สุด เมื่อเทียบกับยีนลักษณะอื่นๆ เมื่อพิจารณาประสิทธิภาพของสารกระตุ้นความต้านทานชนิด salicylic acid, acibenzolar-S-methyl, β-aminobutyric acid, <em>Bacillus subtilis</em> และ chitosan ต่อการตอบสนองของยีนต่างๆ พบว่ามะม่วงที่ผ่านการพ่นด้วยสาร chitosan, <em>Bacillus subtilis</em> และβ-aminobutyric acid มีผลการตอบสนองต่อยีนที่เกี่ยวข้องกับความต้านทานได้แก่ ยีน MLP (major latex protein) ยีน PR4 (pathogenesis-related protein) ยีน CHI (chitinase) และยีน 4CL7 (4-coumarate &#8211; CoA) ได้ดี ซึ่งแสดงถึงส่วนที่ไปสนับสนุนให้เกิดการกระตุ้นความต้านทานในผลมะม่วง (ภาพที่ 4)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="567" height="391" src="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-6.webp" alt="การแสดงออกของยีน" class="wp-image-3340" srcset="https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-6.webp 567w, https://www.phtnet.org/wp-content/uploads/2024/05/mango-resistance-article-6-300x207.webp 300w" sizes="auto, (max-width: 567px) 100vw, 567px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>ภาพที่ 4</strong> การแสดงออกของยีน MLP, PR4, CHI, 4CL7 และ DRP โดยการตรวจ qPCR จากตัวอย่าง total RNA ผิวมะม่วงที่ผ่านการชุบผลด้วยสารกระตุ้นความต้านทานและบ่มเป็นเวลา 48 ชั่วโมง (SA= salicylic acid<strong>, </strong>ASM= acibenzolar-S-methyl<strong>, </strong>BABA= β-aminobutyric acid<strong>, </strong>BAC= <em>Bacillus subtilis</em><strong>,               <br></strong>CHI= chitosan)</figcaption></figure></div>


<p>ดังนั้นการใช้สารกระตุ้นความต้านทานโรคแอนแทรคโนสของมะม่วง พบว่ามีศักยภาพของสารกระตุ้นความต้านทานโรคได้ในระดับหนึ่ง ส่งผลให้ลดอาการของโรคแอนแทรคโนสได้เพียงเล็กน้อย และจากการติดตามการแสดงออกของยีนด้วยเทคนิค transcriptome ทำให้ทราบความหลากหลายของยีนที่แสดงออก โดยลักษณะความต้านทานบนผลมะม่วงนั้น สามารถตรวจสอบได้จากการแสดงออกของยีน DRP โดยทั้งนี้ผลมะม่วงที่ฉีดพ่นสาร chitosan, <em>Bacillus subtilis</em> และβ-aminobutyric acid ให้ผลการตอบสนองต่อยีน MLP (major latex protein) ยีน PR4 (pathogenesis-related protein) ยีน CHI (chitinase) และ ยีน 4CL7 (4-coumarate &#8211; CoA) ได้</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>บทความนี้ตีพิมพ์ลงใน <a href="https://www.phtnet.org/2024/03/3324/">Postharvest Newsletter ปีที่ 23 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2567</a></p>
</blockquote>



<h4 class="wp-block-heading">เอกสารอ้างอิง</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>Heitefuss, R. and P.H. Williams. 1976. Physiological plant pathology. Springer-Verlag, Berlin, New York. 892 p.</li>



<li>Prell, H.H. and P. Day. 2001. Plant-fungal pathogen interaction. Springer. 214 p.</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://www.phtnet.org/2024/04/3334/">ศักยภาพและฤทธิ์ในการทำงานของสารกระตุ้นความต้านทานในมะม่วง</a> appeared first on <a href="https://www.phtnet.org">ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
