งานวิจัยครบวงจรด้าน มะม่วง ของศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว

งานวิจัยครบวงจรด้าน มะม่วง หมวดหมู่ : งานวิจัยครบวงจร
Print Friendly and PDF
มะม่วง

มะม่วง จัดเป็นไม้ผลเขตร้อนที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศ ในปี 2552 ประเทศไทยมีผลผลิตมะม่วงทั้งสิ้นจำนวน 2.4 ล้านตัน ผลผลิตมะม่วงที่ได้ส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศ ส่วนการส่งออกมีมูลค่ารวมปีละกว่า 1,500 ล้านบาท (มะม่วงสดและผลิตภัณฑ์) โดยส่งออกในรูปมะม่วงสดประมาณ 24,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 500 ล้านบาท (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2553) ตลาดส่งออกที่สำคัญคือประเทศ ญี่ปุ่น ยุโรปและอเมริกา จะเห็นว่าการส่งออกในปัจจุบันมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับผลผลิตที่ได้ แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีโอกาสพัฒนาศักยภาพในการผลิตและการตลาดในการส่งออกสูง เนื่องจากผลมะม่วงมีคุณภาพดี มีคุณค่าทางโภชนาการ อร่อย หอม รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ

มะม่วง

ปัจจุบันการส่งออกมะม่วงสดยังต้องอาศัยการขนส่งทางเครื่องบิน เพราะมะม่วงเป็นผลไม้ที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น จึงจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีการขนส่งที่สั้นที่สุดเพื่อรักษาคุณภาพผลของมะม่วงให้ยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แต่การขนส่งทางเครื่องบินนั้นมีราคาแพง หากส่งมะม่วงสดไปตลาดยุโรป เสียค่าขนส่งทางเครื่องบินกิโลกรัมละประมาณ 100-120 บาท หรือส่งไปตลาดสหรัฐอเมริกากิโลกรัมละประมาณ 110-130 บาท จะเห็นว่าต้นทุนของการส่งออกมะม่วงนั้นมีราคาสูง ทำให้มะม่วงของไทยที่ขายอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและยุโรปมีราคาแพง เมื่อเทียบกับมะม่วงของประเทศคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม หากยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น ทำให้สามารถขนส่งมะม่วงทางเรือได้ ซึ่งค่าขนส่งทางเรือถูกกว่าการขนส่งทางเครื่องบินมาก เช่นขนส่งมะม่วงทางเรือไปตลาดยุโรปเสียค่าขนส่งกิโลกรัมละประมาณ 6-10 บาทและส่งไปตลาดสหรัฐอเมริกากิโลกรัมละประมาณ 10-20 บาท เท่านั้น นับว่าเป็นการลดต้นทุนการผลิต การส่งออก ส่งผลให้มะม่วงที่ขายในตลาดต่างประเทศมีราคาถูกลง มีศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง และสามารถเพิ่มรายได้ให้กับประเทศอีกด้วย ดังนั้นการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวมะม่วงเพื่อการส่งออกแบบครบวงจร จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่ง ในอันที่จะตอบสนองต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

สารบัญ